คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558 ฉบับเต็ม

#633413
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2558 นางวะริดา แซ่อึ้ง โจทก์ นางรวิวรรณ นางนวล ผู้ร้อง นางอัมพร สวัสดิ์สลุง ผู้ร้องสอด นางสาวอุษา เฉียบแหลม จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 231 ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับ อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 ซึ่งเป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับอุทธรณ์ฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลย ผู้ร้องจึงเป็นผู้สืบสิทธิ และถือว่าเป็นคู่ความฝ่ายเดียวกับจำเลย ผู้ร้องจึงฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ต่อเนื่องกับคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 103876 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือให้โจทก์หาบุคคลภายนอกจัดการขนย้ายทรัพย์สินของจำเลย โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินเดือนละ 15,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทและส่งมอบให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความอ้างว่า ผู้ร้องสอดเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของจำเลย ผู้ร้องสอดให้จำเลยไปไถ่ถอนการขายฝากกับโจทก์แล้ว แต่โจทก์และจำเลยบ่ายเบี่ยง ขอให้บังคับโจทก์มารับเงินค่าไถ่ถอนการขายฝากจากผู้ร้องสอดและจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาท เพื่อผู้ร้องสอดจะได้บังคับจำเลยตามคำพิพากษาตามยอมต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 103876 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และรับเงินค่าไถ่ถอนการขายฝากจากผู้ร้องสอด ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยและผู้ร้องสอด โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท โจทก์อุทธรณ์และแก้ไขอุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างอุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ได้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนโดยเจ้าพนักงานที่ดินได้ทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้องแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้การขอทุเลาการบังคับ อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ซึ่งเป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับอุทธรณ์ฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลย ผู้ร้องจึงเป็นผู้สืบสิทธิ และถือว่าเป็นคู่ความฝ่ายเดียวกับจำเลย ผู้ร้องจึงฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ต่อเนื่องกับคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (บุญมี ฐิตะศิริ-ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา-จตุรงค์ นาสมใจ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
633413
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970806"
    }
}
date
2558
deka_no
6798/2558
deka_running_no
6798
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "บุญมี ฐิตะศิริ",
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา",
    "จตุรงค์ นาสมใจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 231"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวะริดา แซ่อึ้ง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางรวิวรรณ นางนวล"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องสอด",
        "name": "นางอัมพร สวัสดิ์สลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอุษา เฉียบแหลม"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 103876 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือให้โจทก์หาบุคคลภายนอกจัดการขนย้ายทรัพย์สินของจำเลย โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินเดือนละ 15,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทและส่งมอบให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความอ้างว่า ผู้ร้องสอดเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของจำเลย ผู้ร้องสอดให้จำเลยไปไถ่ถอนการขายฝากกับโจทก์แล้ว แต่โจทก์และจำเลยบ่ายเบี่ยง ขอให้บังคับโจทก์มารับเงินค่าไถ่ถอนการขายฝากจากผู้ร้องสอดและจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาท เพื่อผู้ร้องสอดจะได้บังคับจำเลยตามคำพิพากษาตามยอมต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ไปจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 103876 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และรับเงินค่าไถ่ถอนการขายฝากจากผู้ร้องสอด ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยและผู้ร้องสอด โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์และแก้ไขอุทธรณ์พร้อมยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่ห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างอุทธรณ์

คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ได้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนโดยเจ้าพนักงานที่ดินได้ทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้องแล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เพิกถอนคำสั่งห้ามทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกคำร้อง

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้การขอทุเลาการบังคับ อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 ซึ่งเป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับอุทธรณ์ฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ ผู้ร้องเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลย ผู้ร้องจึงเป็นผู้สืบสิทธิ และถือว่าเป็นคู่ความฝ่ายเดียวกับจำเลย ผู้ร้องจึงฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ต่อเนื่องกับคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000278.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558