คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13969/2558 ฉบับเต็ม

#633636
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13969/2558 นางสำฤทธิ์ แหวนวงษ์ โจทก์ นายบุญมีหรือเอกสิทธิ์ เขตนิมิตร จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1373, มาตรา 1381, มาตรา 1382 บุคคลจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่น ที่ดินนั้นจะต้องเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์เสียก่อน จึงจะถูกอ้างการครอบครองปรปักษ์ได้ ที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครอง แม้จะมีเจตนาครอบครองอย่างเป็นปรปักษ์ก็หาได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นสิทธิคนละประเภทกับสิทธิครอบครองที่มีอยู่แต่เดิมไม่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน น.ส. 3 ก. ที่มีเพียงสิทธิครอบครอง โจทก์จึงไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพิพาทได้ โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินผู้อื่นโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้สิทธิครอบครองจะเป็นสิทธิในทรัพย์สินที่อยู่ในอันดับรองจากกรรมสิทธิ์ แต่ก็หาใช่สิทธิที่กฎหมายรับรองให้มีการร้องขอแสดงสิทธิได้เช่นเดียวกับกรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ไม่ กรณีจึงไม่อาจมีคำพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทไปเสียในคราวเดียวกันในชั้นนี้เพราะสิทธิครอบครองในที่ดินของผู้อื่นจะมีได้ก็แต่การแย่งการครอบครองเท่านั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) จำเลยย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามมาตรา 1373 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง เมื่อคดีไม่มีประเด็นพิพาทเรื่องแย่งการครอบครอง ประกอบกับไม่ได้ความว่าโจทก์เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามมาตรา 1381 จึงต้องรับฟังว่าการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการครอบครองแทนจำเลยตลอดมา กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามคำขอของโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1447 เลขที่ดิน 99 ตำบลแจนแวน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ และพิพากษาว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์อ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินซึ่งมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ได้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เป็นเอกสารที่เกิดจากการรังวัดโดยมีระวางที่แน่นอนเสมือนหนึ่งเป็นการออกโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจยกรูปที่ดินในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) มาสร้างโฉนดได้โดยมิต้องมีคำร้องขอ แสดงว่าหากผู้มีชื่อใน น.ส. 3 ก. เป็นเจ้าของที่ดินย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินนั่นเอง ดังนั้น บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จึงรับรองการครอบครองที่ดินที่มี น.ส. 3 ก. ได้นั้น เห็นว่า ข้ออ้างของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างถึงขั้นตอนการรังวัดออกเอกสารสิทธิประเภทหนังสือรับรองการทำประโยชน์ว่ามีความน่าเชื่อถือและใกล้เคียงกับการออกโฉนดเท่านั้น หาได้มีกฎหมายใดบัญญัติให้ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์มีกรรมสิทธิ์เช่นเดียวกับโฉนดไม่ บุคคลจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่น ที่ดินนั้นจะต้องเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์เสียก่อน จึงจะถูกอ้างการครอบครองปรปักษ์ได้ ที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครอง แม้จะมีเจตนาครอบครองอย่างเป็นปรปักษ์ก็หาได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นสิทธิคนละประเภทกับสิทธิครอบครองที่มีอยู่แต่เดิมไม่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน น.ส. 3 ก. ที่มีเพียงสิทธิครอบครอง โจทก์จึงไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพิพาทได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า หากโจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ศาลก็ชอบจะมีคำพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื่องจากสิทธิครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและมีความหมายต่ำกว่ากรรมสิทธิ์ พร้อมกับขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยที่ออกโดยไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินผู้อื่นโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้สิทธิครอบครองจะเป็นสิทธิในทรัพย์สินที่อยู่ในอันดับรองจากกรรมสิทธิ์ แต่ก็หาใช่สิทธิที่กฎหมายรับรองให้มีการร้องขอแสดงสิทธิได้เช่นเดียวกับกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ไม่ กรณีจึงไม่อาจมีคำพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทไปเสียในคราวเดียวกันในชั้นนี้เพราะสิทธิครอบครองในที่ดินของผู้อื่นจะมีได้ก็แต่การแย่งการครอบครองเท่านั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) จำเลยย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามมาตรา 1373 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง เมื่อคดีไม่มีประเด็นพิพาทเรื่องแย่งการครอบครอง ประกอบกับไม่ได้ความว่าโจทก์เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามมาตรา 1381 จึงต้องรับฟังว่าการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการครอบครองแทนจำเลยตลอดมา กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามคำขอของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทธินันท์ เสียมสกุล-ทวีศักดิ์ ทองภักดี-เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
633636
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081967190"
    }
}
date
2558
deka_no
13969/2558
deka_running_no
13969
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี",
    "เฉลิมศักดิ์ ภัทรสุมันต์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1373",
            "ม. 1381",
            "ม. 1382"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสำฤทธิ์ แหวนวงษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญมีหรือเอกสิทธิ์ เขตนิมิตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1447 เลขที่ดิน 99 ตำบลแจนแวน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ และพิพากษาว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์อ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินซึ่งมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ได้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เป็นเอกสารที่เกิดจากการรังวัดโดยมีระวางที่แน่นอนเสมือนหนึ่งเป็นการออกโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจยกรูปที่ดินในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) มาสร้างโฉนดได้โดยมิต้องมีคำร้องขอ แสดงว่าหากผู้มีชื่อใน น.ส. 3 ก. เป็นเจ้าของที่ดินย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินนั่นเอง ดังนั้น บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จึงรับรองการครอบครองที่ดินที่มี น.ส. 3 ก. ได้นั้น เห็นว่า ข้ออ้างของโจทก์เป็นการกล่าวอ้างถึงขั้นตอนการรังวัดออกเอกสารสิทธิประเภทหนังสือรับรองการทำประโยชน์ว่ามีความน่าเชื่อถือและใกล้เคียงกับการออกโฉนดเท่านั้น หาได้มีกฎหมายใดบัญญัติให้ผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์มีกรรมสิทธิ์เช่นเดียวกับโฉนดไม่ บุคคลจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้อื่น ที่ดินนั้นจะต้องเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์เสียก่อน จึงจะถูกอ้างการครอบครองปรปักษ์ได้ ที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครอง แม้จะมีเจตนาครอบครองอย่างเป็นปรปักษ์ก็หาได้ไปซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นสิทธิคนละประเภทกับสิทธิครอบครองที่มีอยู่แต่เดิมไม่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน น.ส. 3 ก. ที่มีเพียงสิทธิครอบครอง โจทก์จึงไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินพิพาทได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า หากโจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ศาลก็ชอบจะมีคำพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื่องจากสิทธิครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องและมีความหมายต่ำกว่ากรรมสิทธิ์ พร้อมกับขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยที่ออกโดยไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินผู้อื่นโดยการครอบครองปรปักษ์ แม้สิทธิครอบครองจะเป็นสิทธิในทรัพย์สินที่อยู่ในอันดับรองจากกรรมสิทธิ์ แต่ก็หาใช่สิทธิที่กฎหมายรับรองให้มีการร้องขอแสดงสิทธิได้เช่นเดียวกับกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ไม่ กรณีจึงไม่อาจมีคำพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทไปเสียในคราวเดียวกันในชั้นนี้เพราะสิทธิครอบครองในที่ดินของผู้อื่นจะมีได้ก็แต่การแย่งการครอบครองเท่านั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) จำเลยย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามมาตรา 1373 ว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง เมื่อคดีไม่มีประเด็นพิพาทเรื่องแย่งการครอบครอง ประกอบกับไม่ได้ความว่าโจทก์เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามมาตรา 1381 จึงต้องรับฟังว่าการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นการครอบครองแทนจำเลยตลอดมา กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามคำขอของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000246.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558