คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7345/2558 ฉบับเต็ม

#633730
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7345/2558 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวิกรม หวังศิริวัฒนา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 323 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนจากศาลนั้น เป็นกรณีของการขอเงินค้างจ่ายคืนจากศาลซึ่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงจะต้องนำบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าศาลมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่ามีเงินวางประกันค่าใช้จ่ายคงเหลืออยู่ที่ศาลและโจทก์มีสิทธิรับเงินดังกล่าว เงินดังกล่าวจึงมิใช่เงินค้างจ่ายซึ่งจะตกเป็นของแผ่นดินตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น เมื่อโจทก์เพิ่งทราบว่ามีเงินคงเหลือและมีสิทธิรับเงินดังกล่าวแล้วโจทก์จึงได้ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าวคืนจากศาล กรณีจึงยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลา 5 ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนได้ เงินดังกล่าวนั้นย่อมไม่ตกเป็นของแผ่นดิน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2549 และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2550 ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานศาลขอปิดคดีตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 133 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ปิดคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 7 มิถุนายน 2556 ว่า ศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว โจทก์มีความประสงค์ขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายที่เหลือคืนจากศาล ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้ปิดคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 จึงพ้นระยะเวลา 5 ปี แล้ว เงินที่เหลือทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอรับคืนเงินวางประกันค่าใช้จ่ายหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนจากศาลนั้น เป็นกรณีของการขอเงินค้างจ่ายคืนจากศาลซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงจะต้องนำบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าศาลมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่ามีเงินวางประกันค่าใช้จ่ายคงเหลืออยู่ที่ศาลและโจทก์มีสิทธิรับเงินดังกล่าว เงินดังกล่าวจึงมิใช่เงินค้างจ่ายซึ่งจะตกเป็นของแผ่นดินตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น เมื่อโจทก์เพิ่งทราบว่ามีเงินคงเหลือและมีสิทธิรับเงินดังกล่าวแล้วโจทก์จึงได้ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าวคืนจากศาล กรณีจึงยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลา 5 ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนได้ เงินดังกล่าวนั้นย่อมไม่ตกเป็นของแผ่นดิน ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ศาลล้มละลายกลางจ่ายเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ (ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-ปิยกุล บุญเพิ่ม) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
633730
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081970475"
    }
}
date
2558
deka_no
7345/2558
deka_running_no
7345
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 323"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิกรม หวังศิริวัฒนา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2549 และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2550 ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานศาลขอปิดคดีตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 133 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ปิดคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550

โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 7 มิถุนายน 2556 ว่า ศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว โจทก์มีความประสงค์ขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายที่เหลือคืนจากศาล

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้ปิดคดีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 จึงพ้นระยะเวลา 5 ปี แล้ว เงินที่เหลือทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิขอรับคืนเงินวางประกันค่าใช้จ่ายหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอรับเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนจากศาลนั้น เป็นกรณีของการขอเงินค้างจ่ายคืนจากศาลซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงจะต้องนำบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าศาลมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่ามีเงินวางประกันค่าใช้จ่ายคงเหลืออยู่ที่ศาลและโจทก์มีสิทธิรับเงินดังกล่าว เงินดังกล่าวจึงมิใช่เงินค้างจ่ายซึ่งจะตกเป็นของแผ่นดินตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น เมื่อโจทก์เพิ่งทราบว่ามีเงินคงเหลือและมีสิทธิรับเงินดังกล่าวแล้วโจทก์จึงได้ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าวคืนจากศาล กรณีจึงยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลา 5 ปี โจทก์ย่อมมีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนได้ เงินดังกล่าวนั้นย่อมไม่ตกเป็นของแผ่นดิน ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ศาลล้มละลายกลางจ่ายเงินวางประกันค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืนแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000275.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558