คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9217/2558 ฉบับเต็ม

#633740
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9217/2558 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายศิริวัฒน์ ทรัพย์วิบูลย์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 คำพิพากษาตามยอมกำหนดให้บังคับแก่ห้องชุดจำนองก่อน หากไม่พอชำระจำเลยยอมชำระส่วนที่ขาดจนครบ ตราบใดที่ยังมิได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง ก็ไม่อาจทราบว่ายังมีหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมเหลืออยู่อีกเพียงใดที่จำเลยยินยอมจะชำระหนี้นั้นจนครบ เมื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต้องอาศัยและตามคำบังคับคดีที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 เช่นนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยให้ผิดไปจากคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลได้ การบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นกำหนดให้ยึดห้องชุดจำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดจนครบเป็นการกำหนดลำดับในการบังคับแก่ทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและตราบใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดียังขายทอดตลาดห้องชุดจำนองตามคำพิพากษาไม่ได้ ก็ไม่อาจทราบว่าราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดห้องชุดจำนองนั้นเพียงพอแก่การชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เพียงใด แม้ห้องชุดจำนองมีราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีต่ำกว่าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งจำเลยทั้งสี่ต้องชำระก็ตาม แต่ได้ความว่า โจทก์เพิ่งขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนองเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 และไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีการนำห้องชุดจำนองออกขายทอดตลาดมาก่อนหรือไม่อย่างไร ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นได้นับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา การปล่อยให้เวลาการบังคับคดีล่วงเลยมานานแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้ขวนขวายที่จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์จำนองภายในเวลาอันสมควร ทั้งยังไม่มีการนำทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดมาก่อนเลย ย่อมเห็นได้ชัดว่าการบังคับคดีไม่เป็นลำดับไปตามคำพิพากษาของศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ซึ่งบัญญัติให้การบังคับคดีต้องอาศัยและตามคำบังคับที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ทั้งไม่มีพฤติการณ์พิเศษอื่นใดที่จะอ้างความเป็นธรรมเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมโดยให้รอขายทอดตลาดไว้ก่อนให้ผิดไปจากคำพิพากษาของศาลซึ่งจะต้องมีการบังคับคดีได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 โดยจำเลยยินยอมชำระเงินจำนวน 268,958.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และยินยอมชำระเบี้ยประกันภัยทรัพย์จำนองคดีนี้แก่โจทก์ทุก 2 ปี ต่อครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 1,217.66 บาท ครั้งแรกเริ่มวันที่ 3 เมษายน 2545 และหลังจากนั้นทุกครั้งชำระภายในวันที่ 3 เมษายน ของปีที่ชำระจนกว่าจะชำระหนี้หรือไถ่ถอนทรัพย์จำนองเสร็จสิ้น จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้เป็นรายงวดเดือนและจะชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 15 ปี นับแต่ชำระหนี้งวดแรก กับยอมชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความให้โจทก์ หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับทรัพย์จำนอง หากไม่พอชำระ ยอมชำระส่วนที่ขาดอยู่จนครบจำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดี บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนองตามคำพิพากษาเลขที่ 77/196 ชั้นที่ 6 อาคารเลขที่อาร์ชื่ออาคารชุดนิรันดร์เรซิเดนซ์ 3 ตำบลดอกไม้ อำเภอประเวศ กรุงเทพมหานคร ของจำเลยโดยประเมินราคา 372,008 บาท และอยู่ระหว่างรอการประกาศขายทอดตลาด โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 98493 ตำบลบางแก้ว (บางนา) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งถือกรรมสิทธิ์รวม แต่ให้รอการขายทอดตลาดไว้จนกว่าจะขายทรัพย์จำนอง หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ก็อนุญาตให้นำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า โจทก์มีสิทธิขอให้บังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 98493 ตำบลบางแก้ว (บางนา) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งถือกรรมสิทธิ์รวมเพิ่มเติมได้หรือไม่ เมื่อคำพิพากษาตามยอมกำหนดให้บังคับแก่ห้องชุดจำนองก่อนหากไม่พอชำระจำเลยยอมชำระส่วนที่ขาดจนครบ ดังนั้น ตราบใดที่ยังมิได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง ก็ไม่อาจทราบว่ายังมีหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมเหลืออยู่อีกเพียงใดที่จำเลยยินยอมจะชำระหนี้นั้นจนครบ ดังนั้น เมื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต้องอาศัยและตามคำบังคับคดีที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 เช่นนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยให้ผิดไปจากคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลได้ ที่โจทก์อ้างว่ากว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้ ก็อาจล่วงพ้นกำหนดเวลาการบังคับคดีย่อมทำให้โจทก์เสียสิทธิบังคับคดีนั้น เห็นว่า การบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นกำหนดให้ยึดห้องชุดจำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดจนครบเป็นการกำหนดลำดับในการบังคับแก่ทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและตราบใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดียังขายทอดตลาดห้องชุดจำนองตามคำพิพากษาไม่ได้ ก็ไม่อาจทราบว่าราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดห้องชุดจำนองนั้นเพียงพอแก่การชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เพียงใด แม้ห้องชุดจำนองมีราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีต่ำกว่าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งจำเลยทั้งสี่ต้องชำระก็ตาม แต่คดีนี้ตามทางไต่สวนพยานผู้ร้องได้ความว่า โจทก์เพิ่งขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนองเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 และไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีการนำห้องชุดจำนองออกขายทอดตลาดมาก่อนหรือไม่อย่างไร ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นได้นับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา การปล่อยให้เวลาการบังคับคดีล่วงเลยมานานแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้ขวนขวายที่จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์จำนองภายในเวลาอันสมควร ทั้งยังไม่มีการนำทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดมาก่อนเลย ย่อมเห็นได้ชัดว่าการบังคับคดีไม่เป็นลำดับไปตามคำพิพากษาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ซึ่งบัญญัติให้การบังคับคดีต้องอาศัยและตามคำบังคับที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ทั้งไม่มีพฤติการณ์พิเศษอื่นใดที่จะอ้างความเป็นธรรมเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมโดยให้รอขายทอดตลาดไว้ก่อนให้ผิดไปจากคำพิพากษาของศาลซึ่งจะต้องมีการบังคับคดีได้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไพโรจน์ วายุภาพ-กษิดิ์เดช จีนสลุต-จักรกฤช เจริญเลิศ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
633740
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969893"
    }
}
date
2558
deka_no
9217/2558
deka_running_no
9217
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "จักรกฤช เจริญเลิศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศิริวัฒน์ ทรัพย์วิบูลย์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 โดยจำเลยยินยอมชำระเงินจำนวน 268,958.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และยินยอมชำระเบี้ยประกันภัยทรัพย์จำนองคดีนี้แก่โจทก์ทุก 2 ปี ต่อครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 1,217.66 บาท ครั้งแรกเริ่มวันที่ 3 เมษายน 2545 และหลังจากนั้นทุกครั้งชำระภายในวันที่ 3 เมษายน ของปีที่ชำระจนกว่าจะชำระหนี้หรือไถ่ถอนทรัพย์จำนองเสร็จสิ้น จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้เป็นรายงวดเดือนและจะชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 15 ปี นับแต่ชำระหนี้งวดแรก กับยอมชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความให้โจทก์ หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับทรัพย์จำนอง หากไม่พอชำระ ยอมชำระส่วนที่ขาดอยู่จนครบจำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้บังคับคดี บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนองตามคำพิพากษาเลขที่ 77/196 ชั้นที่ 6 อาคารเลขที่อาร์ชื่ออาคารชุดนิรันดร์เรซิเดนซ์ 3 ตำบลดอกไม้ อำเภอประเวศ กรุงเทพมหานคร ของจำเลยโดยประเมินราคา 372,008 บาท และอยู่ระหว่างรอการประกาศขายทอดตลาด

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 98493 ตำบลบางแก้ว (บางนา) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งถือกรรมสิทธิ์รวม แต่ให้รอการขายทอดตลาดไว้จนกว่าจะขายทรัพย์จำนอง หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ก็อนุญาตให้นำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า โจทก์มีสิทธิขอให้บังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 98493 ตำบลบางแก้ว (บางนา) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยซึ่งถือกรรมสิทธิ์รวมเพิ่มเติมได้หรือไม่ เมื่อคำพิพากษาตามยอมกำหนดให้บังคับแก่ห้องชุดจำนองก่อนหากไม่พอชำระจำเลยยอมชำระส่วนที่ขาดจนครบ ดังนั้น ตราบใดที่ยังมิได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง ก็ไม่อาจทราบว่ายังมีหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมเหลืออยู่อีกเพียงใดที่จำเลยยินยอมจะชำระหนี้นั้นจนครบ ดังนั้น เมื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต้องอาศัยและตามคำบังคับคดีที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 เช่นนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยให้ผิดไปจากคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลได้ ที่โจทก์อ้างว่ากว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้ ก็อาจล่วงพ้นกำหนดเวลาการบังคับคดีย่อมทำให้โจทก์เสียสิทธิบังคับคดีนั้น เห็นว่า การบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นกำหนดให้ยึดห้องชุดจำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดจนครบเป็นการกำหนดลำดับในการบังคับแก่ทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและตราบใดที่เจ้าพนักงานบังคับคดียังขายทอดตลาดห้องชุดจำนองตามคำพิพากษาไม่ได้ ก็ไม่อาจทราบว่าราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดห้องชุดจำนองนั้นเพียงพอแก่การชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เพียงใด แม้ห้องชุดจำนองมีราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีต่ำกว่าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งจำเลยทั้งสี่ต้องชำระก็ตาม แต่คดีนี้ตามทางไต่สวนพยานผู้ร้องได้ความว่า โจทก์เพิ่งขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนองเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553 และไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีการนำห้องชุดจำนองออกขายทอดตลาดมาก่อนหรือไม่อย่างไร ทั้ง ๆ ที่โจทก์มีสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมของศาลชั้นต้นได้นับแต่ปี 2544 เป็นต้นมา การปล่อยให้เวลาการบังคับคดีล่วงเลยมานานแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ได้ขวนขวายที่จะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์จำนองภายในเวลาอันสมควร ทั้งยังไม่มีการนำทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดมาก่อนเลย ย่อมเห็นได้ชัดว่าการบังคับคดีไม่เป็นลำดับไปตามคำพิพากษาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ซึ่งบัญญัติให้การบังคับคดีต้องอาศัยและตามคำบังคับที่ได้ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ทั้งไม่มีพฤติการณ์พิเศษอื่นใดที่จะอ้างความเป็นธรรมเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยเพิ่มเติมโดยให้รอขายทอดตลาดไว้ก่อนให้ผิดไปจากคำพิพากษาของศาลซึ่งจะต้องมีการบังคับคดีได้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000270.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558