คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9863/2558 ฉบับเต็ม

#633748
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9863/2558 นางสาวรวม สีทองสุก ผู้ร้อง นางสาวรอด สีทองสุก ผู้ร้องขัดทรัพย์ นางสาวแก้ว สีทองสุก ผู้คัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง, มาตรา 288 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะใช้สิทธิตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 288 ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของลูกหนี้เพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น แต่คดีนี้เป็นเรื่องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและผู้คัดค้านฟ้องแย้งขับไล่ผู้ร้องพร้อมบริวารและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทและคดีถึงที่สุดแล้ว มิใช่กรณีที่ศาลพิพากษาให้ผู้ร้องใช้เงินแก่ผู้คัดค้านและต้องนำทรัพย์สินของผู้คัดค้านออกขายทอดตลาด จึงไม่อาจนำบทบัญญัติ มาตรา 288 มาบังคับได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอโดยไม่มีการไต่สวนก่อนจึงชอบแล้ว แต่ฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ปรากฏว่าได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยเหตุผลใด และที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ให้ผู้ร้องรื้อถอนและขนย้ายบ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 4 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี พร้อมบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ผู้คัดค้านจึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษา ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 4 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งปลูกบนที่ดินพิพาท มิใช่บริวารของผู้ร้อง การปิดหมายบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดและระงับการรื้อถอนบ้านดังกล่าว ผู้คัดค้านให้การว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของบ้านบนที่ดินพิพาท ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่เจ้าของบ้านเป็นเพียงบริวารของผู้ร้อง การปิดหมายบังคับคดีชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดการไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องขัดทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอโดยไม่มีการไต่สวนพยานก่อนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่มีโอกาสได้เข้าต่อสู้คดีว่าเป็นผู้สร้างบ้านที่ปลูกอยู่บนที่ดินพิพาท ซึ่งจะต้องถูกบังคับคดีให้รื้อถอนบ้านออกจากที่ดินพิพาท เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์มีโอกาสจึงได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์เพื่อนำสืบพยานหลักฐานให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงในคดี การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์โดยไม่ไต่สวนพยานหลักฐานเสียก่อนและศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตาม เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะใช้สิทธิตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของลูกหนี้เพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น แต่คดีนี้เป็นเรื่องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและผู้คัดค้านฟ้องแย้งขับไล่ผู้ร้องพร้อมบริวารและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทและคดีถึงที่สุดแล้ว มิใช่กรณีที่ศาลพิพากษาให้ผู้ร้องใช้เงินแก่ผู้คัดค้านและต้องนำทรัพย์สินของผู้คัดค้านออกขายทอดตลาด จึงไม่อาจนำบทบัญญัติ มาตรา 288 มาบังคับได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอโดยไม่มีการไต่สวนก่อนจึงชอบแล้ว แต่ฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยเหตุผลใด และที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาผู้ร้องขัดทรัพย์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (สุรทิน สาเรือง-จักร อุตตโม-ประเสริฐ นิชโรจน์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
633748
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969538"
    }
}
date
2558
deka_no
9863/2558
deka_running_no
9863
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สุรทิน สาเรือง",
    "จักร อุตตโม",
    "ประเสริฐ นิชโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 288"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวรวม สีทองสุก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องขัดทรัพย์",
        "name": "นางสาวรอด สีทองสุก"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นางสาวแก้ว สีทองสุก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ให้ผู้ร้องรื้อถอนและขนย้ายบ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 4 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี พร้อมบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ผู้คัดค้านจึงขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษา

ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 4 ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งปลูกบนที่ดินพิพาท มิใช่บริวารของผู้ร้อง การปิดหมายบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดและระงับการรื้อถอนบ้านดังกล่าว

ผู้คัดค้านให้การว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของบ้านบนที่ดินพิพาท ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่เจ้าของบ้านเป็นเพียงบริวารของผู้ร้อง การปิดหมายบังคับคดีชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกคำร้องขัดทรัพย์

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดการไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องขัดทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอโดยไม่มีการไต่สวนพยานก่อนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่มีโอกาสได้เข้าต่อสู้คดีว่าเป็นผู้สร้างบ้านที่ปลูกอยู่บนที่ดินพิพาท ซึ่งจะต้องถูกบังคับคดีให้รื้อถอนบ้านออกจากที่ดินพิพาท เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์มีโอกาสจึงได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์เพื่อนำสืบพยานหลักฐานให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงในคดี การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องขัดทรัพย์โดยไม่ไต่สวนพยานหลักฐานเสียก่อนและศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตาม เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะใช้สิทธิตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดียึดทรัพย์สินที่อ้างว่าเป็นของลูกหนี้เพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น แต่คดีนี้เป็นเรื่องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและผู้คัดค้านฟ้องแย้งขับไล่ผู้ร้องพร้อมบริวารและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทและคดีถึงที่สุดแล้ว มิใช่กรณีที่ศาลพิพากษาให้ผู้ร้องใช้เงินแก่ผู้คัดค้านและต้องนำทรัพย์สินของผู้คัดค้านออกขายทอดตลาด จึงไม่อาจนำบทบัญญัติ มาตรา 288 มาบังคับได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอโดยไม่มีการไต่สวนก่อนจึงชอบแล้ว แต่ฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่าไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยเหตุผลใด และที่ถูกต้องเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาผู้ร้องขัดทรัพย์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000267.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558