คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9835/2558 ฉบับเต็ม

#634174
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9835/2558 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โจทก์ นางสาวสวรรค์ เทียนสมจิตร ผู้ร้อง นายกฤษณะ พั่ววงศ์แพทย์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3), มาตรา 18 วรรคสอง, มาตรา 131 (2), มาตรา 149 วรรคหนึ่ง, มาตรา 151 วรรคหนึ่ง, มาตรา 168 คำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดหรือคำร้องขัดทรัพย์เป็นคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 149 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องขัดทรัพย์แล้วมีคำสั่งว่า กรรมสิทธิ์ในห้องชุดเป็นของจำเลย ไม่ได้ตกเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึด ยกคำร้องขอ จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 131 (2) มีผลเป็นการพิพากษาคดีแล้ว มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง กรณีจึงไม่ต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ที่จะสั่งคืนค่าธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้แก่ผู้ร้องได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอแล้ว แทนที่ผู้ร้องจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ผู้ร้องกลับเลือกที่จะยื่นคำร้องขัดทรัพย์ใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้อง อันเป็นความผิดของผู้ร้องเอง การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ขอให้คืนเงินค่าธรรมเนียมศาลครั้งแรกแก่ผู้ร้องนั้น เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียว โดยมิได้ยกเหตุว่า ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 168 อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ ตามสัญญากู้ยืมเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้บังคับจำนองห้องชุดเลขที่ 41/285 ชื่ออาคารชุดบ้านผึ้งหลวง 2 ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 4312 กรุงเทพมหานคร ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 388,799.87 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม หากไม่ชำระให้ยึดห้องชุดดังกล่าวออกขายทอดตลาด แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์จำนองดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดตามคำร้องขอฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดฉบับที่สอง และเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดตามคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดฉบับแรกลงวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์ขอให้คืนเงินค่าธรรมเนียมในศาลชั้นต้นจำนวน 8,250 บาท หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์สองครั้ง เสียค่าธรรมเนียมศาลครั้งละ 8,250 บาท การที่ผู้ร้องต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลสองครั้งจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้คืนเงินค่าธรรมเนียมศาลครั้งแรกแก่ผู้ร้อง เห็นว่า คำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดหรือคำร้องขัดทรัพย์เป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (3) ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 149 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องขัดทรัพย์แล้วมีคำสั่งว่า กรรมสิทธิ์ในห้องชุดเป็นของจำเลย ไม่ได้ตกเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131 (2) มีผลเป็นการพิพากษาคดีแล้ว มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 151 วรรคหนึ่ง ที่จะสั่งคืนค่าธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้แก่ผู้ร้องได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอแล้ว แทนที่ ผู้ร้องจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ผู้ร้องกลับเลือกที่จะยื่นคำร้องขัดทรัพย์ใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้อง อันเป็นความผิดของผู้ร้องเอง การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ขอให้คืนเงินค่าธรรมเนียมศาลครั้งแรกแก่ผู้ร้องนั้น เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียว โดยมิได้ยกเหตุว่า ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้นั้นเป็นการไม่ชอบ ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-แก้ว เวศอุไร) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
634174
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081969540"
    }
}
date
2558
deka_no
9835/2558
deka_running_no
9835
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "แก้ว เวศอุไร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (3)",
            "ม. 18 วรรคสอง",
            "ม. 131 (2)",
            "ม. 149 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 151 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 168"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวสวรรค์ เทียนสมจิตร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกฤษณะ พั่ววงศ์แพทย์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ ตามสัญญากู้ยืมเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้บังคับจำนองห้องชุดเลขที่ 41/285 ชื่ออาคารชุดบ้านผึ้งหลวง 2 ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 4312 กรุงเทพมหานคร ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 388,799.87 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม หากไม่ชำระให้ยึดห้องชุดดังกล่าวออกขายทอดตลาด แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์จำนองดังกล่าว

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดตามคำร้องขอฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน 2557

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดฉบับที่สอง และเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดตามคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดฉบับแรกลงวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์ขอให้คืนเงินค่าธรรมเนียมในศาลชั้นต้นจำนวน 8,250 บาท หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์สองครั้ง เสียค่าธรรมเนียมศาลครั้งละ 8,250 บาท การที่ผู้ร้องต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลสองครั้งจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้คืนเงินค่าธรรมเนียมศาลครั้งแรกแก่ผู้ร้อง เห็นว่า คำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดหรือคำร้องขัดทรัพย์เป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (3) ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ที่เรียกร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 149 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องขัดทรัพย์แล้วมีคำสั่งว่า กรรมสิทธิ์ในห้องชุดเป็นของจำเลย ไม่ได้ตกเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์สินที่ยึดยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131 (2) มีผลเป็นการพิพากษาคดีแล้ว มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 151 วรรคหนึ่ง ที่จะสั่งคืนค่าธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้แก่ผู้ร้องได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอแล้ว แทนที่ ผู้ร้องจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น แต่ผู้ร้องกลับเลือกที่จะยื่นคำร้องขัดทรัพย์ใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้อง อันเป็นความผิดของผู้ร้องเอง การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ขอให้คืนเงินค่าธรรมเนียมศาลครั้งแรกแก่ผู้ร้องนั้น เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมแต่อย่างเดียว โดยมิได้ยกเหตุว่า ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นมิได้กำหนดหรือคำนวณให้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 168 อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้นั้นเป็นการไม่ชอบ ผู้ร้องไม่มีสิทธิฎีกาต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000267.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558