คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15161/2558 ฉบับเต็ม

#634886
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15161/2558 บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายปิยพงษ์ สังวาลเพชร ผู้ซื้อทรัพย์ นางชไมภรณ์ เมฆานุรัตน์หรือ นางชนกานต์ สังวาลเพชร จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 716 ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2), มาตรา 27 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146 คำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ที่ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางขอหักส่วนได้ของตนในฐานะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดเพื่อใช้แทนราคาซื้อจากการขายทอดตลาดนั้น ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในเรื่องนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้อง กรณีจึงเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146 ทั้งไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าคำร้องนี้อาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว การที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องได้ต้องให้คู่ความที่เกี่ยวข้องมีโอกาสคัดค้านก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งกลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยอนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทนโดยไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองคัดค้านก่อนจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นกรณีที่ศาลล้มละลายกลางไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติกฎหมายในการพิจารณาคดีดังกล่าวอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 จำเลยและผู้ซื้อทรัพย์ร่วมกันจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ของจำเลยไว้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดทั้งหมด เพราะสิทธิจำนองครอบไปถึงบรรดาทรัพย์สินซึ่งจำนองหมดทุกสิ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 716 ส่วนผู้ซื้อทรัพย์ในฐานะผู้จำนองก็มีภาระหนี้จำนองที่จะต้องรับผิดชำระหนี้แก่ผู้ร้องและจะขอกันส่วนในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมโดยยังไม่ได้ชำระหนี้จำนองเสียก่อนไม่ได้ เนื่องจากเป็นการกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องในการบังคับจำนองเอาจากทรัพย์จำนองทั้งหมดดังกล่าว ผู้ซื้อทรัพย์จึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนของตนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึด ส่วนหากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้พอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องแล้วมีเงินเหลืออยู่อีกก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการจ่ายคืนส่วนของผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในภายหลังต่อไป อันเป็นคนละเรื่องคนละส่วนกับเรื่องนี้ ผู้ซื้อทรัพย์จึงไม่มีสิทธิขอหักส่วนได้ใช้แทน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 130629 เลขที่ 130630 และเลขที่ 146638 ตำบลสวนหลวง (ที่ 8 พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 45 ซึ่งจำเลยและนายปิยพงษ์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และขายทอดตลาดทรัพย์ไปวันที่ 17 มิถุนายน 2552 โดยนายปิยพงษ์เป็นผู้ซื้อได้ในราคา 1,820,000 บาท ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 22 กันยายน 2552 ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอหักส่วนได้ของตนใช้แทนราคาซื้อและขอขยายระยะเวลาชำระราคาซื้อส่วนที่เหลือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 25 กันยายน 2552 ต่อศาลล้มละลายกลางขอให้มีคำสั่งให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ของตนใช้แทนราคาซื้อและขอขยายระยะเวลาชำระราคาซื้อส่วนที่เหลือ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาต ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าว แล้วให้ผู้ซื้อทรัพย์ส่งสำเนาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์และนัดไต่สวนคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทนโดยไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองคัดค้านก่อนเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า คำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ที่ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางขอหักส่วนได้ของตนในฐานะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดเพื่อใช้แทนราคาซื้อจากการขายทอดตลาดนั้น ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในเรื่องนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้อง กรณีจึงเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146 ทั้งไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าคำร้องนี้อาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว การที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องได้ต้องให้คู่ความที่เกี่ยวข้องมีโอกาสคัดค้านก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ดังนั้นการที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งกลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยอนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทนโดยไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองคัดค้านก่อนจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นกรณีที่ศาลล้มละลายกลางไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติกฎหมายในการพิจารณาคดีดังกล่าวอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ศาลฎีกาจึงต้องยกคำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทน อุทธรณ์ของผู้ร้องในข้อนี้ฟังขึ้น และปัญหาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ขอหักส่วนได้ใช้แทนราคาซื้อได้หรือไม่ ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าผู้ซื้อทรัพย์ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมมีสิทธิขอกันส่วนได้หรือไม่ เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวนให้ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยอีก ซึ่งเมื่อพิจารณาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ประกอบสำเนาโฉนดที่ดินที่ยึดทั้ง 3 แปลง และสำเนาสัญญาจำนองที่ดินแนบท้ายคำร้อง ได้ความว่าจำเลยและผู้ซื้อทรัพย์ร่วมกันจดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ของจำเลยไว้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดทั้งหมด เพราะสิทธิจำนองครอบไปถึงบรรดาทรัพย์สินซึ่งจำนองหมดทุกสิ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 716 ส่วนผู้ซื้อทรัพย์ในฐานะผู้จำนองก็มีภาระหนี้จำนองที่จะต้องรับผิดชำระหนี้แก่ผู้ร้องและจะขอกันส่วนในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมโดยยังไม่ได้ชำระหนี้จำนองเสียก่อนไม่ได้ เนื่องจากเป็นการกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องในการบังคับจำนองเอาจากทรัพย์จำนองทั้งหมดดังกล่าว ผู้ซื้อทรัพย์จึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนของตนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึด ส่วนหากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้พอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องแล้วมีเงินเหลืออยู่อีกก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการจ่ายคืนส่วนของผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในภายหลังต่อไป อันเป็นคนละเรื่องคนละส่วนกับเรื่องนี้ ผู้ซื้อทรัพย์จึงไม่มีสิทธิขอหักส่วนได้ใช้แทน กรณีต้องยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ที่ขอหักส่วนได้ใช้แทน พิพากษายกคำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทน และยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ที่ขอหักส่วนได้ใช้แทน แล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกผู้ซื้อทรัพย์ชำระราคาซื้อในการขายทอดตลาดทรัพย์ให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นสมควร ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ให้เป็นพับ (สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
634886
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966152"
    }
}
date
2558
deka_no
15161/2558
deka_running_no
15161
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 716"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 21 (2)",
            "ม. 27"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 146"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงศรีอยุธยา จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "นายปิยพงษ์ สังวาลเพชร"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางชไมภรณ์ เมฆานุรัตน์หรือ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางชนกานต์ สังวาลเพชร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 130629 เลขที่ 130630 และเลขที่ 146638 ตำบลสวนหลวง (ที่ 8 พระโขนงฝั่งเหนือ) อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 45 ซึ่งจำเลยและนายปิยพงษ์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และขายทอดตลาดทรัพย์ไปวันที่ 17 มิถุนายน 2552 โดยนายปิยพงษ์เป็นผู้ซื้อได้ในราคา 1,820,000 บาท

ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 22 กันยายน 2552 ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอหักส่วนได้ของตนใช้แทนราคาซื้อและขอขยายระยะเวลาชำระราคาซื้อส่วนที่เหลือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 25 กันยายน 2552 ต่อศาลล้มละลายกลางขอให้มีคำสั่งให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ของตนใช้แทนราคาซื้อและขอขยายระยะเวลาชำระราคาซื้อส่วนที่เหลือ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาต

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าว แล้วให้ผู้ซื้อทรัพย์ส่งสำเนาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์และนัดไต่สวนคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทนโดยไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองคัดค้านก่อนเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า คำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ที่ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางขอหักส่วนได้ของตนในฐานะเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลยในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดเพื่อใช้แทนราคาซื้อจากการขายทอดตลาดนั้น ผู้ซื้อทรัพย์อ้างว่าผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในเรื่องนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งยกคำร้อง กรณีจึงเป็นการยื่นคำร้องคัดค้านการกระทำหรือคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 146 ทั้งไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าคำร้องนี้อาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว การที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องได้ต้องให้คู่ความที่เกี่ยวข้องมีโอกาสคัดค้านก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ดังนั้นการที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งกลับคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยอนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทนโดยไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองคัดค้านก่อนจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นกรณีที่ศาลล้มละลายกลางไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติกฎหมายในการพิจารณาคดีดังกล่าวอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ศาลฎีกาจึงต้องยกคำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทน อุทธรณ์ของผู้ร้องในข้อนี้ฟังขึ้น และปัญหาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ขอหักส่วนได้ใช้แทนราคาซื้อได้หรือไม่ ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าผู้ซื้อทรัพย์ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมมีสิทธิขอกันส่วนได้หรือไม่ เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่ย้อนสำนวนให้ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยอีก ซึ่งเมื่อพิจารณาคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ประกอบสำเนาโฉนดที่ดินที่ยึดทั้ง 3 แปลง และสำเนาสัญญาจำนองที่ดินแนบท้ายคำร้อง ได้ความว่าจำเลยและผู้ซื้อทรัพย์ร่วมกันจดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ของจำเลยไว้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึดทั้งหมด เพราะสิทธิจำนองครอบไปถึงบรรดาทรัพย์สินซึ่งจำนองหมดทุกสิ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 716 ส่วนผู้ซื้อทรัพย์ในฐานะผู้จำนองก็มีภาระหนี้จำนองที่จะต้องรับผิดชำระหนี้แก่ผู้ร้องและจะขอกันส่วนในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมโดยยังไม่ได้ชำระหนี้จำนองเสียก่อนไม่ได้ เนื่องจากเป็นการกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องในการบังคับจำนองเอาจากทรัพย์จำนองทั้งหมดดังกล่าว ผู้ซื้อทรัพย์จึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนของตนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ยึด ส่วนหากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้พอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องแล้วมีเงินเหลืออยู่อีกก็เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะดำเนินการจ่ายคืนส่วนของผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในภายหลังต่อไป อันเป็นคนละเรื่องคนละส่วนกับเรื่องนี้ ผู้ซื้อทรัพย์จึงไม่มีสิทธิขอหักส่วนได้ใช้แทน กรณีต้องยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ที่ขอหักส่วนได้ใช้แทน

พิพากษายกคำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่อนุญาตให้ผู้ซื้อทรัพย์หักส่วนได้ใช้แทน และยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ที่ขอหักส่วนได้ใช้แทน แล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกผู้ซื้อทรัพย์ชำระราคาซื้อในการขายทอดตลาดทรัพย์ให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นสมควร ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000237.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558