ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 18/2562
ศาลปกครองอุดรธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ
ศาลผู้รับความเห็น
นางสมฤทัย หลักทอง
ผู้ฟ้องคดี
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะแซว
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชน ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะแซว ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด ได้รับความเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีก่อสร้างถนนสาธารณะ วางท่อประปา ปักเสาไฟฟ้า และตัดต้นไม้รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยไม่ได้รับความยินยอม ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายจากการบุกรุกที่ดินและขาดประโยชน์ในการใช้ที่ดินพร้อมดอกเบี้ย ให้ผู้ถูกฟ้องคดีรื้อถอนเสาไฟฟ้า ท่อประปา และทำให้ที่ดินของผู้ฟ้องคดีกลับสู่สภาพเดิมโดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีสร้างถนนตามที่ผู้ฟ้องคดีและบุคคลอื่นร่วมกันชี้แนวเขต ที่ดินพิพาทผู้ฟ้องคดีได้อุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์เมื่อ ๑๕ ปีก่อน จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน การก่อสร้างวางท่อประปา ปักเสาไฟฟ้า และตัดต้นไม้ได้กระทำในเขตถนนสาธารณะจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี และไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า การฟ้องคดีเพื่อให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผิดจากการกระทำละเมิดซึ่งจะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ต้องเป็นกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีหรือจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือโจทก์ อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งอื่น หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร แม้ผู้ถูกฟ้องคดี เป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เหตุแห่งการฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีโดยก่อสร้างถนน วางท่อประปา ปักเสาไฟฟ้า และตัดต้นไม้รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ซึ่งการกระทำละเมิดตามฟ้องดังกล่าวมิได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันจะเข้าหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ทั้งการที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การที่ผู้ถูกฟ้องคดีกระทำการดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจเข้าไปทำถนน วางท่อประปา ปักเสาไฟฟ้า และตัดต้นไม้ได้ โดยไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ดังนั้น ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดและสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม
___________________________
()
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) และคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน