ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 31/2562
ศาลปกครองอุดรธานี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดอุดรธานี
ศาลผู้รับความเห็น
นางสาวสุชาดา นิมมานเทอดวงศ์
ผู้ฟ้องคดี
องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงยืน ที่ 1กับพวกรวม 2 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลเชียงยืน ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานี ที่ ๒ นายอำเภอเมืองอุดรธานี ที่ ๓ กรมที่ดิน ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ร่วมกับเอกชนกระทำละเมิดโดยบุกรุกเข้าไปในที่ดินและขุดลอกที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดี โดยอ้างว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นลำรางสาธารณประโยชน์ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ แก้ไขเลขที่ดินในโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดี ทำให้เนื้อที่ดินขาดหายไปบางส่วนและดำเนินการสอบสวนไกล่เกลี่ยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ดำเนินการถมดินตลอดแนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีให้อยู่ในสภาพเดิม และชดใช้ค่าเสียหาย ให้เพิกถอนคำสั่งการดำเนินการสอบสวนไกล่เกลี่ย ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ แก้ไขเนื้อที่ดินของผู้ฟ้องคดีให้มีจำนวนเท่าเดิม และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ สอบเขตรังวัดใหม่ เห็นว่า คดีนี้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๔ เป็นหน่วยงานทางปกครอง ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ และที่ ๓ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เมื่อพิจารณาการกระทำที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีนี้ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ร่วมกับเอกชนกระทำละเมิดโดยบุกรุกเข้าไปในที่ดินและขุดลอกที่ดินบางส่วนของผู้ฟ้องคดีโดยอ้างว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นลำรางสาธารณประโยชน์นั้น ไม่ได้เกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ข้อพิพาทในส่วนของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ กับผู้ฟ้องคดี จึงมิใช่ข้อพิพาทจากการกระทำละเมิดอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันจะเข้าหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง แต่เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ทั้งความมุ่งหมายของผู้ฟ้องคดีในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามที่กล่าวอ้างว่าตนมีกรรมสิทธิ์เป็นสำคัญ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของผู้ฟ้องคดีได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินบริเวณพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นลำรางสาธารณประโยชน์ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินและการกระทำละเมิดที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) และคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน