ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 68/2562
ศาลปกครองนครราชสีมา
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลจังหวัดนครราชสีมา
ศาลผู้รับความเห็น
นางสาวศิริวรรณ พจนาภรณ์
ผู้ฟ้องคดี
นายอำเภอปักธงชัย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา
คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชน ยื่นฟ้องนายอำเภอปักธงชัย ที่ ๑ นายกเทศมนตรีตำบลลำนางแก้ว ที่ ๒ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปักธงชัย ๓ ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๒๒๐๘ เมื่อผู้ฟ้องคดีนำ น.ส. ๓ ก. ดังกล่าวไปยื่นคำขอแบ่งแยกในนามเดิม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ คัดค้านการรังวัด อ้างว่าผู้ฟ้องคดีนำรังวัดทับทางสาธารณประโยชน์เดิมบางส่วน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีแบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ยินยอม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จึงมีคำสั่งให้งดการดำเนินการตามคำขอของผู้ฟ้องคดีและแจ้งให้ไปใช้สิทธิทางศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ถอนคำคัดค้านการรังวัดแนวเขตที่ดิน และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เพิกถอนคำสั่งที่ระงับการรังวัดแบ่งแยก แล้วดำเนินการรังวัดแบ่งแยกในนามเดิมให้แก่ผู้ฟ้องคดี ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ให้การในทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ การคัดค้านการรังวัดชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งดำเนินการในฐานะ ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่สาธารณประโยชน์ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ได้ดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ได้ละเลยต่อหน้าที่ เห็นว่า แม้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ และระเบียบกระทรวงมหาดไทย แต่การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ คัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี เป็นเพียงการใช้สิทธิของเจ้าของที่ดินข้างเคียงเช่นเดียวกับเอกชนทั่วไปในการระวังแนวเขตที่ดินอันเนื่องมาจากมีการขอรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อมิให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินติดกันรังวัดสอบเขตที่ดินของตนรุกล้ำเข้ามาในแนวเขตที่ดินสาธารณะ การคัดค้านการรังวัดที่ดินของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ จึงมิใช่การใช้อำนาจตามกฎหมายซึ่งจะเข้าลักษณะคดีพิพาท ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ คัดค้านการรังวัดที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดีนำรังวัดทับทางสาธารณประโยชน์เดิมบางส่วน แต่ผู้ฟ้องคดียืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดี กรณีจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนคำขอที่ให้ศาลบังคับผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ เพิกถอนคำสั่งระงับการรังวัดแบ่งแยกที่ดิน แล้วดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีนั้น เป็นเพียงผลต่อเนื่องในการวินิจฉัยสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท เมื่อการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นสิทธิในทางทรัพย์สินของบุคคล เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ดังนั้น ข้อพิพาทในคดีนี้ จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
___________________________
()
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) และคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินเขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) และคดีเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน