ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำวินิจฉัยที่ 39/2562
ศาลจังหวัดชลบุรี
ศาลผู้ส่งความเห็น
ศาลปกครองระยอง
ศาลผู้รับความเห็น
นายแพทย์ยุคล เลิศบูรพา
โจทก์
นายฐณพง ปณกฤติกร ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน
จำเลย
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา
ป.พ.พ. มาตรา
ป.ที่ดิน มาตรา
คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน นายอำเภอ ศรีราชา ที่ ๓ เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ ๔ รองนายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ ๕ ช่างรังวัดชำนาญงาน ที่ ๖ กรมที่ดิน ที่ ๗ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๘ จำเลย อ้างว่า จำเลยทั้งแปดร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันใช้รถขุดดินในที่ดินสาธารณประโยชน์เป็นเหตุให้แนวรั้วคอนกรีตของโจทก์แตกหักเสียหาย และจัดทำสิ่งปลูกสร้างเพื่อยึดถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์และทางหลวงสุขาภิบาล และเปลี่ยนสภาพให้เป็นร่องน้ำสำหรับรองรับน้ำในที่ดินของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งอาจทำให้ที่ดินตลอดแนวพังทลายจนเกือบถึงรั้วของโจทก์ รวมทั้งทำให้โจทก์ ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถใช้ที่สาธารณประโยชน์และทางหลวงสุขาภิบาลได้ โจทก์จึงแจ้งจำเลยที่ ๓ และที่ ๕ ต่อมาจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ ยื่นคำขอรังวัดสอบเขตที่ดินเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง แต่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ร่วมกันละเว้นไม่ทำการรังวัดให้เป็นไปตามระเบียบกรมที่ดิน และคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เป็นเหตุให้ที่ดินสาธารณประโยชน์มีเนื้อที่น้อยลงไม่ตรงกับเนื้อที่จริง ขอให้จำเลย ที่ ๑ และที่ ๒ ชดใช้ค่าเสียหาย และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ให้จำเลยที่ ๗ และที่ ๘ เพิกถอนการรังวัดที่ดินสาธารณประโยชน์ และให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชี้ระวังแนวเขตและรังวัดที่ดินสาธารณประโยชน์ใหม่ ให้เป็นไปตามระวางแผนที่ท้ายคำฟ้อง ประเด็นแห่งคดีที่พิพาทเกิดจากการที่โจทก์กล่าวหาว่า จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชนกระทำการรังวัดและชี้แนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่ง เป็นเหตุให้ที่ดินสาธารณประโยชน์มีเนื้อที่น้อยลงไม่ตรงกับเนื้อที่จริง คดีไม่มีประเด็นพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน เนื่องจากโจทก์มิได้โต้แย้งว่าเป็นที่ดินของโจทก์ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ส่วนข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แม้จะเป็นเอกชนด้วยกัน เมื่อมูลเหตุเกิดจากการที่โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กระทำลงในที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงเดียวกันกับที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๘ กระทำการรังวัดไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของหน่วยงานของรัฐ และจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า ได้กระทำลงในที่ดินของตน ควรเป็นเรื่องที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ดูแลจะต้องเป็นคู่พิพาทกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ โดยตรง ผลกระทบจากการกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หากจะพึงมีต่อโจทก์ก็เป็นผลที่ต่อเนื่องมาจากการที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กระทำลงในที่ดินซึ่งหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบดังกล่าว มูลความแห่งคดีจึงเกี่ยวเนื่องกัน ชอบที่จะได้รับการพิจารณาพิพากษาโดยศาลเดียวกัน คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
___________________________
()
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒)เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒)