คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14858/2558 ฉบับเต็ม

#635223
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14858/2558 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์ เครดิต แอนด์ ทรัสต์ จำกัด โจทก์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้อง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผู้คัดค้าน นายอธิเดช ดาวเรือง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 150, มาตรา 172, มาตรา 193/9 เมื่อศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน ตามมาตรา 22 และ 24 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับร้อยเอก ท. จดทะเบียนจำนองที่ดินให้แก่ผู้คัดค้าน ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด จึงเป็นการกระทำที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย การจดทะเบียนจำนองในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงตกเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 150 ผู้คัดค้านและจำเลยที่ 2 จึงไม่อาจอ้างอิงแสวงสิทธิจากนิติกรรมที่เสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมดังกล่าว แม้ผู้คัดค้านรับจำนองไว้โดยสุจริตก็ไม่ทำให้นิติกรรมที่ตกเป็นโมฆะกลับมีผลสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่เคยรับทราบและให้ความยินยอมในการจดทะเบียนจำนองของจำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้าง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 172 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมดังกล่าวได้ ซึ่งการยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างเช่นนี้ มิใช่เป็นการบังคับสิทธิเรียกร้อง ตามมาตรา 193/9 จึงไม่ตกอยู่ในบังคับบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องกำหนดอายุความที่จะบังคับให้ผู้ร้องต้องใช้สิทธิภายในกำหนดอายุความแต่อย่างใด และการที่ผู้ร้องขอเพิกถอนนิติกรรมการจำนองโดยยังไม่เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมอื่นก็ไม่เป็นการทำให้ผู้คัดค้านเสียสิทธิ เนื่องจากสิทธิของผู้คัดค้านมีอยู่โดยชอบอย่างไร ผู้คัดค้านก็ยังบังคับตามสิทธิของผู้คัดค้านได้ ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการจำนองที่ดินระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองเด็ดขาด เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2539 และพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2541 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้าน และให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่ดำเนินการขอให้ถือเอาคำสั่งหรือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลแพ่งพิพากษาว่า ผู้คัดค้านรับจำนองโดยสุจริต การจำนองจึงสมบูรณ์และมีผลผูกพันทรัพย์จำนองทั้งหมดทุกส่วน เมื่อผู้คัดค้านฟ้องบังคับจำนองและศาลพิพากษาให้บังคับตามสัญญาจำนองแล้ว ผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ ผู้ร้องจะมาร้องขอให้เพิกถอนการจำนองที่ดินพิพาท ให้การบังคับคดีมีผลผิดไปจากคำพิพากษาหาได้ไม่ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2539 ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด ต่อมาวันที่ 10 เมษายน 2541 จำเลยที่ 2 และร้อยเอกทรงพล จดทะเบียนซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) จากนายธนาฤทธิ์ โดยจำเลยที่ 2 และร้อยเอกทรงพล ทำสัญญากู้เงินจำนวน 3,000,000 บาท จากผู้คัดค้านเพื่อซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว จำเลยที่ 2 และร้อยเอกทรงพลได้จดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่ผู้คัดค้าน ต่อมาผู้คัดค้านนำเจ้าพนักงานบังคับคดี ในคดีของศาลจังหวัดนนทบุรี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 751/2545 ไปยึดที่ดินดังกล่าว และเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินได้เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 ในราคา 2,400,000 บาท โดยผู้คัดค้านเป็นผู้ซื้อได้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีอำนาจร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดในวันที่ 1 เมษายน 2539 จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน ตามมาตรา 22 และ 24 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับร้อยเอกทรงพลจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้าน ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด จึงเป็นการกระทำที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย การจดทะเบียนจำนองในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ผู้คัดค้านและจำเลยที่ 2 จึงไม่อาจอ้างอิงแสวงสิทธิจากนิติกรรมที่เสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมดังกล่าว แม้ผู้คัดค้านรับจำนองไว้โดยสุจริตก็ไม่ทำให้นิติกรรมที่ตกเป็นโมฆะกลับมีผลสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่เคยรับทราบและให้ความยินยอมในการจดทะเบียนจำนองของจำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมดังกล่าวได้ ซึ่งการยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างเช่นนี้ มิใช่เป็นการบังคับสิทธิเรียกร้อง ตามมาตรา 193/9 จึงไม่ตกอยู่ในบังคับบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องกำหนดอายุความที่จะบังคับให้ผู้ร้องต้องใช้สิทธิภายในกำหนดอายุความแต่อย่างใด และการที่ผู้ร้องขอเพิกถอนนิติกรรมการจำนองโดยยังไม่เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมอื่นก็ไม่เป็นการทำให้ผู้คัดค้านเสียสิทธิ เนื่องจากสิทธิของผู้คัดค้านมีอยู่โดยชอบอย่างไร ผู้คัดค้านก็ยังบังคับตามสิทธิของผู้คัดค้านได้ ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านได้ การที่ศาลแพ่งยกคำร้องของผู้ร้อง จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้าน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-ทวีศักดิ์ ทองภักดี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
635223
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966595"
    }
}
date
2558
deka_no
14858/2558
deka_running_no
14858
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 172",
            "ม. 193/9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์อินเตอร์"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "เครดิต แอนด์ ทรัสต์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอธิเดช ดาวเรือง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองเด็ดขาด เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2539 และพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2541

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้าน และให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่ดำเนินการขอให้ถือเอาคำสั่งหรือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลแพ่งพิพากษาว่า ผู้คัดค้านรับจำนองโดยสุจริต การจำนองจึงสมบูรณ์และมีผลผูกพันทรัพย์จำนองทั้งหมดทุกส่วน เมื่อผู้คัดค้านฟ้องบังคับจำนองและศาลพิพากษาให้บังคับตามสัญญาจำนองแล้ว ผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ ผู้ร้องจะมาร้องขอให้เพิกถอนการจำนองที่ดินพิพาท ให้การบังคับคดีมีผลผิดไปจากคำพิพากษาหาได้ไม่ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2539 ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด ต่อมาวันที่ 10 เมษายน 2541 จำเลยที่ 2 และร้อยเอกทรงพล จดทะเบียนซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) จากนายธนาฤทธิ์ โดยจำเลยที่ 2 และร้อยเอกทรงพล ทำสัญญากู้เงินจำนวน 3,000,000 บาท จากผู้คัดค้านเพื่อซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว จำเลยที่ 2 และร้อยเอกทรงพลได้จดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่ผู้คัดค้าน ต่อมาผู้คัดค้านนำเจ้าพนักงานบังคับคดี ในคดีของศาลจังหวัดนนทบุรี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 751/2545 ไปยึดที่ดินดังกล่าว และเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินได้เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 ในราคา 2,400,000 บาท โดยผู้คัดค้านเป็นผู้ซื้อได้

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีอำนาจร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาดในวันที่ 1 เมษายน 2539 จำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน ตามมาตรา 22 และ 24 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับร้อยเอกทรงพลจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้าน ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด จึงเป็นการกระทำที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย การจดทะเบียนจำนองในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ผู้คัดค้านและจำเลยที่ 2 จึงไม่อาจอ้างอิงแสวงสิทธิจากนิติกรรมที่เสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมดังกล่าว แม้ผู้คัดค้านรับจำนองไว้โดยสุจริตก็ไม่ทำให้นิติกรรมที่ตกเป็นโมฆะกลับมีผลสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่เคยรับทราบและให้ความยินยอมในการจดทะเบียนจำนองของจำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่จะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมดังกล่าวได้ ซึ่งการยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างเช่นนี้ มิใช่เป็นการบังคับสิทธิเรียกร้อง ตามมาตรา 193/9 จึงไม่ตกอยู่ในบังคับบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องกำหนดอายุความที่จะบังคับให้ผู้ร้องต้องใช้สิทธิภายในกำหนดอายุความแต่อย่างใด และการที่ผู้ร้องขอเพิกถอนนิติกรรมการจำนองโดยยังไม่เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมอื่นก็ไม่เป็นการทำให้ผู้คัดค้านเสียสิทธิ เนื่องจากสิทธิของผู้คัดค้านมีอยู่โดยชอบอย่างไร ผู้คัดค้านก็ยังบังคับตามสิทธิของผู้คัดค้านได้ ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านได้ การที่ศาลแพ่งยกคำร้องของผู้ร้อง จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 26507 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) ระหว่างจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้าน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000241.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558