คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15145/2558 ฉบับเต็ม

#635268
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15145/2558 บริษัทบริหารสินทรัพย์ พญาไท จำกัด โจทก์ บริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ นายวิทยา ไกรสูรย์ จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27, มาตรา 91, มาตรา 94 เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อเนื่องจากลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้คงมีสิทธิริบบรรดาเงินค่าเช่าซื้อที่ลูกหนี้ได้ชำระไปแล้ว และกลับเข้าครอบครองรถที่เช่าซื้อ โดยลูกหนี้มีหน้าที่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนแก่เจ้าหนี้ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากไม่คืนเจ้าหนี้ย่อมได้รับความเสียหายเพราะขาดประโยชน์เนื่องจากไม่ได้รับรถที่เช่าซื้อคืน เจ้าหนี้ไม่อาจเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระค่าปรับเพราะเหตุที่ลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อล่าช้าก่อนสัญญาเช่าซื้อเลิกกันได้อีก แต่เนื่องจากหนี้ที่เจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้นั้น ต้องเป็นหนี้เงินซึ่งมูลแห่งหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 การที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดโดยอ้างว่าเป็นค่าขาดราคารถ (ที่ถูก ค่าขาดประโยชน์) จึงเป็นการขอรับชำระหนี้ค่าเสียหายเพราะลูกหนี้ไม่ส่งมอบรถคืนแก่เจ้าหนี้อันถือได้ว่ามูลหนี้เกิดขึ้นภายหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าว สำหรับสิทธิของเจ้าหนี้ในการติดตามเอารถคืนจากลูกหนี้มิใช่หนี้เงินอันพึงขอรับชำระหนี้ได้ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27 และมาตรา 91 ส่วนคำขอรับชำระหนี้กรณีหากคืนรถไม่ได้เจ้าหนี้เรียกร้องให้ลูกหนี้ชดใช้ราคาแทนเท่าจำนวนเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อนั้น ก็เกิดขึ้นภายหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด มิใช่หนี้อันพึงขอรับชำระในคดีล้มละลายได้เช่นกัน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและค่าปรับเป็นเงิน 378,811 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 ในฐานะเจ้าหนี้ไม่มีประกัน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ ระหว่างสอบสวนเจ้าหนี้ขอแก้ไขคำขอรับชำระหนี้ อ้างว่าได้รับชำระหนี้จากบุคคลภายนอกบางส่วน จึงขอรับชำระหนี้เพียง 105,266 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เงื่อนไขข้อตกลงต่าง ๆ ในสัญญาย่อมระงับสิ้นไป เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ค่าปรับดังกล่าว จึงเห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1) ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงอันเป็นยุติในชั้นนี้ฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 ลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน 1 คัน ไปจากเจ้าหนี้ในราคา 843,252.60 บาท โดยตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแก่เจ้าหนี้เป็นรายเดือน เดือนละ 15,038 บาท เป็นเวลา 60 งวด ทุกวันที่ 4 ของทุกเดือนเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 หากชำระล่าช้ายอมเสียเบี้ยปรับแก่เจ้าหนี้ ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่เจ้าหนี้แล้ว 35 งวด รวมเป็นเงิน 526,330 บาท จนถึงงวดที่ 37 ซึ่งครบกำหนดชำระวันที่ 8 มีนาคม 2550 ลูกหนี้ไม่ชำระ เจ้าหนี้จึงคิดค่าปรับเนื่องจากชำระค่าเช่าซื้อล่าช้าจากลูกหนี้เป็นเงิน 2,861 บาท ต่อมาลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550 เจ้าหนี้จึงขอรับชำระหนี้เป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ 375,950 บาท และค่าปรับเนื่องจากชำระค่าเช่าซื้อล่าช้า 2,861 บาท รวมเป็นเงิน 378,811 บาท ต่อมาเจ้าหนี้ขอแก้ไขคำขอรับชำระหนี้ คงขอรับชำระหนี้เพียง 105,266 บาท มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อเนื่องจากลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้คงมีสิทธิริบบรรดาเงินค่าเช่าซื้อที่ลูกหนี้ได้ชำระไปแล้ว และกลับเข้าครอบครองรถที่เช่าซื้อ โดยลูกหนี้มีหน้าที่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนแก่เจ้าหนี้ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากไม่คืนเจ้าหนี้ย่อมได้รับความเสียหายเพราะขาดประโยชน์เนื่องจากไม่ได้รับรถที่เช่าซื้อคืน เจ้าหนี้ไม่อาจเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระค่าปรับเพราะเหตุที่ลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อล่าช้าก่อนสัญญาเช่าซื้อเลิกกันได้อีก แต่เนื่องจากหนี้ที่เจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้นั้น ต้องเป็นหนี้เงินซึ่งมูลแห่งหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 การที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดโดยอ้างว่าเป็นค่าขาดราคารถ (ที่ถูก ค่าขาดประโยชน์) จึงเป็นการขอรับชำระหนี้ค่าเสียหายเพราะลูกหนี้ไม่ส่งมอบรถคืนแก่เจ้าหนี้อันถือได้ว่ามูลหนี้เกิดขึ้นภายหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าว สำหรับสิทธิของเจ้าหนี้ในการติดตามเอารถคืนจากลูกหนี้มิใช่หนี้เงินอันพึงขอรับชำระหนี้ได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27 และมาตรา 91 ส่วนคำขอรับชำระหนี้กรณีหากคืนรถไม่ได้เจ้าหนี้เรียกร้องให้ลูกหนี้ชดใช้ราคาแทนเท่าจำนวนเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อนั้น ก็เกิดขึ้นภายหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด มิใช่หนี้อันพึงขอรับชำระในคดีล้มละลายได้เช่นกัน ที่เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า ภายหลังลูกหนี้ยื่นคำขอประนอมหนี้และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ลูกหนี้ยังคงผ่อนชำระหนี้ค่าเช่าซื้อให้แก่เจ้าหนี้เรื่อยมา ทำให้เจ้าหนี้ไม่อาจติดตามยึดรถที่เช่าซื้อคืนได้ เห็นว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ไม่เกี่ยวกับสิทธิในการได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ ด้วยเหตุดังกล่าวเจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ ที่ศาลล้มละลายกลางยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ทวีศักดิ์ ทองภักดี-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-อดิศักดิ์ ปัตรวลี) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
635268
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081966253"
    }
}
date
2558
deka_no
15145/2558
deka_running_no
15145
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "ทวีศักดิ์ ทองภักดี",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 91",
            "ม. 94"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ พญาไท จำกัด"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "บริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิทยา ไกรสูรย์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและค่าปรับเป็นเงิน 378,811 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 ในฐานะเจ้าหนี้ไม่มีประกัน

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้

ระหว่างสอบสวนเจ้าหนี้ขอแก้ไขคำขอรับชำระหนี้ อ้างว่าได้รับชำระหนี้จากบุคคลภายนอกบางส่วน จึงขอรับชำระหนี้เพียง 105,266 บาท

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เงื่อนไขข้อตกลงต่าง ๆ ในสัญญาย่อมระงับสิ้นไป เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ค่าปรับดังกล่าว จึงเห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เสียทั้งสิ้นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1)

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงอันเป็นยุติในชั้นนี้ฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 ลูกหนี้เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน 1 คัน ไปจากเจ้าหนี้ในราคา 843,252.60 บาท โดยตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแก่เจ้าหนี้เป็นรายเดือน เดือนละ 15,038 บาท เป็นเวลา 60 งวด ทุกวันที่ 4 ของทุกเดือนเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 หากชำระล่าช้ายอมเสียเบี้ยปรับแก่เจ้าหนี้ ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่เจ้าหนี้แล้ว 35 งวด รวมเป็นเงิน 526,330 บาท จนถึงงวดที่ 37 ซึ่งครบกำหนดชำระวันที่ 8 มีนาคม 2550 ลูกหนี้ไม่ชำระ เจ้าหนี้จึงคิดค่าปรับเนื่องจากชำระค่าเช่าซื้อล่าช้าจากลูกหนี้เป็นเงิน 2,861 บาท ต่อมาลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550 เจ้าหนี้จึงขอรับชำระหนี้เป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ 375,950 บาท และค่าปรับเนื่องจากชำระค่าเช่าซื้อล่าช้า 2,861 บาท รวมเป็นเงิน 378,811 บาท ต่อมาเจ้าหนี้ขอแก้ไขคำขอรับชำระหนี้ คงขอรับชำระหนี้เพียง 105,266 บาท มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่ เพียงใด เห็นว่า เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อเนื่องจากลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้คงมีสิทธิริบบรรดาเงินค่าเช่าซื้อที่ลูกหนี้ได้ชำระไปแล้ว และกลับเข้าครอบครองรถที่เช่าซื้อ โดยลูกหนี้มีหน้าที่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนแก่เจ้าหนี้ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากไม่คืนเจ้าหนี้ย่อมได้รับความเสียหายเพราะขาดประโยชน์เนื่องจากไม่ได้รับรถที่เช่าซื้อคืน เจ้าหนี้ไม่อาจเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระค่าปรับเพราะเหตุที่ลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อล่าช้าก่อนสัญญาเช่าซื้อเลิกกันได้อีก แต่เนื่องจากหนี้ที่เจ้าหนี้อาจขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายได้นั้น ต้องเป็นหนี้เงินซึ่งมูลแห่งหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 การที่เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดโดยอ้างว่าเป็นค่าขาดราคารถ (ที่ถูก ค่าขาดประโยชน์) จึงเป็นการขอรับชำระหนี้ค่าเสียหายเพราะลูกหนี้ไม่ส่งมอบรถคืนแก่เจ้าหนี้อันถือได้ว่ามูลหนี้เกิดขึ้นภายหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าว สำหรับสิทธิของเจ้าหนี้ในการติดตามเอารถคืนจากลูกหนี้มิใช่หนี้เงินอันพึงขอรับชำระหนี้ได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27 และมาตรา 91 ส่วนคำขอรับชำระหนี้กรณีหากคืนรถไม่ได้เจ้าหนี้เรียกร้องให้ลูกหนี้ชดใช้ราคาแทนเท่าจำนวนเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อนั้น ก็เกิดขึ้นภายหลังจากศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด มิใช่หนี้อันพึงขอรับชำระในคดีล้มละลายได้เช่นกัน ที่เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า ภายหลังลูกหนี้ยื่นคำขอประนอมหนี้และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ลูกหนี้ยังคงผ่อนชำระหนี้ค่าเช่าซื้อให้แก่เจ้าหนี้เรื่อยมา ทำให้เจ้าหนี้ไม่อาจติดตามยึดรถที่เช่าซื้อคืนได้ เห็นว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ไม่เกี่ยวกับสิทธิในการได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ ด้วยเหตุดังกล่าวเจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ ที่ศาลล้มละลายกลางยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000238.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558