คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2562 ฉบับเต็ม

#635834
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1171/2562 ธนาคาร อ. โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. ผู้ร้อง นาย จ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ไปยังบริษัท อ. ซึ่งจำเลยที่ 2 ทำงานอยู่ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 อันเป็นการดำเนินวิธีการบังคับคดีตามขั้นตอนครบถ้วนภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาวันที่ 10 เมษายน 2549 แล้ว กล่าวคือ โจทก์เดิมได้ขอศาลออกหมายบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2550 และวันที่ 9 กันยายน 2553 และศาลได้ออกหมายบังคับคดีไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2553 หลังจากนั้นเมื่อผู้ร้องได้รับอนุญาตให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนโจทก์ ผู้ร้องก็ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้อายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไม่ดำเนินการให้ อ้างว่าทรัพย์จำนองที่ยึดไว้ยังไม่มีการขายทอดตลาด โจทก์จึงไม่อาจบังคับเอาแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องอื่นของจำเลยได้ และมีคำสั่งยกคำร้อง แต่ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวและหากระยะเวลาการบังคับคดีสิ้นสุดลง ก็ขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปอีก 60 วัน ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ย่อมเท่ากับศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวแล้ว และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีภายในระยะเวลาการบังคับคดี และชอบที่ศาลชั้นต้นจะแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการต่อไป โดยไม่จำต้องอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้แก่ผู้ร้องอีก เพราะขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 อยู่ภายในกำหนดระยะเวลาการบังคับคดี แม้ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอแยกสำนวนไปดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลา 60 วันตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าผู้ร้องประสงค์ที่จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องขอที่ได้ยื่นไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 ซึ่งยังอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาบังคับคดี ชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ให้ตามคำร้องขอของผู้ร้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยและบังคับจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 459,688.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี ของต้นเงิน 395,977.86 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คดีถึงที่สุดจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอศาลออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนองซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 28090 และ 28091 คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดี ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ขอเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2557 วันที่ 21 เมษายน 2559 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่ดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัทแอมคอร์ เฟล็กซ์ซิเบิ้ล กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากทรัพย์จำนองที่ยึดไว้ยังไม่มีการขายทอดตลาด และหากระยะเวลาการบังคับคดีสิ้นสุดลงแล้ว ขอขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ที่ได้รับจากบริษัทดังกล่าวตามคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 แต่ให้รอการบังคับชำระหนี้ไว้ก่อนจนกว่าการขายทรัพย์จำนองจะเสร็จสิ้นและได้เงินไม่พอชำระหนี้ จึงอนุญาตให้นำเงินที่อายัดชำระหนี้ได้ และอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีไปอีก 60 วัน ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ขอให้ดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าคดีพ้นระยะเวลาการบังคับคดีตามที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจดำเนินการตามประสงค์ของผู้ร้องได้ ผู้ร้องไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี เนื่องจากผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้อายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 ภายในระยะเวลาการบังคับคดีแล้ว จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ไปยังบริษัทแอมคอร์ เฟล็กซ์ซิเบิ้ล กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจำเลยที่ 2 ทำงานอยู่ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 อันเป็นการดำเนินวิธีการบังคับคดีตามขั้นตอนครบถ้วนภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาวันที่ 10 เมษายน 2549 แล้ว กล่าวคือ โจทก์เดิมได้ขอศาลออกหมายบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2550 และวันที่ 9 กันยายน 2553 และศาลได้ออกหมายบังคับคดีไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2553 หลังจากนั้นเมื่อผู้ร้องได้รับอนุญาตให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนโจทก์ ผู้ร้องก็ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้อายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไม่ดำเนินการให้ อ้างว่าทรัพย์จำนองที่ยึดไว้ยังไม่มีการขายทอดตลาด โจทก์จึงไม่อาจบังคับเอาแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องอื่นของจำเลยได้ และมีคำสั่งยกคำร้อง แต่ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวและหากระยะเวลาการบังคับคดีสิ้นสุดลง ก็ขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปอีก 60 วัน ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ย่อมเท่ากับศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวแล้ว และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีภายในระยะเวลาการบังคับคดีดังที่วินิจฉัยมาข้างต้น และชอบที่ศาลชั้นต้นจะแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการต่อไป โดยไม่จำต้องอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้แก่ผู้ร้องอีก เพราะขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 อยู่ภายในกำหนดระยะเวลาการบังคับคดี แม้ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอแยกสำนวนไปดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลา 60 วันตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าผู้ร้องประสงค์ที่จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องขอที่ได้ยื่นไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 ซึ่งยังอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาบังคับคดี ชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ให้ตามคำร้องขอของผู้ร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีลงวันที่ 14 ธันวาคม 2559 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ไปยังบริษัทแอมคอร์ เฟล็กซ์ซิเบิ้ล กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตามคำร้องของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ให้ศาลชั้นต้นแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบโดยเร็ว ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์-สุรางคนา กมลละคร-รักเกียรติ วัฒนพงษ์) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายบัลลังก์ จิระบุญศรี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุมิตร สุภาดุลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1291/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ย1161/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ย298/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
635834
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายบัลลังก์ จิระบุญศรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุมิตร สุภาดุลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081955301"
    }
}
date
2562
deka_no
1171/2562
deka_running_no
1171
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์",
    "สุรางคนา กมลละคร",
    "รักเกียรติ วัฒนพงษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271 (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร อ."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย จ. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้กู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยและบังคับจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 459,688.49 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี ของต้นเงิน 395,977.86 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คดีถึงที่สุดจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอศาลออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนองซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 28090 และ 28091 คดีอยู่ระหว่างการบังคับคดี

ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ขอเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2557

วันที่ 21 เมษายน 2559 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่ดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ซึ่งทำงานอยู่ที่บริษัทแอมคอร์ เฟล็กซ์ซิเบิ้ล กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากทรัพย์จำนองที่ยึดไว้ยังไม่มีการขายทอดตลาด และหากระยะเวลาการบังคับคดีสิ้นสุดลงแล้ว ขอขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ที่ได้รับจากบริษัทดังกล่าวตามคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 แต่ให้รอการบังคับชำระหนี้ไว้ก่อนจนกว่าการขายทรัพย์จำนองจะเสร็จสิ้นและได้เงินไม่พอชำระหนี้ จึงอนุญาตให้นำเงินที่อายัดชำระหนี้ได้ และอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีไปอีก 60 วัน ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ขอให้ดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าคดีพ้นระยะเวลาการบังคับคดีตามที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจดำเนินการตามประสงค์ของผู้ร้องได้ ผู้ร้องไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี เนื่องจากผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้อายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 ภายในระยะเวลาการบังคับคดีแล้ว จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ไปยังบริษัทแอมคอร์ เฟล็กซ์ซิเบิ้ล กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจำเลยที่ 2 ทำงานอยู่ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2559 อันเป็นการดำเนินวิธีการบังคับคดีตามขั้นตอนครบถ้วนภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาวันที่ 10 เมษายน 2549 แล้ว กล่าวคือ โจทก์เดิมได้ขอศาลออกหมายบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2550 และวันที่ 9 กันยายน 2553 และศาลได้ออกหมายบังคับคดีไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2553 หลังจากนั้นเมื่อผู้ร้องได้รับอนุญาตให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนโจทก์ ผู้ร้องก็ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้อายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไม่ดำเนินการให้ อ้างว่าทรัพย์จำนองที่ยึดไว้ยังไม่มีการขายทอดตลาด โจทก์จึงไม่อาจบังคับเอาแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องอื่นของจำเลยได้ และมีคำสั่งยกคำร้อง แต่ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวและหากระยะเวลาการบังคับคดีสิ้นสุดลง ก็ขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปอีก 60 วัน ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ย่อมเท่ากับศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวแล้ว และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีภายในระยะเวลาการบังคับคดีดังที่วินิจฉัยมาข้างต้น และชอบที่ศาลชั้นต้นจะแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อดำเนินการต่อไป โดยไม่จำต้องอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีให้แก่ผู้ร้องอีก เพราะขณะที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 อยู่ภายในกำหนดระยะเวลาการบังคับคดี แม้ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอแยกสำนวนไปดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลา 60 วันตามที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาบังคับคดีก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าผู้ร้องประสงค์ที่จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ตามคำร้องขอที่ได้ยื่นไว้ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 ซึ่งยังอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาบังคับคดี ชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ให้ตามคำร้องขอของผู้ร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีลงวันที่ 14 ธันวาคม 2559 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการอายัดเงินเดือนของจำเลยที่ 2 ไปยังบริษัทแอมคอร์ เฟล็กซ์ซิเบิ้ล กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ตามคำร้องของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 8 เมษายน 2559 ให้ศาลชั้นต้นแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบโดยเร็ว ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ย1161/2548
primary_red_case_no
ย298/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000147.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1291/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562