คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14206/2558 ฉบับเต็ม

#635991
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14206/2558 บริษัทบุตรแสนก่อสร้าง จำกัด โจทก์ กรมทางหลวง ผู้ร้อง บริษัทหนองบัวลำภู อิมปอร์ต - เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 261, มาตรา 311 วรรคสาม, มาตรา 312 โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยขอให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 และขอให้อายัดเงินค่าจ้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 และเงินค่าจ้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดเงินค่าจ้างและขอคืนเงินให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่เป็นคู่ความ จึงพอแปลได้ว่า เป็นกรณีที่ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด ร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 261 โดยความในวรรคหนึ่งของมาตรา 261 ได้บัญญัติให้นำมาตรา 312 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งหมายความว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับคำสั่งอายัดย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่ได้มีคำสั่งเรียกร้องเอาแก่ตนได้ตามมาตรา 312 ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี บทบัญญัติในมาตรา 312 เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในหมวด 2 ลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ที่ในลักษณะ 2 วิธียึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ และการจ่ายเงินนี้ นอกจากให้สิทธิผู้ร้องที่ถูกบังคับตามสิทธิเรียกร้องชอบที่จะปฏิเสธหรือโต้แย้งสิทธิเรียกร้องที่เรียกเอาแก่ตนได้แล้ว ยังต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 311 วรรคสาม ที่บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องได้ แม้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้อันมีต่อบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือมีเงื่อนไขหรือไม่ มาใช้บังคับด้วย การที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดโดยมีข้อโต้แย้งว่าจำเลยที่ 1 ได้โอนหนี้ให้แก่ธนาคารแล้ว ผู้ร้องมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ธนาคารตามข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องนั้น จึงไม่อาจรับฟัง ผู้ร้องในฐานะบุคคลภายนอกผู้ได้รับหมายอายัดย่อมไม่อาจขอให้เพิกถอนหมายคำสั่งอายัดชั่วคราวและขอคืนเงินที่อายัดได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองผิดข้อตกลงการเข้าหุ้นส่วนขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 รวม 3 บัญชี และอายัดเงินค่าจ้างซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้องตามสัญญาจ้างเลขที่ บก.1/2548 บก.3/2548 และ สด.6/2548 จำนวน 4,400,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 รวม 3 บัญชี และอายัดเงินค่าจ้างซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากแขวงการทางหนองคายที่ 2 (บึงกาฬ) ตามสัญญาเลขที่ บก.1/2548 และ บก.3/2548 กับแขวงการทางสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน) สัญญาเลขที่ 6/2548 (ที่ถูก น่าจะเป็น สด.6/2548) จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนเงินแก่ผู้ร้องเพื่อดำเนินการต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ (ที่ถูก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ) ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งหมายอายัดชั่วคราว และต้องคืนเงินที่อายัดให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเป็นลูกหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่ต้องชำระหนี้ค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้อง โดยจำเลยที่ 1 ได้โอนสิทธิในการรับเงินตามสัญญาจ้างให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหนองบัวลำภู แล้ว ผู้ร้องย่อมต้องผูกพันตามที่จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่ธนาคาร เพราะเจ้าหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องคือจำเลยที่ 1 ได้บอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือมายังผู้ร้องซึ่งเป็นลูกหนี้แล้ว นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยขอให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 และขอให้อายัดเงินค่าจ้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากแขวงการทาง กรมทางหลวง ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 และเงินค่าจ้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดเงินค่าจ้างและขอคืนเงินให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่เป็นคู่ความ จึงพอแปลได้ว่า เป็นกรณีที่ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด ร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 261 โดยความในวรรคหนึ่งของมาตรา 261 ได้บัญญัติให้นำมาตรา 312 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งหมายความว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับคำสั่งอายัดย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่ได้มีคำสั่งเรียกร้องเอาแก่ตนได้ตามมาตรา 312 ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี บทบัญญัติในมาตรา 312 เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในหมวด 2 ลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ที่ในลักษณะ 2 วิธียึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ และการจ่ายเงินนี้ นอกจากให้สิทธิผู้ร้องที่ถูกบังคับตามสิทธิเรียกร้องชอบที่จะปฏิเสธหรือโต้แย้งสิทธิเรียกร้องที่เรียกเอาแก่ตนได้แล้ว ยังต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 311 วรรคสาม ที่บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องได้ แม้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้อันมีต่อบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือมีเงื่อนไขหรือไม่ มาใช้บังคับด้วย ดังนั้น การที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดโดยมีข้อโต้แย้งว่าจำเลยที่ 1 ได้โอนหนี้ให้แก่ธนาคารแล้ว ผู้ร้องมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ธนาคารตามข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องนั้น จึงไม่อาจรับฟัง ผู้ร้องในฐานะบุคคลภายนอกผู้ได้รับหมายอายัดย่อมไม่อาจขอให้เพิกถอนหมายคำสั่งอายัดชั่วคราวและขอคืนเงินที่อายัดได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ-วิรุฬห์ แสงเทียน-ธีระพงศ์ จิระภาค) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
635991
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081967059"
    }
}
date
2558
deka_no
14206/2558
deka_running_no
14206
deka_year
2558
department
แผนก
judges
[
    "อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 261",
            "ม. 311 วรรคสาม",
            "ม. 312"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบุตรแสนก่อสร้าง จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "กรมทางหลวง"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทหนองบัวลำภู อิมปอร์ต -"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองผิดข้อตกลงการเข้าหุ้นส่วนขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 รวม 3 บัญชี และอายัดเงินค่าจ้างซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้องตามสัญญาจ้างเลขที่ บก.1/2548 บก.3/2548 และ สด.6/2548 จำนวน 4,400,000 บาท

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 รวม 3 บัญชี และอายัดเงินค่าจ้างซึ่งจำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากแขวงการทางหนองคายที่ 2 (บึงกาฬ) ตามสัญญาเลขที่ บก.1/2548 และ บก.3/2548 กับแขวงการทางสกลนครที่ 2 (สว่างแดนดิน) สัญญาเลขที่ 6/2548 (ที่ถูก น่าจะเป็น สด.6/2548) จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้คืนเงินแก่ผู้ร้องเพื่อดำเนินการต่อไป

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ (ที่ถูก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ)

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุให้เพิกถอนคำสั่งหมายอายัดชั่วคราว และต้องคืนเงินที่อายัดให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเป็นลูกหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่ต้องชำระหนี้ค่าจ้างตามสัญญาจ้างก่อสร้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้อง โดยจำเลยที่ 1 ได้โอนสิทธิในการรับเงินตามสัญญาจ้างให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหนองบัวลำภู แล้ว ผู้ร้องย่อมต้องผูกพันตามที่จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่ธนาคาร เพราะเจ้าหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องคือจำเลยที่ 1 ได้บอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือมายังผู้ร้องซึ่งเป็นลูกหนี้แล้ว นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยขอให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 และขอให้อายัดเงินค่าจ้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากแขวงการทาง กรมทางหลวง ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 และเงินค่าจ้างที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดเงินค่าจ้างและขอคืนเงินให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมิใช่เป็นคู่ความ จึงพอแปลได้ว่า เป็นกรณีที่ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด ร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 261 โดยความในวรรคหนึ่งของมาตรา 261 ได้บัญญัติให้นำมาตรา 312 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งหมายความว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับคำสั่งอายัดย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่ได้มีคำสั่งเรียกร้องเอาแก่ตนได้ตามมาตรา 312 ดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี บทบัญญัติในมาตรา 312 เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในหมวด 2 ลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ที่ในลักษณะ 2 วิธียึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ และการจ่ายเงินนี้ นอกจากให้สิทธิผู้ร้องที่ถูกบังคับตามสิทธิเรียกร้องชอบที่จะปฏิเสธหรือโต้แย้งสิทธิเรียกร้องที่เรียกเอาแก่ตนได้แล้ว ยังต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 311 วรรคสาม ที่บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องได้ แม้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้อันมีต่อบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้งหรือมีข้อจำกัดหรือมีเงื่อนไขหรือไม่ มาใช้บังคับด้วย ดังนั้น การที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดโดยมีข้อโต้แย้งว่าจำเลยที่ 1 ได้โอนหนี้ให้แก่ธนาคารแล้ว ผู้ร้องมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ธนาคารตามข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องนั้น จึงไม่อาจรับฟัง ผู้ร้องในฐานะบุคคลภายนอกผู้ได้รับหมายอายัดย่อมไม่อาจขอให้เพิกถอนหมายคำสั่งอายัดชั่วคราวและขอคืนเงินที่อายัดได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
แหล่งที่มา ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000245.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2558