คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3530 -ที่ 3531/2560 ฉบับเต็ม

#637627
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3530 - 3531/2560 นาย ว. ผู้ร้อง นาย อ. ผู้คัดค้าน นาย จ. ผู้ร้องคัดค้าน ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ข้อความในฎีกาฉบับแรกตั้งแต่หน้าที่ 3 ย่อหน้าที่ 2 จนถึงหน้าสุดท้าย กับข้อความในฎีกาฉบับที่สองตั้งแต่หน้าที่ 3 ย่อหน้าที่ 2 จนถึงหน้าสุดท้าย ล้วนแต่เป็นข้อความเดียวกันทั้งสิ้น โดยฎีกาของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ด้วยเหตุที่ไม่รับอุทธรณ์ทั้งสองฉบับของผู้ร้องคัดค้านไว้วินิจฉัยนั้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร ที่ถูกควรเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายวรสกล ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนายวิชชา ผู้ตาย ต่อมาผู้ร้องคัดค้านยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกหรือเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง (1) ผู้ร้องคัดค้านยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 จำนวน 2 ฉบับ และวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกหรือเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องของผู้ร้องคัดค้านฉบับลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 จำนวน 2 ฉบับ และฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งเกี่ยวข้องกับคำร้องทั้งสามฉบับดังกล่าวไว้โดยชอบด้วยเหตุผลตามกฎหมายแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องคัดค้านทั้งสามฉบับดังกล่าว ผู้ร้องคัดค้านอุทธรณ์คำสั่ง (2) ผู้ร้องคัดค้านยื่นคำขอตั้งผู้จัดการมรดกร่วมและถอนผู้จัดการมรดกฉบับลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลตรวจคำร้องฉบับนี้โดยละเอียดแล้ว เห็นว่า เนื้อหาโดยรวมของคำร้องฉบับนี้มีประเด็นเดียวกับคำร้องฉบับลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 จำนวน 2 ฉบับ และฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ของผู้ร้องคัดค้านและคำร้องทั้งสามฉบับดังกล่าว ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องไปแล้ว ตามคำสั่งลงวันที่ 22 เมษายน 2558 ต่อมาผู้ร้องคัดค้านได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์แล้ว ในชั้นนี้จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องฉบับนี้ ผู้ร้องคัดค้านอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า อุทธรณ์ข้อ (1) ของผู้ร้องคัดค้านไม่ได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้งว่าไม่ชอบอย่างไร กลับมีลักษณะและเหตุผลเหมือนกับคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกดังเช่นที่ผู้ร้องคัดค้านเคยยื่นมาแล้ว อีกทั้งยังกล่าวอ้างเอาเหตุผลหรือข้อคัดค้านในเอกสารอื่นโดยไม่นำมากล่าวไว้ให้เห็นในคำฟ้องอุทธรณ์ อุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชัดแจ้ง ส่วนอุทธรณ์ข้อ (2) ที่อ้างว่าผู้ร้องคัดค้านใช้สิทธิคัดค้านในฐานะผู้สืบสิทธิทายาทโดยธรรมของนางซู่หู หากศาลมีคำสั่งรับไต่สวนคำร้องก็จะพิจารณาได้อย่างรวดเร็วดีกว่าอุทธรณ์และฎีกาคำร้องเดิมนั้น อุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านในส่วนนี้ก็ไม่ได้มีการคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้งว่าไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายด้วยเหตุผลอะไร อุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านจึงเป็นอุทธรณ์ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่งเช่นกัน พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่ผู้ร้องคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ผู้ร้องคัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาฎีกาของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับแล้วปรากฏว่า ข้อความในฎีกาฉบับแรกตั้งแต่หน้าที่ 3 ย่อหน้าที่ 2 จนถึงหน้าสุดท้าย กับข้อความในฎีกาฉบับที่สองตั้งแต่หน้าที่ 3 ย่อหน้าที่ 2 จนถึงหน้าสุดท้าย ล้วนแต่เป็นข้อความเดียวกันทั้งสิ้น โดยฎีกาของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ด้วยเหตุที่ไม่รับอุทธรณ์ทั้งสองฉบับของผู้ร้องคัดค้านไว้วินิจฉัยนั้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร ที่ถูกควรเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (สุรทิน สาเรือง-จักร อุตตโม-ประเสริฐ นิชโรจน์) ศาลจังหวัดหนองคาย - นายวริทธิ์ จิตรเพียรค้า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายชัยวัฒน์ วิสานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2661-2662/2559 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ753/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ827/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
637627
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหนองคาย",
        "judge": "นายวริทธิ์ จิตรเพียรค้า"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายชัยวัฒน์ วิสานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081960554"
    }
}
date
2560
deka_no
3531/2560
deka_running_no
3531
deka_year
2560
department
แผนก
judges
[
    "สุรทิน สาเรือง",
    "จักร อุตตโม",
    "ประเสริฐ นิชโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาย ว."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาย อ."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องคัดค้าน",
        "name": "นาย จ."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายวรสกล ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนายวิชชา ผู้ตาย ต่อมาผู้ร้องคัดค้านยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกหรือเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง

(1) ผู้ร้องคัดค้านยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 จำนวน 2 ฉบับ และวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งผู้ร้องคัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกหรือเป็นผู้จัดการมรดกร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์คำร้องของผู้ร้องคัดค้านฉบับลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 จำนวน 2 ฉบับ และฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 แล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งเกี่ยวข้องกับคำร้องทั้งสามฉบับดังกล่าวไว้โดยชอบด้วยเหตุผลตามกฎหมายแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องคัดค้านทั้งสามฉบับดังกล่าว

ผู้ร้องคัดค้านอุทธรณ์คำสั่ง

(2) ผู้ร้องคัดค้านยื่นคำขอตั้งผู้จัดการมรดกร่วมและถอนผู้จัดการมรดกฉบับลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลตรวจคำร้องฉบับนี้โดยละเอียดแล้ว เห็นว่า เนื้อหาโดยรวมของคำร้องฉบับนี้มีประเด็นเดียวกับคำร้องฉบับลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 จำนวน 2 ฉบับ และฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ของผู้ร้องคัดค้านและคำร้องทั้งสามฉบับดังกล่าว ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องไปแล้ว ตามคำสั่งลงวันที่ 22 เมษายน 2558 ต่อมาผู้ร้องคัดค้านได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวและศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์แล้ว ในชั้นนี้จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องฉบับนี้

ผู้ร้องคัดค้านอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า อุทธรณ์ข้อ (1) ของผู้ร้องคัดค้านไม่ได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้งว่าไม่ชอบอย่างไร กลับมีลักษณะและเหตุผลเหมือนกับคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกดังเช่นที่ผู้ร้องคัดค้านเคยยื่นมาแล้ว อีกทั้งยังกล่าวอ้างเอาเหตุผลหรือข้อคัดค้านในเอกสารอื่นโดยไม่นำมากล่าวไว้ให้เห็นในคำฟ้องอุทธรณ์ อุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชัดแจ้ง ส่วนอุทธรณ์ข้อ (2) ที่อ้างว่าผู้ร้องคัดค้านใช้สิทธิคัดค้านในฐานะผู้สืบสิทธิทายาทโดยธรรมของนางซู่หู หากศาลมีคำสั่งรับไต่สวนคำร้องก็จะพิจารณาได้อย่างรวดเร็วดีกว่าอุทธรณ์และฎีกาคำร้องเดิมนั้น อุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านในส่วนนี้ก็ไม่ได้มีการคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นโดยชัดแจ้งว่าไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายด้วยเหตุผลอะไร อุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านจึงเป็นอุทธรณ์ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่งเช่นกัน พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่ผู้ร้องคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ผู้ร้องคัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาฎีกาของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับแล้วปรากฏว่า ข้อความในฎีกาฉบับแรกตั้งแต่หน้าที่ 3 ย่อหน้าที่ 2 จนถึงหน้าสุดท้าย กับข้อความในฎีกาฉบับที่สองตั้งแต่หน้าที่ 3 ย่อหน้าที่ 2 จนถึงหน้าสุดท้าย ล้วนแต่เป็นข้อความเดียวกันทั้งสิ้น โดยฎีกาของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ด้วยเหตุที่ไม่รับอุทธรณ์ทั้งสองฉบับของผู้ร้องคัดค้านไว้วินิจฉัยนั้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร ที่ถูกควรเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของผู้ร้องคัดค้านทั้งสองฉบับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ753/2547
primary_red_case_no
พ827/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000190.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2661-2662/2559
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3530 -
year
2560