คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3870/2562 ฉบับเต็ม

#638507
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3870/2562 นาย พ. โจทก์ นาย ส. กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 96, มาตรา 326, มาตรา 328 โจทก์ทราบว่า จำเลยทั้งห้าร้องเรียนโจทก์ว่าทุจริตต่อหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ประกอบกับได้ความจากคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า เคยเรียกโจทก์และจำเลยทั้งห้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยในปี 2557 เนื่องจากเห็นว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้าเป็นเพื่อนร่วมงานกัน จึงเชื่อว่าโจทก์ทราบมูลความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าเป็นจำเลยทั้งห้าตั้งแต่วันที่มีการร้องเรียนในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 เมื่อความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตาม ป.อ. มาตรา 326 และ 328 เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด โดยโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากมีการร้องเรียนแล้วกว่า 2 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 326, 328 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามทางไต่สวนโจทก์อ้างตนเองเบิกความเป็นพยานว่า โจทก์และจำเลยทั้งห้ารับราชการเป็นครูอยู่แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลังวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น โดยโจทก์ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนก เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 จำเลยทั้งห้าร่วมกันทำหนังสือร้องเรียนต่อผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่นกล่าวหาโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า โจทก์จัดซื้อวัสดุมาสอนนักศึกษาผิดแบบและขนาดที่กำหนดทั้งยังผิดราคา และโจทก์เบียดบังเงินที่ได้จากการจัดซื้อจัดจ้างไปเป็นของตน อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่นแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งผลการสืบสวนปรากฏข้อร้องเรียนของจำเลยทั้งห้าไม่มีมูล โดยคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงแจ้งคำสั่งให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 การกระทำของจำเลยทั้งห้าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง แต่โจทก์ก็เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านว่า โจทก์ทราบว่าจำเลยทั้งห้าร้องเรียนโจทก์ว่าทุจริตต่อหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ประกอบกับได้ความตามคำเบิกความของนายประจักษ์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำสั่งวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่นที่เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านว่า พยานเคยเรียกโจทก์และจำเลยทั้งห้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยในปี 2557 เนื่องจากเห็นว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้าต่างเป็นเพื่อนร่วมงานไม่น่าที่จะมาร้องเรียนกันเพราะจะทำให้เสียหายทั้งสองฝ่าย จึงเชื่อว่าโจทก์ทราบมูลความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าเป็นจำเลยทั้งห้าตั้งแต่วันที่มีการร้องเรียนในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 แม้ว่าในวันดังกล่าวโจทก์จะยังไม่เห็นและทราบรายละเอียดในหนังสือร้องเรียนก็ตาม ที่โจทก์อ้างว่าคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้โจทก์ทราบว่าข้อร้องเรียนไม่มีมูลเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 โจทก์จึงมีโอกาสตรวจสอบเอกสารและทราบในวันดังกล่าวว่าจำเลยทั้งห้าเป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียน นั้น ไม่อาจรับฟังได้ เมื่อความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด โดยโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากมีการร้องเรียนแล้วกว่า 2 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วยุรี วัฒนวรลักษณ์-ธีระ เบญจรัศมีโรจน์-ธนิต รัตนะผล) ศาลจังหวัดขอนแก่น - นางสาวเพียงฤทัย พรรณศิริชัย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมพงศ์ แพนเดช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2497/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2517/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ582/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
638507
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดขอนแก่น",
        "judge": "นางสาวเพียงฤทัย พรรณศิริชัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสมพงศ์ แพนเดช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081954552"
    }
}
date
2562
deka_no
3870/2562
deka_running_no
3870
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "วยุรี วัฒนวรลักษณ์",
    "ธีระ เบญจรัศมีโรจน์",
    "ธนิต รัตนะผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 96",
            "ม. 326",
            "ม. 328"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย พ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ส. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 326, 328

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 อนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามทางไต่สวนโจทก์อ้างตนเองเบิกความเป็นพยานว่า โจทก์และจำเลยทั้งห้ารับราชการเป็นครูอยู่แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลังวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น โดยโจทก์ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนก เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 จำเลยทั้งห้าร่วมกันทำหนังสือร้องเรียนต่อผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่นกล่าวหาโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า โจทก์จัดซื้อวัสดุมาสอนนักศึกษาผิดแบบและขนาดที่กำหนดทั้งยังผิดราคา และโจทก์เบียดบังเงินที่ได้จากการจัดซื้อจัดจ้างไปเป็นของตน อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่นแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งผลการสืบสวนปรากฏข้อร้องเรียนของจำเลยทั้งห้าไม่มีมูล โดยคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงแจ้งคำสั่งให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 การกระทำของจำเลยทั้งห้าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าแผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง แต่โจทก์ก็เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านว่า โจทก์ทราบว่าจำเลยทั้งห้าร้องเรียนโจทก์ว่าทุจริตต่อหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ประกอบกับได้ความตามคำเบิกความของนายประจักษ์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำสั่งวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่นที่เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งห้าถามค้านว่า พยานเคยเรียกโจทก์และจำเลยทั้งห้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยในปี 2557 เนื่องจากเห็นว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้าต่างเป็นเพื่อนร่วมงานไม่น่าที่จะมาร้องเรียนกันเพราะจะทำให้เสียหายทั้งสองฝ่าย จึงเชื่อว่าโจทก์ทราบมูลความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าเป็นจำเลยทั้งห้าตั้งแต่วันที่มีการร้องเรียนในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 แม้ว่าในวันดังกล่าวโจทก์จะยังไม่เห็นและทราบรายละเอียดในหนังสือร้องเรียนก็ตาม ที่โจทก์อ้างว่าคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้โจทก์ทราบว่าข้อร้องเรียนไม่มีมูลเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2559 โจทก์จึงมีโอกาสตรวจสอบเอกสารและทราบในวันดังกล่าวว่าจำเลยทั้งห้าเป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียน นั้น ไม่อาจรับฟังได้ เมื่อความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่โจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด โดยโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2559 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากมีการร้องเรียนแล้วกว่า 2 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2517/2559
primary_red_case_no
อ582/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000141.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2497/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562