คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2562 ฉบับเต็ม

#638510
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2562 ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ผู้กล่าวหา นาย ย. กับพวก ผู้ถูกกล่าวหา ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), มาตรา 33 การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาประกันอีกหลายคดีในศาลอาญาธนบุรี ศาลแขวงธนบุรี และศาลจังหวัดนนทบุรี พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซึ่งเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1) นั้น เป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ควรรอการลงโทษ แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน มีอายุมาก และร่างกายไม่แข็งแรง ทั้งผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 พยายามบรรเทาผลร้าย โดยนำเงินค่าปรับมาชำระแก่ศาลชั้นต้นครบถ้วนแล้ว จึงมีเหตุสมควรลงโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในสถานเบา ___________________________ คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนางสาววาลิตา ผู้ต้องหา ต่อศาลชั้นต้น โดยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 49182 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นหลักประกันและได้ระบุในบัญชีทรัพย์ว่าเป็นที่ว่างเปล่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นหลักประกันในวงเงิน 350,000 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เนื่องจากผิดสัญญาประกัน วันที่ 4 ธันวาคม 2553 ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีหนังสือแจ้งศาลชั้นต้นว่าได้ดำเนินการยึดที่ดินหลักประกันแล้วแต่ที่ดินมีสภาพถูกขุดเป็นสระน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ตรงกับสภาพที่ดินที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้แถลงต่อศาลเป็นเหตุให้สภาพทรัพย์ไม่คุ้มความรับผิดตามสัญญาประกัน กรณีมีเหตุสงสัยว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล จึงแจ้งข้อหาฐานละเมิดอำนาจศาลแก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้การรับสารภาพ ในวันนัดพร้อมปรากฏข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องในการยื่นขอปล่อยชั่วคราว ศาลชั้นต้นจึงหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มาไต่สวน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1), 33 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 500 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ให้จำคุก 1 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาประกันอีกหลายคดีในศาลอาญาธนบุรี ศาลแขวงธนบุรี และศาลจังหวัดนนทบุรี พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ควรรอการลงโทษ แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน มีอายุมาก และร่างกายไม่แข็งแรง ทั้งผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 พยายามบรรเทาผลร้าย โดยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2561 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำเงินค่าปรับมาชำระแก่ศาลชั้นต้นครบถ้วนแล้ว กรณีจึงมีเหตุสมควรลงโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในสถานเบา ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเวลา 1 เดือน นั้น หนักเกินไป ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเวลา 10 วัน โทษจำคุกให้เปลี่ยนเป็นกักขังแทนเป็นเวลา 10 วัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล-สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์-พนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์) ศาลอาญา - นายอนุชา ทองวงศ์สกุล ศาลอุทธรณ์ - นายเกรียงศักดิ์ วชิรเดชวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2750/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล2/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล6/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
638510
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายอนุชา ทองวงศ์สกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเกรียงศักดิ์ วชิรเดชวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081954785"
    }
}
date
2562
deka_no
3147/2562
deka_running_no
3147
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "ชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล",
    "สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์",
    "พนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 31 (1)",
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้กล่าวหา",
        "name": "ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา"
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "นาย ย. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนางสาววาลิตา ผู้ต้องหา ต่อศาลชั้นต้น โดยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 49182 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นหลักประกันและได้ระบุในบัญชีทรัพย์ว่าเป็นที่ว่างเปล่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นหลักประกันในวงเงิน 350,000 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เนื่องจากผิดสัญญาประกัน วันที่ 4 ธันวาคม 2553 ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีหนังสือแจ้งศาลชั้นต้นว่าได้ดำเนินการยึดที่ดินหลักประกันแล้วแต่ที่ดินมีสภาพถูกขุดเป็นสระน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ตรงกับสภาพที่ดินที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้แถลงต่อศาลเป็นเหตุให้สภาพทรัพย์ไม่คุ้มความรับผิดตามสัญญาประกัน กรณีมีเหตุสงสัยว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล จึงแจ้งข้อหาฐานละเมิดอำนาจศาลแก่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้การรับสารภาพ

ในวันนัดพร้อมปรากฏข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องในการยื่นขอปล่อยชั่วคราว ศาลชั้นต้นจึงหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มาไต่สวน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1), 33 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้จำคุก 2 เดือน และปรับ 500 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ให้จำคุก 1 เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาประกันอีกหลายคดีในศาลอาญาธนบุรี ศาลแขวงธนบุรี และศาลจังหวัดนนทบุรี พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ควรรอการลงโทษ แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน มีอายุมาก และร่างกายไม่แข็งแรง ทั้งผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 พยายามบรรเทาผลร้าย โดยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2561 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำเงินค่าปรับมาชำระแก่ศาลชั้นต้นครบถ้วนแล้ว กรณีจึงมีเหตุสมควรลงโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในสถานเบา ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเวลา 1 เดือน นั้น หนักเกินไป ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเวลา 10 วัน โทษจำคุกให้เปลี่ยนเป็นกักขังแทนเป็นเวลา 10 วัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
ล2/2560
primary_red_case_no
ล6/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000143.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2750/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562