คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3804/2562 ฉบับเต็ม

#638511
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3804/2562 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย ส. จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 92, มาตรา 93 คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 แต่ศาลอุทธรณ์ก็ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าอันเป็นความผิดต่อชีวิต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 มิได้ลงโทษและกำหนดโทษจำเลยในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แต่อย่างใด เช่นนี้จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 93 ได้ แต่เมื่อภายในห้าปีนับแต่วันพ้นโทษคดีก่อน จำเลยกลับมากระทำความผิดคดีนี้ จึงต้องเพิ่มโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 92 และถึงแม้คดีนี้โจทก์จะขอเพิ่มโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมา ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 92 ซึ่งเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอของโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 93, 288, 339, 358, 371, พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบอาวุธปืน มีดปลายแหลมและลูกกระสุนปืนของกลาง เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย ให้จำเลยคืนเงิน 6,800 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 339 วรรคสอง (ที่ถูก (เดิม)), 358 (ที่ถูก (เดิม)), 371. พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่า จำคุก 12 ปี ฐานชิงทรัพย์ จำคุก 10 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร (ที่ถูก และโดยไม่ได้รับใบอนุญาต) ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 1,000 บาท เพิ่มโทษฐานชิงทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ฐานชิงทรัพย์เป็นจำคุก 15 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 31 ปี 6 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 ปี 9 เดือน และปรับ 500 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบอาวุธปืน มีดปลายแหลม และลูกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยคืนเงิน 6,800 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานพยายามฆ่ากับฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 358 (เดิม) เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่า ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 6 ปี ฐานชิงทรัพย์ คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ คงจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืน คงจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธ คงปรับ 500 บาท รวมจำคุก 14 ปี 12 เดือน และปรับ 500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 แต่ศาลอุทธรณ์ก็ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าอันเป็นความผิดต่อชีวิต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 มิได้ลงโทษและกำหนดโทษจำเลยในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แต่อย่างใด เช่นนี้จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ได้ แต่เมื่อภายในห้าปีนับแต่วันพ้นโทษคดีก่อน จำเลยกลับมากระทำความผิดคดีนี้ จึงต้องเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และถึงแม้คดีนี้โจทก์จะขอเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมา ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ซึ่งเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อย่างไรก็ดี ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำเลยก่อนลดโทษฐานพยายามฆ่าให้จำคุก 12 ปีนั้น หนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่รูปคดี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่า จำคุก 10 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 แล้ว เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว เป็นจำคุก 14 ปี 20 เดือน และปรับ 500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ทองธาร เหลืองเรืองรอง-พศวัจณ์ กนกนาก-สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์) ศาลอาญา - นายสมภาศ ทองหวาน ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ชำนาญการค้า แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2808/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3145/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ908/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
638511
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายสมภาศ ทองหวาน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชัย ชำนาญการค้า"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081954559"
    }
}
date
2562
deka_no
3804/2562
deka_running_no
3804
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "ทองธาร เหลืองเรืองรอง",
    "พศวัจณ์ กนกนาก",
    "สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 92",
            "ม. 93"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ส."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 91, 93, 288, 339, 358, 371, พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบอาวุธปืน มีดปลายแหลมและลูกกระสุนปืนของกลาง เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย ให้จำเลยคืนเงิน 6,800 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 1

จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 339 วรรคสอง (ที่ถูก (เดิม)), 358 (ที่ถูก (เดิม)), 371. พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่า จำคุก 12 ปี ฐานชิงทรัพย์ จำคุก 10 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร (ที่ถูก และโดยไม่ได้รับใบอนุญาต) ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 1,000 บาท เพิ่มโทษฐานชิงทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ฐานชิงทรัพย์เป็นจำคุก 15 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นจำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 31 ปี 6 เดือน และปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 ปี 9 เดือน และปรับ 500 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบอาวุธปืน มีดปลายแหลม และลูกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยคืนเงิน 6,800 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายที่ 1

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานพยายามฆ่ากับฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 358 (เดิม) เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่า ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 12 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 6 ปี ฐานชิงทรัพย์ คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับ คงจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืน คงจำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธ คงปรับ 500 บาท รวมจำคุก 14 ปี 12 เดือน และปรับ 500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ไม่เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 แต่ศาลอุทธรณ์ก็ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าอันเป็นความผิดต่อชีวิต ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 มิได้ลงโทษและกำหนดโทษจำเลยในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แต่อย่างใด เช่นนี้จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ได้ แต่เมื่อภายในห้าปีนับแต่วันพ้นโทษคดีก่อน จำเลยกลับมากระทำความผิดคดีนี้ จึงต้องเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และถึงแม้คดีนี้โจทก์จะขอเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมา ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ซึ่งเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น อย่างไรก็ดี ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำเลยก่อนลดโทษฐานพยายามฆ่าให้จำคุก 12 ปีนั้น หนักเกินไป ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้เหมาะสมแก่รูปคดี

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่า จำคุก 10 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 แล้ว เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว เป็นจำคุก 14 ปี 20 เดือน และปรับ 500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3145/2559
primary_red_case_no
อ908/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000141.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2808/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562