คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4854/2562 ฉบับเต็ม

#638675
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4854/2562 นาง น. โจทก์ ว่าที่ร้อยตรี ส. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 151 วรรคหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นโดยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ และยกอุทธรณ์ของจำเลยโดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นแห่งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 151 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ให้จำเลยชำระเงิน 6,497,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 5,650,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 1 สิงหาคม 2551) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณา โดยขอให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุโจทก์ทิ้งฟ้อง เนื่องจากโจทก์แถลงผลคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหายักยอกทรัพย์เกินระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยยื่นคำแถลงว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.919/2559 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 หลังจากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้เดียวมีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ แต่โจทก์ไม่รายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กลับดำเนินคดีต่อมาจนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษายกการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสอบถามเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าประสงค์เข้าว่าคดีแทนโจทก์หรือไม่ แล้วให้ดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ยกอุทธรณ์ของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นโดยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี และยกอุทธรณ์ของจำเลยโดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นแห่งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับนั้น ไม่ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (เสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา-อธิป จิตต์สำเริง-สนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์) ศาลจังหวัดพระโขนง - นางปรียาภรณ์ มั่นน้อย ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ154/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ8507/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ850/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
638675
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระโขนง",
        "judge": "นางปรียาภรณ์ มั่นน้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุวัฒน์ ไวยุพัฒนธี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081954305"
    }
}
date
2562
deka_no
4854/2562
deka_running_no
4854
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "เสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา",
    "อธิป จิตต์สำเริง",
    "สนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 151 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง น."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ว่าที่ร้อยตรี ส."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ให้จำเลยชำระเงิน 6,497,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 5,650,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 1 สิงหาคม 2551) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคดีขึ้นพิจารณา โดยขอให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุโจทก์ทิ้งฟ้อง เนื่องจากโจทก์แถลงผลคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหายักยอกทรัพย์เกินระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยยื่นคำแถลงว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดโจทก์ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.919/2559 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2560 หลังจากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้เดียวมีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ แต่โจทก์ไม่รายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กลับดำเนินคดีต่อมาจนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสอบถามเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าประสงค์เข้าว่าคดีแทนโจทก์หรือไม่ แล้วให้ดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ยกอุทธรณ์ของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นโดยชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี และยกอุทธรณ์ของจำเลยโดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นแห่งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงต้องคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับนั้น ไม่ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ8507/2551
primary_red_case_no
พ850/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000139.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ154/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562