คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6614/2562 ฉบับเต็ม

#640614
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6614/2562 พันตำรวจเอก อ. โจทก์ นาย ก. หรือพระครู ว. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 150, มาตรา 172 วรรคสอง, มาตรา 407, มาตรา 411 จำเลยรับจะดำเนินการวิ่งเต้นให้โจทก์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธร โจทก์ย่อมคาดหมายได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยตนเองหรือผ่านบุคคลอื่นเพื่อแทรกแซงการใช้ดุลพินิจของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง โดยมีเงินที่ได้รับจากโจทก์เป็นค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ การที่โจทก์ตกลงมอบเงินให้ตามข้อเสนอของจำเลย แต่โจทก์ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 การคืนทรัพย์อันเกิดจากโมฆะกรรม ต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับตาม มาตรา 172 วรรคสอง การที่โจทก์มอบเงินให้จำเลยไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นการกระทำตามอำเภอใจ เสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ทั้งยังเป็นการชำระหนี้อันฝ่าฝืนศีลธรรมอันดี จึงไม่อาจเรียกร้องเงินคืนได้ตาม มาตรา 407 และ 411 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งใดอยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจแต่งตั้งที่ต้องพิจารณาจากคุณสมบัติและความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ ตามระบบคุณธรรม เพื่อให้ได้ข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับงานในตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อให้ภารกิจของทางราชการสัมฤทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ แม้โจทก์จะมีอาวุโสอยู่ในลำดับที่น่าจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับการอยู่แล้ว ก็ไม่แน่ว่ามีความเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรบางบาลตามความต้องการของโจทก์หรือไม่ เมื่อจำเลยรับจะดำเนินการวิ่งเต้นให้โจทก์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรบางบาล โดยมีค่าวิ่งเต้น 500,000 บาท โจทก์ย่อมคาดหมายได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยตนเองหรือผ่านบุคคลอื่นเพื่อแทรกแซงการใช้ดุลพินิจของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง โดยมีเงินที่ได้รับจากโจทก์เป็นค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ การที่โจทก์ตกลงมอบเงินให้ตามข้อเสนอของจำเลย เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้อิทธิพลของระบบอุปถัมภ์เข้ามาแทรกแซงกระบวนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดผลเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคม ทั้งยังเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความเหมาะสม แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 การคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรมต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับตามมาตรา 172 วรรคสอง ขณะเกิดเหตุโจทก์รับราชการในตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ย่อมจะต้องทราบดีว่าการวิ่งเต้นเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามที่ต้องการเป็นการกระทำที่มิชอบ ไม่อาจบังคับกันได้ตามกฎหมาย การที่โจทก์มอบเงินให้จำเลยไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นการกระทำตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ทั้งยังเป็นชำระหนี้อันฝ่าฝืนศีลธรรมอันดี จึงไม่อาจเรียกร้องเงินคืนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 และ 411 ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์จริงตามฟ้อง โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อนันต์ เสนคุ้ม-ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา-สุพิศ ปราณีตพลกรัง) ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นางสาวปวีณา เทียมเทศ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสาธุ เพ็ชรไชย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.479/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ244/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ546/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
640614
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสิงห์บุรี",
        "judge": "นางสาวปวีณา เทียมเทศ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสาธุ เพ็ชรไชย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081953849"
    }
}
date
2562
deka_no
6614/2562
deka_running_no
6614
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "อนันต์ เสนคุ้ม",
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา",
    "สุพิศ ปราณีตพลกรัง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 172 วรรคสอง",
            "ม. 407",
            "ม. 411"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พันตำรวจเอก อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ก. หรือพระครู ว."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งใดอยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจแต่งตั้งที่ต้องพิจารณาจากคุณสมบัติและความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ ตามระบบคุณธรรม เพื่อให้ได้ข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับงานในตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อให้ภารกิจของทางราชการสัมฤทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ แม้โจทก์จะมีอาวุโสอยู่ในลำดับที่น่าจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับการอยู่แล้ว ก็ไม่แน่ว่ามีความเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรบางบาลตามความต้องการของโจทก์หรือไม่ เมื่อจำเลยรับจะดำเนินการวิ่งเต้นให้โจทก์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธรบางบาล โดยมีค่าวิ่งเต้น 500,000 บาท โจทก์ย่อมคาดหมายได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยตนเองหรือผ่านบุคคลอื่นเพื่อแทรกแซงการใช้ดุลพินิจของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง โดยมีเงินที่ได้รับจากโจทก์เป็นค่าตอบแทนหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ การที่โจทก์ตกลงมอบเงินให้ตามข้อเสนอของจำเลย เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้อิทธิพลของระบบอุปถัมภ์เข้ามาแทรกแซงกระบวนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดผลเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคม ทั้งยังเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความเหมาะสม แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 การคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรมต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับตามมาตรา 172 วรรคสอง ขณะเกิดเหตุโจทก์รับราชการในตำแหน่งรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ย่อมจะต้องทราบดีว่าการวิ่งเต้นเพื่อให้ตนเองได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามที่ต้องการเป็นการกระทำที่มิชอบ ไม่อาจบังคับกันได้ตามกฎหมาย การที่โจทก์มอบเงินให้จำเลยไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นการกระทำตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ทั้งยังเป็นชำระหนี้อันฝ่าฝืนศีลธรรมอันดี จึงไม่อาจเรียกร้องเงินคืนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 และ 411 ดังนั้น แม้จะฟังว่าจำเลยได้รับเงินไปจากโจทก์จริงตามฟ้อง โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ244/2560
primary_red_case_no
พ546/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000135.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.479/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562