คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7009/2562 ฉบับเต็ม

#640830
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7009/2562 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นาย ช. จำเลย พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 มาตรา 38 คดีค้ามนุษย์อยู่ในบังคับ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ซึ่งมาตรา 38 บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีค้ามนุษย์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาพิพากษาคดีมาจึงเป็นการไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2537 (ที่ถูก พ.ศ.2551) มาตรา 5, 6, 9, 10, 11, 52 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5, 83, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (1), 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 10 วรรคหนึ่ง, 11, 52 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุก 3 ปี ฐานค้ามนุษย์โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป จำคุก 6 ปี รวมจำคุก 9 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีค้ามนุษย์ จึงอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ซึ่งมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติ มาตรา 40 การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีค้ามนุษย์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ โดยยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์หรือเมื่อมีการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรีบส่งอุทธรณ์หรือคำร้องเช่นว่านั้นพร้อมสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์เพื่อพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยเร็ว" ดังนี้ เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาพิพากษาคดีนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ข้ออื่นอีก พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลชั้นต้นส่งถ้อยคำสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์พิจารณาพิพากษาต่อไป (เทพ อิงคสิทธิ์-ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์-พิสุทธิ์ ศรีขจร) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายธวัฒชัย พลายด้วง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายจรัญ ฉางแก้ว แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา คม.13/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น คม1/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น คม1/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
640830
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายธวัฒชัย พลายด้วง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายจรัญ ฉางแก้ว"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081953835"
    }
}
date
2562
deka_no
7009/2562
deka_running_no
7009
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "เทพ อิงคสิทธิ์",
    "ชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์",
    "พิสุทธิ์ ศรีขจร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559",
        "sections": [
            "ม. 38"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ช."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2537 (ที่ถูก พ.ศ.2551) มาตรา 5, 6, 9, 10, 11, 52 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5, 83, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (1), 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 10 วรรคหนึ่ง, 11, 52 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุก 3 ปี ฐานค้ามนุษย์โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป จำคุก 6 ปี รวมจำคุก 9 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ชอบหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีค้ามนุษย์ จึงอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 ซึ่งมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า "ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติ มาตรา 40 การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีค้ามนุษย์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ โดยยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์หรือเมื่อมีการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรีบส่งอุทธรณ์หรือคำร้องเช่นว่านั้นพร้อมสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์เพื่อพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งโดยเร็ว" ดังนี้ เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงเป็นอำนาจของศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ที่จะพิจารณาพิพากษาคดี การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาพิพากษาคดีนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ข้ออื่นอีก

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลชั้นต้นส่งถ้อยคำสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์พิจารณาพิพากษาต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
คม1/2559
primary_red_case_no
คม1/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000135.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
คม.13/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562