คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562 ฉบับเต็ม

#640840
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562 นาง ฉ. กับพวก โจทก์ นาย ล. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง (เดิม) โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งหกฟ้องให้ได้กลับคืนมาซึ่งทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งหก เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากจำเลย จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาที่ดินพิพาท ซึ่งแม้โจทก์ทั้งหกจะฟ้องรวมกันมา แต่การอุทธรณ์ฎีกาต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะของตน เมื่อที่ดินแต่ละส่วนที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอแบ่งมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเป็นราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาของโจทก์แต่ละคน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับขณะโจทก์ยื่นฟ้อง ___________________________ โจทก์ทั้งหกฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 455 ให้แก่โจทก์ทั้งหก หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งหกที่ว่า หนังสือไม่ขอรับที่ดินเป็นเอกสารปลอม จำเลยรับมรดกที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหก จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ทั้งหกและทายาทอื่นของนายบัวเจ้ามรดก และคดีโจทก์ทั้งหกไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายบัว เจ้ามรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทเป็นของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก โจทก์ทั้งหกไม่เคยตกลงแบ่งที่ดินมรดกเป็นส่วนสัดระหว่างทายาท ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งหก กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งหกฟ้องเรียกให้ได้กลับคืนมาซึ่งทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งหก เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากจำเลย คดีของโจทก์ทั้งหกจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาที่ดินพิพาท แม้โจทก์ทั้งหกจะฟ้องรวมกันมา แต่การอุทธรณ์ฎีกาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องโจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะของตน เมื่อที่ดินพิพาทที่โจทก์ทั้งหกตีราคาเป็นทุนทรัพย์รวมกันมามีราคา 1,089,000 บาท ที่ดินแต่ละส่วนที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอแบ่งจึงมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเป็นราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับโจทก์แต่ละคน จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับขณะโจทก์ยื่นฟ้อง ที่โจทก์ทั้งหกฎีกาว่า หนังสือไม่รับที่ดินเป็นเอกสารปลอม จำเลยรับมรดกที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหก จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ทั้งหก คดีโจทก์ทั้งหกไม่ขาดอายุความเนื่องจากจำเลยยักยอกทรัพย์มรดก โจทก์ทั้งหกมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งไม่มีอายุความ เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งหก คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งหก ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (วัฒนา วิทยกุล-สราวุธ ศิริภาณุรักษ์-สุรพล เอี่ยมอธิคม) ศาลจังหวัดหัวหิน - นางสิริกาญจน์ ทิตตภักดี ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสุธี เทพสิทธา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.985/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ519/2558 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ87/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
640840
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหัวหิน",
        "judge": "นางสิริกาญจน์ ทิตตภักดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายสุธี เทพสิทธา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081954556"
    }
}
date
2562
deka_no
3826/2562
deka_running_no
3826
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนา วิทยกุล",
    "สราวุธ ศิริภาณุรักษ์",
    "สุรพล เอี่ยมอธิคม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248 วรรคหนึ่ง (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง ฉ. กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ล."
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งหกฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 455 ให้แก่โจทก์ทั้งหก หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งหกฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งหกที่ว่า หนังสือไม่ขอรับที่ดินเป็นเอกสารปลอม จำเลยรับมรดกที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหก จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ทั้งหกและทายาทอื่นของนายบัวเจ้ามรดก และคดีโจทก์ทั้งหกไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนายบัว เจ้ามรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทเป็นของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก โจทก์ทั้งหกไม่เคยตกลงแบ่งที่ดินมรดกเป็นส่วนสัดระหว่างทายาท ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งหก กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งหกฟ้องเรียกให้ได้กลับคืนมาซึ่งทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ทั้งหก เป็นการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากจำเลย คดีของโจทก์ทั้งหกจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์ตามจำนวนราคาที่ดินพิพาท แม้โจทก์ทั้งหกจะฟ้องรวมกันมา แต่การอุทธรณ์ฎีกาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องโจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะของตน เมื่อที่ดินพิพาทที่โจทก์ทั้งหกตีราคาเป็นทุนทรัพย์รวมกันมามีราคา 1,089,000 บาท ที่ดินแต่ละส่วนที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอแบ่งจึงมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเป็นราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับโจทก์แต่ละคน จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับขณะโจทก์ยื่นฟ้อง ที่โจทก์ทั้งหกฎีกาว่า หนังสือไม่รับที่ดินเป็นเอกสารปลอม จำเลยรับมรดกที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหก จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ทั้งหก คดีโจทก์ทั้งหกไม่ขาดอายุความเนื่องจากจำเลยยักยอกทรัพย์มรดก โจทก์ทั้งหกมีสิทธิติดตามเอาคืนซึ่งไม่มีอายุความ เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งหก คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งหก ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ519/2558
primary_red_case_no
พ87/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000141.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.985/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562