คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6518/2562 ฉบับเต็ม

#640844
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6518/2562 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ บริษัท ส. ผู้ประกัน ดาบตำรวจ ธ. จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 407 ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคหนึ่ง ฎีกาของผู้ประกันเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 เกี่ยวกับการบังคับตามสัญญาประกัน โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า การที่ผู้ประกันนำเงิน 500,000 บาท มาชำระตามสัญญาประกันในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ทั้งที่ผู้ประกันอ้างในคำร้องฉบับลงวันที่ 7 มิถุนายน 2561 ว่า ศาลชั้นต้นสิ้นสิทธิในการบังคับคดีเพราะไม่บังคับคดีภายใน 10 ปี จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกันชำระหนี้โดยรู้ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ จึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ประกัน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดังกล่าว ย่อมเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 โดยศาลชั้นต้นตีราคาประกันจำเลย 800,000 บาท ผู้ประกันทำสัญญาประกันในวงเงิน 500,000 บาท และบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ทำสัญญาประกันในวงเงิน 300,000 บาท จำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัดมีพฤติการณ์หลบหนีและถือว่าผู้ประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยและปรับผู้ประกันตามสัญญา ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 ตุลาคม 2550 ผู้ประกันยื่นคำร้องว่า นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ประกัน จนถึงวันที่เจ้าพนักงานศาลยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีวันที่ 4 มิถุนายน 2561 เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี สิทธิในการบังคับคดีจึงเป็นอันระงับสิ้นไป ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ผู้ประกันนำเงิน 500,000 บาท มาวางศาลเพื่อชำระค่าปรับตามสัญญาประกัน ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องคดียังไม่ขาดอายุความ ให้ยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ประกันฎีกาว่า การบังคับคดีเกี่ยวกับสัญญาประกันต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับคดีเกิน 10 ปีแล้ว สิทธิในการบังคับคดีตามสัญญาประกันจึงเป็นอันระงับสิ้นไป และการที่ผู้ประกันนำเงินตามสัญญาประกันมาวางต่อศาล มิได้กระทำไปตามอำเภอใจ คำสั่งหรือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลฎีกาคืนหลักประกันให้แก่ผู้ประกันนั้น เห็นว่า ฎีกาของผู้ประกันเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 เกี่ยวกับการบังคับตามสัญญาประกัน โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า การที่ผู้ประกันนำเงิน 500,000 บาท มาชำระตามสัญญาประกันในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ทั้งที่ผู้ประกันอ้างในคำร้องฉบับลงวันที่ 7 มิถุนายน 2561 ว่า ศาลชั้นต้นสิ้นสิทธิในการบังคับคดีเพราะไม่บังคับคดีภายใน 10 ปี จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกันชำระหนี้โดยรู้ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ จึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ประกัน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของผู้ประกันจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของผู้ประกัน (ธราธร ศิลปโอสถ-แก้ว เวศอุไร-ชาติชาย กริชชาญชัย) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเทพประสิทธิ์ ตุลากัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายจักร อุตตโม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1987/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1706/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5213/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
640844
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายเทพประสิทธิ์ ตุลากัน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายจักร อุตตโม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081953944"
    }
}
date
2562
deka_no
6518/2562
deka_running_no
6518
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "ธราธร ศิลปโอสถ",
    "แก้ว เวศอุไร",
    "ชาติชาย กริชชาญชัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 407"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 119 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "ผู้ประกัน",
        "name": "บริษัท ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ดาบตำรวจ ธ."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 โดยศาลชั้นต้นตีราคาประกันจำเลย 800,000 บาท ผู้ประกันทำสัญญาประกันในวงเงิน 500,000 บาท และบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ทำสัญญาประกันในวงเงิน 300,000 บาท จำเลยไม่มาศาลตามกำหนดนัดมีพฤติการณ์หลบหนีและถือว่าผู้ประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยได้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยและปรับผู้ประกันตามสัญญา ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 ตุลาคม 2550 ผู้ประกันยื่นคำร้องว่า นับจากวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ประกัน จนถึงวันที่เจ้าพนักงานศาลยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีวันที่ 4 มิถุนายน 2561 เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี สิทธิในการบังคับคดีจึงเป็นอันระงับสิ้นไป ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ผู้ประกันนำเงิน 500,000 บาท มาวางศาลเพื่อชำระค่าปรับตามสัญญาประกัน ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งบังคับคดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องคดียังไม่ขาดอายุความ ให้ยกคำร้อง

ผู้ประกันอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ผู้ประกันฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ประกันฎีกาว่า การบังคับคดีเกี่ยวกับสัญญาประกันต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับคดีเกิน 10 ปีแล้ว สิทธิในการบังคับคดีตามสัญญาประกันจึงเป็นอันระงับสิ้นไป และการที่ผู้ประกันนำเงินตามสัญญาประกันมาวางต่อศาล มิได้กระทำไปตามอำเภอใจ คำสั่งหรือคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลฎีกาคืนหลักประกันให้แก่ผู้ประกันนั้น เห็นว่า ฎีกาของผู้ประกันเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 เกี่ยวกับการบังคับตามสัญญาประกัน โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า การที่ผู้ประกันนำเงิน 500,000 บาท มาชำระตามสัญญาประกันในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ทั้งที่ผู้ประกันอ้างในคำร้องฉบับลงวันที่ 7 มิถุนายน 2561 ว่า ศาลชั้นต้นสิ้นสิทธิในการบังคับคดีเพราะไม่บังคับคดีภายใน 10 ปี จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกันชำระหนี้โดยรู้ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ จึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 โดยศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ประกัน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของผู้ประกันจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของผู้ประกัน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1706/2549
primary_red_case_no
อ5213/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000136.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1987/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562