คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6247/2562 ฉบับเต็ม

#641420
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6247/2562 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นาย ป. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี วรรคสาม, มาตรา 226/3 ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุ 5 ปีเศษ มาเบิกความด้วยตนเองแล้ว แต่ระหว่างการสืบพยานไม่ให้ความร่วมมือที่จะตอบคำถาม ศาลชั้นต้นเห็นสมควรให้ถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหาย ซึ่งบันทึกไว้ในชั้นสอบสวนต่อหน้าคู่ความ ถือว่าภาพและเสียงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความผู้เสียหายในชั้นพิจารณาของศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี วรรคสาม มิใช่พยานบอกเล่า ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 279 และ 317 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก (เดิม) จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เด็กหญิง พ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นบุตรของนางสาว ช. ผู้เสียหายที่ 2 กับนาย ฉ. ขณะเกิดเหตุอายุ 5 ปีเศษ ผู้เสียหายที่ 2 กับนาย ฉ. แยกทางกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงให้ผู้เสียหายที่ 1 พักอยู่กับนาย ฉ. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์จะไปอยู่กับผู้เสียหายที่ 2 บ้านเช่าของจำเลยอยู่ห่างจากบ้านของนาย ฉ. ประมาณ 40 เมตร ผู้เสียหายที่ 1 เรียกจำเลยว่า " อากุ้ง " สำหรับความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ความผิดดังกล่าวยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า ถึงแม้ผู้เสียหายที่ 1 จะเบิกความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ก็เป็นเพราะความไร้เดียงสาของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุเพียง 5 ปีเศษ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกินกว่าจะอยู่ในความรู้เห็นตามวัยของผู้เสียหายที่ 1 จึงมีความจำเป็นที่นักสังคมสงเคราะห์อาจต้องถามซ้ำไปมาหลายครั้งหรือตั้งคำถามใหม่ รวมทั้งสรุปคำถามกับคำตอบกลับไปกลับมา แต่มิใช่เป็นการใช้คำถามนำทั้งหมด พนักงานอัยการและนักสังคมสงเคราะห์ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองใด ๆ กับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้คำถามนำให้ผู้เสียหายที่ 1 ตอบเพื่อปรักปรำจำเลยดังที่จำเลยฎีกา เมื่อผู้เสียหายที่ 1 มาเบิกความด้วยตนเองแล้ว แต่ระหว่างการสืบพยานไม่ให้ความร่วมมือที่จะตอบคำถาม ศาลชั้นต้นจึงเห็นสมควรให้ถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งบันทึกไว้ในชั้นสอบสวนต่อหน้าคู่ความ กรณีจึงถือว่าภาพและเสียงคำให้การดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความผู้เสียหายที่ 1 ในชั้นพิจารณาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี วรรคสาม ซึ่งไม่ใช่พยานบอกเล่าตามที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด จึงรับฟังภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่ 1 พิเคราะห์คำให้การในชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ 1 กับคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 2 แล้วสอดคล้องกันตั้งแต่ผู้เสียหายที่ 1 เล่าให้ผู้เสียหายที่ 2 ฟังว่าเห็นอวัยวะเพศของจำเลย ผู้เสียหายที่ 2 กับมารดาช่วยกันซักถาม และได้ความว่าจำเลยเปิดหนังในโทรศัพท์เคลื่อนที่มีผู้หญิงแก้ผ้าให้ดู แล้วเอาอวัยวะเพศมาจิ้มที่อวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 แล้วมีน้ำนมไหลออกมา จำเลยไปเข้าห้องน้ำแล้วเอากระดาษชำระมาเช็ดอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ข้อเท็จจริงเท่าที่ได้ความดังกล่าวเพียงพอให้รับฟังถึงพฤติการณ์ของจำเลยแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่ผู้เสียหายที่ 1 ตอบคำถามไม่ได้เพราะไม่เข้าใจคำถามนั้น ก็ไม่กระทบถึงการรับฟังข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญแห่งพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีเหตุผลและน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 1 ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมา ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น อนึ่ง แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจะมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27 ) พ.ศ.2562 มาตรา 9 ให้ยกเลิกความในมาตรา 279 (เดิม) และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับ พิพากษายืน (พฤษภา พนมยันตร์-ธนาพนธ์ ชวรุ่ง-วันชัย ศศิโรจน์) ศาลจังหวัดสระบุรี - นายพงศ์ทิพย์ กลัมพะสุต ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอาคม ศรียาภัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1529/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2258/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ801/2561 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
641420
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระบุรี",
        "judge": "นายพงศ์ทิพย์ กลัมพะสุต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายอาคม ศรียาภัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081953952"
    }
}
date
2562
deka_no
6247/2562
deka_running_no
6247
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "ธนาพนธ์ ชวรุ่ง",
    "วันชัย ศศิโรจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 172 ตรี วรรคสาม",
            "ม. 226/3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ป."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 279 และ 317

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก (เดิม) จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เด็กหญิง พ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นบุตรของนางสาว ช. ผู้เสียหายที่ 2 กับนาย ฉ. ขณะเกิดเหตุอายุ 5 ปีเศษ ผู้เสียหายที่ 2 กับนาย ฉ. แยกทางกัน ทั้งสองฝ่ายตกลงให้ผู้เสียหายที่ 1 พักอยู่กับนาย ฉ. ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์จะไปอยู่กับผู้เสียหายที่ 2 บ้านเช่าของจำเลยอยู่ห่างจากบ้านของนาย ฉ. ประมาณ 40 เมตร ผู้เสียหายที่ 1 เรียกจำเลยว่า " อากุ้ง " สำหรับความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ความผิดดังกล่าวยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ เห็นว่า ถึงแม้ผู้เสียหายที่ 1 จะเบิกความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ก็เป็นเพราะความไร้เดียงสาของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็กอายุเพียง 5 ปีเศษ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกินกว่าจะอยู่ในความรู้เห็นตามวัยของผู้เสียหายที่ 1 จึงมีความจำเป็นที่นักสังคมสงเคราะห์อาจต้องถามซ้ำไปมาหลายครั้งหรือตั้งคำถามใหม่ รวมทั้งสรุปคำถามกับคำตอบกลับไปกลับมา แต่มิใช่เป็นการใช้คำถามนำทั้งหมด พนักงานอัยการและนักสังคมสงเคราะห์ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองใด ๆ กับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้คำถามนำให้ผู้เสียหายที่ 1 ตอบเพื่อปรักปรำจำเลยดังที่จำเลยฎีกา เมื่อผู้เสียหายที่ 1 มาเบิกความด้วยตนเองแล้ว แต่ระหว่างการสืบพยานไม่ให้ความร่วมมือที่จะตอบคำถาม ศาลชั้นต้นจึงเห็นสมควรให้ถ่ายทอดภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งบันทึกไว้ในชั้นสอบสวนต่อหน้าคู่ความ กรณีจึงถือว่าภาพและเสียงคำให้การดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความผู้เสียหายที่ 1 ในชั้นพิจารณาของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี วรรคสาม ซึ่งไม่ใช่พยานบอกเล่าตามที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด จึงรับฟังภาพและเสียงคำให้การของผู้เสียหายที่ 1 พิเคราะห์คำให้การในชั้นสอบสวนของผู้เสียหายที่ 1 กับคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 2 แล้วสอดคล้องกันตั้งแต่ผู้เสียหายที่ 1 เล่าให้ผู้เสียหายที่ 2 ฟังว่าเห็นอวัยวะเพศของจำเลย ผู้เสียหายที่ 2 กับมารดาช่วยกันซักถาม และได้ความว่าจำเลยเปิดหนังในโทรศัพท์เคลื่อนที่มีผู้หญิงแก้ผ้าให้ดู แล้วเอาอวัยวะเพศมาจิ้มที่อวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 แล้วมีน้ำนมไหลออกมา จำเลยไปเข้าห้องน้ำแล้วเอากระดาษชำระมาเช็ดอวัยวะเพศของผู้เสียหายที่ 1 ข้อเท็จจริงเท่าที่ได้ความดังกล่าวเพียงพอให้รับฟังถึงพฤติการณ์ของจำเลยแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่ผู้เสียหายที่ 1 ตอบคำถามไม่ได้เพราะไม่เข้าใจคำถามนั้น ก็ไม่กระทบถึงการรับฟังข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญแห่งพฤติการณ์การกระทำความผิดของจำเลย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีเหตุผลและน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารผู้เสียหายที่ 1 ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมา ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจะมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27 ) พ.ศ.2562 มาตรา 9 ให้ยกเลิกความในมาตรา 279 (เดิม) และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับ

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2258/2560
primary_red_case_no
อ801/2561
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000136.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1529/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562