คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6679/2562 ฉบับเต็ม

#643560
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6679/2562 บริษัท อ. โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 จำเลยทั้งสองผู้รับซื้อสินค้าทำสัญญากับโจทก์ผู้ให้เช่าเพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ของบริษัท ส. ผู้เช่า และตกลงว่า ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาเช่า ผู้รับซื้อสินค้าตกลงผูกพันตนร่วมกันกับผู้เช่า เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ของผู้เช่าโดยซื้อทรัพย์สินจากผู้ให้เช่าในราคาตามที่ระบุไว้ รวมด้วยจำนวนหนี้ที่ค้างชำระและบรรดาหนี้เงินที่ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้เช่า โดยให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้รับซื้อสินค้า เมื่อผู้รับซื้อสินค้าได้ชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าเสร็จสิ้นแล้ว ผู้รับซื้อสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างแต่เพียงฝ่ายเดียวในการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการรับโอน การเก็บรักษาทรัพย์สิน การยึดทรัพย์สินจากความครอบครองของผู้เช่า และการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมาอยู่ในความครอบครองของผู้ให้เช่า ผู้รับซื้อสินค้า หรือของบุคคลอื่นตามที่ผู้ให้เช่ากำหนด แล้วแต่กรณีตลอดจนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ผู้รับซื้อสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวในบรรดาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานี้ ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ผู้รับซื้อสินค้ามีหน้าที่ต้องชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่ผู้รับซื้อสินค้าเมื่อผู้รับซื้อสินค้าได้ชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าเสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้นเมื่อโจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระราคารถขุดตีนตะขาบที่เช่าตามสัญญารับซื้อสินค้าพร้อมค่าปรับ หากจำเลยทั้งสองชำระราคารถให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองย่อมได้กรรมสิทธิ์และเป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองในการยึดรถจากความครอบครองของบริษัท ส. หรือการเคลื่อนย้ายรถมาอยู่ในความครอบครองของจำเลยทั้งสอง และการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญารับซื้อสินค้า สัญญารับซื้อสินค้าไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสอง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองผู้รับซื้อสินค้าเอง ซึ่งมีผลบังคับได้ เมื่อโจทก์เลือกใช้สิทธิดังกล่าวแล้วโดยมิได้เลือกใช้สิทธิที่จะนำรถไปขายให้แก่บุคคลอื่น จำเลยทั้งสองก็ต้องผูกพันและมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญา โดยชำระราคาและติดตามรถเอง โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสองจึงไม่ถูกต้อง เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 8,368,507.91 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ของต้นเงิน 8,013,183.59 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 4,184,313.52 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,006,648.83 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 4,006,648.83 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 8,013,183.59 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้โจทก์ส่งมอบรถขุดตีนตะขาบที่จำเลยทั้งสองรับซื้อคืนแก่จำเลยทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 บริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด ทำสัญญาเช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่งกับโจทก์ โดยเช่ารถขุดตีนตะขาบยี่ห้อฮิตาชิพร้อมอุปกรณ์จำนวน 3 คัน ในราคา 21,448,598.13 บาท กำหนดเวลาเช่า 48 เดือน เดือนละ 436,745 บาท และจำเลยทั้งสองตกลงว่า กรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาเช่าดังกล่าว จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะรับซื้อรถขุดตีนตะขาบดังกล่าวจำนวน 1 คัน และ 2 คัน ตามลำดับ จากโจทก์ ต่อมาบริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด ผิดนัดชำระค่าเช่าและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว และให้ส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืน โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองชำระค่าซื้อทรัพย์คืนและค่าปรับแก่โจทก์แล้ว คดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองที่ให้จำเลยทั้งสองชำระราคาพร้อมค่าปรับแก่โจทก์ คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบรถขุดตีนตะขาบแก่จำเลยทั้งสองเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาสัญญารับซื้อสินค้าระบุว่า จำเลยทั้งสองผู้รับซื้อสินค้าทำสัญญากับโจทก์ผู้ให้เช่าเพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ของบริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด ผู้เช่า และตกลงว่า 1. ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาเช่า ... ผู้รับซื้อสินค้าตกลงผูกพันตนร่วมกันกับผู้เช่า เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ของผู้เช่าโดยซื้อทรัพย์สินจากผู้ให้เช่าในราคาตามที่ระบุไว้ในตารางแนบท้าย รวมด้วยจำนวนหนี้ที่ค้างชำระและบรรดาหนี้เงินที่ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้เช่า ... 2. ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้รับซื้อสินค้า เมื่อผู้รับซื้อสินค้าได้ชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าตามที่ระบุในข้อ 1. เสร็จสิ้นแล้ว และ 5. ผู้รับซื้อสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างแต่เพียงฝ่ายเดียวในการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการรับโอน การเก็บรักษาทรัพย์สิน การยึดทรัพย์สินจากความครอบครองของผู้เช่า และการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมาอยู่ในความครอบครองของผู้ให้เช่า ผู้รับซื้อสินค้า หรือของบุคคลอื่นตามที่ผู้ให้เช่ากำหนด แล้วแต่กรณีตลอดจนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ผู้รับซื้อสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว ในบรรดาค่าใช้จ่ายทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานี้ ... ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ผู้รับซื้อสินค้ามีหน้าที่ต้องชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่ผู้รับซื้อสินค้าเมื่อผู้รับซื้อสินค้าได้ชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าตามที่ระบุในข้อ 1. เสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้นเมื่อโจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระราคารถขุดตีนตะขาบที่เช่าตามสัญญารับซื้อสินค้า ข้อ 1. พร้อมค่าปรับ หากจำเลยทั้งสองชำระราคารถให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองย่อมได้กรรมสิทธิ์และเป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองในการยึดรถจากความครอบครองของบริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด หรือการเคลื่อนย้ายรถมาอยู่ในความครอบครองของจำเลยทั้งสอง และการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญารับซื้อสินค้า ข้อ 2. และ ข้อ 5. สัญญารับซื้อสินค้าไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสอง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองผู้รับซื้อสินค้าเอง ซึ่งมีผลบังคับได้ เมื่อโจทก์เลือกใช้สิทธิดังกล่าวแล้วโดยมิได้เลือกใช้สิทธิที่จะนำรถไปขายให้แก่บุคคลอื่น จำเลยทั้งสองก็ต้องผูกพันและมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญา โดยชำระราคาและติดตามเอารถเอง โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสอง การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสองจึงไม่ถูกต้อง เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่ให้โจทก์ส่งมอบรถขุดตีนตะขาบที่จำเลยทั้งสองรับซื้อคืนแก่จำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สันต์ชัย ล้อมณีนพรัตน์-อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ-สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์) ศาลแพ่ง - นายพิพัฒน์ ขำขะจิตร์ ศาลอุทธรณ์ - นายมนต์ เอี่ยมศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.254/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ439/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2039/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
643560
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายพิพัฒน์ ขำขะจิตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายมนต์ เอี่ยมศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081953847"
    }
}
date
2562
deka_no
6679/2562
deka_running_no
6679
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "สันต์ชัย ล้อมณีนพรัตน์",
    "อาเล็ก จรรยาทรัพย์กิจ",
    "สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 8,368,507.91 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ของต้นเงิน 8,013,183.59 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 4,184,313.52 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ของต้นเงิน 4,006,648.83 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 4,006,648.83 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 8,013,183.59 บาท พร้อมค่าปรับอัตราร้อยละ 11.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้โจทก์ส่งมอบรถขุดตีนตะขาบที่จำเลยทั้งสองรับซื้อคืนแก่จำเลยทั้งสอง กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 บริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด ทำสัญญาเช่าทรัพย์สินแบบลีสซิ่งกับโจทก์ โดยเช่ารถขุดตีนตะขาบยี่ห้อฮิตาชิพร้อมอุปกรณ์จำนวน 3 คัน ในราคา 21,448,598.13 บาท กำหนดเวลาเช่า 48 เดือน เดือนละ 436,745 บาท และจำเลยทั้งสองตกลงว่า กรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาเช่าดังกล่าว จำเลยที่ 1 และที่ 2 จะรับซื้อรถขุดตีนตะขาบดังกล่าวจำนวน 1 คัน และ 2 คัน ตามลำดับ จากโจทก์ ต่อมาบริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด ผิดนัดชำระค่าเช่าและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว และให้ส่งมอบทรัพย์ที่เช่าคืน โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองชำระค่าซื้อทรัพย์คืนและค่าปรับแก่โจทก์แล้ว คดีเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองที่ให้จำเลยทั้งสองชำระราคาพร้อมค่าปรับแก่โจทก์

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบรถขุดตีนตะขาบแก่จำเลยทั้งสองเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาสัญญารับซื้อสินค้าระบุว่า จำเลยทั้งสองผู้รับซื้อสินค้าทำสัญญากับโจทก์ผู้ให้เช่าเพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ของบริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด ผู้เช่า และตกลงว่า 1. ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาเช่า ... ผู้รับซื้อสินค้าตกลงผูกพันตนร่วมกันกับผู้เช่า เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้ของผู้เช่าโดยซื้อทรัพย์สินจากผู้ให้เช่าในราคาตามที่ระบุไว้ในตารางแนบท้าย รวมด้วยจำนวนหนี้ที่ค้างชำระและบรรดาหนี้เงินที่ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้เช่า ... 2. ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้รับซื้อสินค้า เมื่อผู้รับซื้อสินค้าได้ชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าตามที่ระบุในข้อ 1. เสร็จสิ้นแล้ว และ 5. ผู้รับซื้อสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างแต่เพียงฝ่ายเดียวในการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการรับโอน การเก็บรักษาทรัพย์สิน การยึดทรัพย์สินจากความครอบครองของผู้เช่า และการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมาอยู่ในความครอบครองของผู้ให้เช่า ผู้รับซื้อสินค้า หรือของบุคคลอื่นตามที่ผู้ให้เช่ากำหนด แล้วแต่กรณีตลอดจนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ผู้รับซื้อสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว ในบรรดาค่าใช้จ่ายทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานี้ ... ข้อตกลงตามสัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ผู้รับซื้อสินค้ามีหน้าที่ต้องชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่ามีหน้าที่ต้องโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่ผู้รับซื้อสินค้าเมื่อผู้รับซื้อสินค้าได้ชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่ผู้ให้เช่าตามที่ระบุในข้อ 1. เสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้นเมื่อโจทก์ใช้สิทธิฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระราคารถขุดตีนตะขาบที่เช่าตามสัญญารับซื้อสินค้า ข้อ 1. พร้อมค่าปรับ หากจำเลยทั้งสองชำระราคารถให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ว จำเลยทั้งสองย่อมได้กรรมสิทธิ์และเป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองในการยึดรถจากความครอบครองของบริษัทสยาม แอนทราไซด์ ไมนิ่ง จำกัด หรือการเคลื่อนย้ายรถมาอยู่ในความครอบครองของจำเลยทั้งสอง และการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามสัญญารับซื้อสินค้า ข้อ 2. และ ข้อ 5. สัญญารับซื้อสินค้าไม่ได้กำหนดให้โจทก์มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสอง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองผู้รับซื้อสินค้าเอง ซึ่งมีผลบังคับได้ เมื่อโจทก์เลือกใช้สิทธิดังกล่าวแล้วโดยมิได้เลือกใช้สิทธิที่จะนำรถไปขายให้แก่บุคคลอื่น จำเลยทั้งสองก็ต้องผูกพันและมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญา โดยชำระราคาและติดตามเอารถเอง โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสอง การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบรถแก่จำเลยทั้งสองจึงไม่ถูกต้อง เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่ให้โจทก์ส่งมอบรถขุดตีนตะขาบที่จำเลยทั้งสองรับซื้อคืนแก่จำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ439/2559
primary_red_case_no
พ2039/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000135.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.254/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562