คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2563 ฉบับเต็ม

#643573
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2563 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นางสาว ป. โดยนางสาว ม. ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก ผู้ร้อง นาย ส. จำเลย ป.อ. มาตรา 91 (3) ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 276, 277, 317, 318 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานางสาว ป. ผู้เสียหายที่ 1 โดยนางสาว ม. ผู้แทนโดยชอบธรรม และนางสาว ม. ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าชำระเสร็จแก่ผู้ร้องทั้งสอง จำเลยไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง (เดิม) (ที่ถูก 276 วรรคหนึ่ง), 277 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (เดิม), 317 วรรคสาม (เดิม), 318 วรรคสาม (เดิม) (ที่ถูก 318 วรรคสาม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุกกระทงละ 7 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 14 ปี ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 8 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 4 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี คงจำคุก 8 ปี 16 เดือน ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี คงจำคุก 4 ปี 16 เดือน ฐานข่มขืนกระทำชำเรา คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 12 ปี 16 เดือน ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 28 ปี 56 เดือน กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่ผู้ร้องทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง (เดิม) (ที่ถูก 276 วรรคหนึ่ง), 277 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (เดิม), 317 วรรคสาม (เดิม), 318 วรรคสาม (เดิม) (ที่ถูก 318 วรรคสาม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุกกระทงละ 7 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 14 ปี ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 8 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 4 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงเท่ากับฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี คงจำคุกกระทงละ 4 ปี 8 เดือน ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 8 เดือน ฐานข่มขืนกระทำชำเรา คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 2 ปี รวมจำคุกทุกกระทง 28 ปี 56 เดือน แม้รวมโทษทุกกระทงแล้วลงโทษจำคุกจำเลย 28 ปี 56 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ก็ตาม แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดเป็นฎีกาดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย (ทองธาร เหลืองเรืองรอง-พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง-บุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์) ศาลจังหวัดสตูล - นายจิรวัฒน์ เล่งน้อย ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2906/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ201/2561 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1924/2561 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
643573
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสตูล",
        "judge": "นายจิรวัฒน์ เล่งน้อย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081952950"
    }
}
date
2563
deka_no
444/2563
deka_running_no
444
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "ทองธาร เหลืองเรืองรอง",
    "พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง",
    "บุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91 (3)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 218 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสตูล"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาว ป. โดยนางสาว ม."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ส."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 276, 277, 317, 318

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานางสาว ป. ผู้เสียหายที่ 1 โดยนางสาว ม. ผู้แทนโดยชอบธรรม และนางสาว ม. ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าชำระเสร็จแก่ผู้ร้องทั้งสอง

จำเลยไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง (เดิม) (ที่ถูก 276 วรรคหนึ่ง), 277 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (เดิม), 317 วรรคสาม (เดิม), 318 วรรคสาม (เดิม) (ที่ถูก 318 วรรคสาม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุกกระทงละ 7 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 14 ปี ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 8 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 4 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี คงจำคุก 8 ปี 16 เดือน ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี คงจำคุก 4 ปี 16 เดือน ฐานข่มขืนกระทำชำเรา คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 12 ปี 16 เดือน ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 28 ปี 56 เดือน กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่ผู้ร้องทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคหนึ่ง (เดิม) (ที่ถูก 276 วรรคหนึ่ง), 277 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (เดิม), 317 วรรคสาม (เดิม), 318 วรรคสาม (เดิม) (ที่ถูก 318 วรรคสาม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุกกระทงละ 7 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 14 ปี ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 8 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 4 ปี ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงเท่ากับฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี คงจำคุกกระทงละ 4 ปี 8 เดือน ฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 8 เดือน ฐานข่มขืนกระทำชำเรา คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีเพื่อการอนาจาร คงจำคุก 2 ปี รวมจำคุกทุกกระทง 28 ปี 56 เดือน แม้รวมโทษทุกกระทงแล้วลงโทษจำคุกจำเลย 28 ปี 56 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ก็ตาม แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดเป็นฎีกาดุลยพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
อ201/2561
primary_red_case_no
อ1924/2561
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000126.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2906/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563