คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2563 ฉบับเต็ม

#643656
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2563 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นางสาว ณ. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195, มาตรา 225 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17, มาตรา 25 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ 743,140 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (ที่ถูก มาตรา 341 (เดิม)) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 2 ปี กับให้จำเลยคืนเงิน 743,140 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลจังหวัดมหาสารคามพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี แต่มีผู้พิพากษาลงนามเพียงคนเดียว จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (5) โดยผู้พิพากษาคนเดียวจะพิพากษาลงโทษจำคุกเกินหกเดือน หรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งโทษจำคุกหรือปรับอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างเกินอัตราที่กล่าวแล้วไม่ได้ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบตามบทกฎหมายดังกล่าว และมีผลทำให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ แม้ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในศาลล่าง แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นฎีกาได้ในชั้นฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 และพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ต่อไป (สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์-ชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล-พนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์) ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายชัชชัย ชัยชาญ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางสาวยุภา พรหมดวง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2982/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2915/2560 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1872/2561 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
643656
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมหาสารคาม",
        "judge": "นายชัชชัย ชัยชาญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นางสาวยุภา พรหมดวง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081952367"
    }
}
date
2563
deka_no
851/2563
deka_running_no
851
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "สรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์",
    "ชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล",
    "พนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 17",
            "ม. 25"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ณ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 83, 341

ให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ 743,140 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (ที่ถูก มาตรา 341

(เดิม)) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 2 ปี กับให้จำเลยคืนเงิน 743,140 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค

4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลจังหวัดมหาสารคามพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย

2 ปี แต่มีผู้พิพากษาลงนามเพียงคนเดียว

จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 ประกอบมาตรา 25 (5)

โดยผู้พิพากษาคนเดียวจะพิพากษาลงโทษจำคุกเกินหกเดือน หรือปรับเกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่งโทษจำคุกหรือปรับอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างเกินอัตราที่กล่าวแล้วไม่ได้

คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบตามบทกฎหมายดังกล่าว และมีผลทำให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4

ไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ แม้ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วในศาลล่าง

แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นฎีกาได้ในชั้นฎีกา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4

และพระราชบัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520

มาตรา 3 ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2915/2560
primary_red_case_no
อ1872/2561
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000120.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2982/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563