คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2563 ฉบับเต็ม

#643657
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2563 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา โจทก์ นาย ธ. จำเลย พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 59 กฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 มาตรา จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย ส่วนกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามที่จำเลยอ้างนั้น เป็นการออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อควบคุมอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรม จึงเป็นกฎกระทรวง ที่มิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้อง กฎกระทรวงดังกล่าวจึงไม่ได้มีผลยกเลิกหรือยกเว้นความผิดของจำเลย การกระทำของจำเลยยังคงเป็นความผิดตามฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 4, 15, 59 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท นับแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2560 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2561 เป็นเวลา 180 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 59 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท เป็นเวลา 180 วัน เป็นเงิน 1,800,000 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 1,820,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 910,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า กฎกระทรวง เรื่อง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท้ายฎีกา เป็นกฎหมายที่ออกภายหลังยกเลิกหรือยกเว้นความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 15 จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายดังกล่าวจริง ส่วนกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท้ายฎีกาที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 (3) และมาตรา 8 (1) (2) (7) และ (8) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 เป็นการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อควบคุมลักษณะอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรม จึงเป็นกฎกระทรวงที่มิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้อง กฎกระทรวงท้ายฎีกาของจำเลยจึงไม่ได้มีผลยกเลิกหรือยกเว้นความผิดของจำเลยดังที่จำเลยอ้าง การกระทำของจำเลยยังคงเป็นความผิดตามฟ้อง และเมื่อจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นครบถ้วนแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะงดหรือลดค่าปรับให้จำเลย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล-ชัยรัตน์ ศิลาลาย-ภัทรศักดิ์ วรรณแสง) ศาลแขวงพัทยา - นายกิตติพงศ์ อิทธิกุสุมาลย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิวรรธน์ ธีระอรรถเศรษฐ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3182/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1135/2561 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1558/2561 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
643657
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพัทยา",
        "judge": "นายกิตติพงศ์ อิทธิกุสุมาลย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายวิวรรธน์ ธีระอรรถเศรษฐ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081951675"
    }
}
date
2563
deka_no
1375/2563
deka_running_no
1375
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล",
    "ชัยรัตน์ ศิลาลาย",
    "ภัทรศักดิ์ วรรณแสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 59"
        ]
    },
    {
        "law_name": "กฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559",
        "law_abbr": "กฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ธ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 4, 15, 59 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท นับแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2560 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2561 เป็นเวลา 180 วัน

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 59 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท เป็นเวลา 180 วัน เป็นเงิน 1,800,000 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 1,820,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 910,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า กฎกระทรวง เรื่อง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท้ายฎีกา เป็นกฎหมายที่ออกภายหลังยกเลิกหรือยกเว้นความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 มาตรา 15 จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายดังกล่าวจริง ส่วนกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2559 ออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท้ายฎีกาที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 (3) และมาตรา 8 (1) (2) (7) และ (8) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 เป็นการออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เพื่อควบคุมลักษณะอาคารที่จะนำมาประกอบธุรกิจโรงแรม จึงเป็นกฎกระทรวงที่มิได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้อง กฎกระทรวงท้ายฎีกาของจำเลยจึงไม่ได้มีผลยกเลิกหรือยกเว้นความผิดของจำเลยดังที่จำเลยอ้าง การกระทำของจำเลยยังคงเป็นความผิดตามฟ้อง และเมื่อจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นครบถ้วนแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะงดหรือลดค่าปรับให้จำเลย คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1135/2561
primary_red_case_no
อ1558/2561
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000113.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3182/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563