คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2563 ฉบับเต็ม

#643821
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2563 นาย ส. โจทก์ การท่าเรือแห่งประเทศไทย จำเลย ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 มาตรา ข้อ 40 (7) ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำนั้น ต้องพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดเป็นงานที่กำหนดไว้ตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (1) ถึง (7) ซึ่งอาจจะเป็นงานที่มีลักษณะและสภาพของงานเช่นเดียวกับงานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติหรือไม่ก็ได้ ประกาศข้อดังกล่าว หาได้กำหนดให้งานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติกับงานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดต้องต่างกันแต่อย่างใดไม่ ทั้งงานใดจะเป็นงานตามข้อ 40 (1) ถึง (7) ต้องพิจารณาที่ลักษณะและสภาพของงานนั้น ๆ เป็นสำคัญ นายจ้างหามีสิทธิกำหนดให้งานหนึ่งงานใดเป็นงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ไม่ งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น หมายถึงลักษณะหรือสภาพงานที่ลูกจ้างทำนั้น ลูกจ้างต้องประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงานดังกล่าว หากไม่มีงานที่เป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้น ลูกจ้างก็ไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงาน คงเพียงแต่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่เท่านั้น เมื่อแผนกสื่อสารมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้า ควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์แก่หน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ เช่นนี้ลักษณะงานและสภาพงานของแผนกสื่อสารและที่โจทก์ปฏิบัติในเวลาทำงานปกติและในเวลาทำงานล่วงเวลาเป็นงานที่ต้องให้บริการท่าเรือตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่งานที่ลูกจ้างต้องอยู่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงาน งานที่โจทก์ทำจึงมีลักษณะเป็นงานทั่วไป หาใช่งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ส่วนที่ยังขาดอยู่และดอกเบี้ยรวม 658,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 633,218 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาที่ค้างชำระ 658,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 633,218 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานพิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงและข้อเท็จจริงที่ยุติในสำนวนได้ความว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยและเกษียณอายุวันที่ 30 กันยายน 2559 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าแผนกสื่อสาร กองบริการท่า ท่าเรือกรุงเทพ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามใบกำหนดคุณลักษณะของงาน โดยงานที่โจทก์รับผิดชอบตามเอกสารดังกล่าวด้านสื่อสารนั้น กำหนดว่า "รับผิดชอบในการติดต่อสื่อสารกับเรือที่ใช้ท่าเรือและหน่วยวิทยุของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และตามหลักวิชาการ ควบคุมดูแลการซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องอุปกรณ์สื่อสารในแผนก ควบคุมดูแลการแจ้งสัญญาณอัคคีภัยและภัยอื่น ๆ" ในวันทำงานปกติ โจทก์มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานให้บริการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งประกอบด้วยสถานีสื่อสารจำนวน 2 สถานี เครื่องรับส่งวิทยุ VHF/FM ชนิดติดตั้งประจำที่จำนวน 6 เครื่อง ระบบ VTMS จำนวน 2 ชุด ระบบ CCTV จำนวน 2 ชุด และหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่อง สำหรับให้บริการด้านข้อมูลเรือสินค้าผ่านเข้าและออกจากร่องน้ำเจ้าพระยากับผู้ใช้บริการทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก รวมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้าในระบบ VCMS จำเลยมีระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทยว่าด้วยการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด โดยได้รับเงินตอบแทนการทำงาน พ.ศ.2555 ซึ่งระเบียบดังกล่าวข้อ 6 กำหนดว่า "งานที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ พนักงานไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน 6.1 ... 6.6 งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น" และข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา และค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด พ.ศ.2555 โดยข้อบังคับดังกล่าวข้อ 11 กำหนดว่า "พนักงานซึ่งได้รับคำสั่ง หรือได้รับอนุมัติให้ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ 8 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามข้อ 10 แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินในอัตราเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ 11.1... 11.6 งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น" ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาและล่วงเวลาในวันหยุดครั้งละ 7 ชั่วโมง โดยให้ทำหน้าที่แม่ข่าย ควบคุมระบบ AIS (Automatic Identification system) และ VHF Marine (Very High Frequency) ช่อง 16 มีขอบเขตหน้าที่ในการควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 16 และควบคุมระบบ AIS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ หรือให้ทำหน้าที่ VHF Marine ช่อง 14 ระบบ VCMS (Vessel Cargo Management System) และโทรศัพท์ มีขอบเขตหน้าที่ในการเฝ้าฟังติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 14 กับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์กับหน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ รวมทั้งป้อนข้อมูลในระบบ VCMS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า งานที่โจทก์ทำเป็นงานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น ที่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด พ.ศ.2555 ข้อ 11.6 และประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (7) หรือไม่ เห็นว่า ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดแต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำนั้นต้องพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดเป็นงานที่กำหนดไว้ ตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (1) ถึง (7) ซึ่งอาจจะเป็นงานที่มีลักษณะและสภาพของงานเช่นเดียวกับงานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติหรือไม่ก็ได้ ประกาศข้อดังกล่าวหาได้กำหนดให้งานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติกับงานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดต้องต่างกันแต่อย่างใดไม่ ทั้งงานใดจะเป็นงานตามข้อ 40 (1) ถึง (7) ต้องพิจารณาที่ลักษณะและสภาพของงานนั้น ๆ เป็นสำคัญ นายจ้างหามีสิทธิกำหนดให้งานหนึ่งงานใดเป็นงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกาได้ไม่ สำหรับคดีนี้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงมาว่า ลักษณะการทำงานล่วงเวลาของโจทก์ในวันทำงานปกติและในวันหยุดนั้น ไม่ได้แตกต่างกับการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติของโจทก์ จึงต้องพิจารณาว่างานตามใบกำหนดคุณลักษณะของงาน กับงานที่โจทก์ได้รับคำสั่งให้ทำงานล่วงเวลา เป็นงานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นด้วยกับความเห็นของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่วินิจฉัยว่า งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น หมายถึงลักษณะหรือสภาพงานที่ลูกจ้างทำนั้น ลูกจ้างต้องประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงานดังกล่าว หากไม่มีงานที่เป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้น ลูกจ้างก็ไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงาน คงเพียงแต่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่เท่านั้น ดังนี้เมื่อแผนกสื่อสารมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งประกอบด้วยสถานีสื่อสารจำนวน 2 สถานี เครื่องรับส่งวิทยุ VHF/FM ชนิดติดตั้งประจำที่จำนวน 6 เครื่อง ระบบ VTMS จำนวน 2 ชุด ระบบ CCTV จำนวน 2 ชุด และหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่อง สำหรับให้บริการด้านข้อมูลเรือสินค้าผ่านเข้าและออกจากร่องน้ำเจ้าพระยาแก่ผู้ใช้บริการทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก รวมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้าในระบบ VCMS และเมื่อโจทก์ทำงานล่วงเวลาและล่วงเวลาในวันหยุด โจทก์ทำหน้าที่ในการควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 16 และควบคุมระบบ AIS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ กับทำหน้าที่ในการเฝ้าฟังติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 14 กับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์แก่หน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ รวมทั้งป้อนข้อมูลในระบบ VCMS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ เช่นนี้ลักษณะงานและสภาพงานของแผนกสื่อสารและที่โจทก์ปฏิบัติในเวลาทำงานปกติและในเวลาทำงานล่วงเวลาเป็นงานที่ต้องให้บริการท่าเรือตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่งานที่ลูกจ้างต้องอยู่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงาน งานที่โจทก์ทำจึงมีลักษณะเป็นงานทั่วไป หาใช่งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นไม่ ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สมจิตร์ ทองศรี-วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์-จักษ์ชัย เยพิทักษ์) ศาลแรงงานกลาง - นายสาโรจน์ สำราญทรัพย์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ - นายพงษ์รัตน์ เครือกลิ่น แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.227/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ3099/2559 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1801/2560 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
643821
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสาโรจน์ สำราญทรัพย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ",
        "judge": "นายพงษ์รัตน์ เครือกลิ่น"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081952163"
    }
}
date
2563
deka_no
1010/2563
deka_running_no
1010
deka_year
2563
department
แรงงาน
judges
[
    "สมจิตร์ ทองศรี",
    "วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์",
    "จักษ์ชัย เยพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549",
        "law_abbr": "ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การท่าเรือแห่งประเทศไทย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ส่วนที่ยังขาดอยู่และดอกเบี้ยรวม 658,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 633,218 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาที่ค้างชำระ 658,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 633,218 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานพิพากษายืน

จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงและข้อเท็จจริงที่ยุติในสำนวนได้ความว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยและเกษียณอายุวันที่ 30 กันยายน 2559 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นหัวหน้าแผนกสื่อสาร กองบริการท่า ท่าเรือกรุงเทพ มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามใบกำหนดคุณลักษณะของงาน โดยงานที่โจทก์รับผิดชอบตามเอกสารดังกล่าวด้านสื่อสารนั้น กำหนดว่า "รับผิดชอบในการติดต่อสื่อสารกับเรือที่ใช้ท่าเรือและหน่วยวิทยุของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และตามหลักวิชาการ ควบคุมดูแลการซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องอุปกรณ์สื่อสารในแผนก ควบคุมดูแลการแจ้งสัญญาณอัคคีภัยและภัยอื่น ๆ" ในวันทำงานปกติ โจทก์มีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานให้บริการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งประกอบด้วยสถานีสื่อสารจำนวน 2 สถานี เครื่องรับส่งวิทยุ VHF/FM ชนิดติดตั้งประจำที่จำนวน 6 เครื่อง ระบบ VTMS จำนวน 2 ชุด ระบบ CCTV จำนวน 2 ชุด และหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่อง สำหรับให้บริการด้านข้อมูลเรือสินค้าผ่านเข้าและออกจากร่องน้ำเจ้าพระยากับผู้ใช้บริการทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก รวมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้าในระบบ VCMS จำเลยมีระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทยว่าด้วยการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด โดยได้รับเงินตอบแทนการทำงาน พ.ศ.2555 ซึ่งระเบียบดังกล่าวข้อ 6 กำหนดว่า "งานที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ พนักงานไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน 6.1 ... 6.6 งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น" และข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา และค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด พ.ศ.2555 โดยข้อบังคับดังกล่าวข้อ 11 กำหนดว่า "พนักงานซึ่งได้รับคำสั่ง หรือได้รับอนุมัติให้ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ 8 และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามข้อ 10 แต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินในอัตราเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ 11.1... 11.6 งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น" ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 จำเลยสั่งให้โจทก์ทำงานล่วงเวลาและล่วงเวลาในวันหยุดครั้งละ 7 ชั่วโมง โดยให้ทำหน้าที่แม่ข่าย ควบคุมระบบ AIS (Automatic Identification system) และ VHF Marine (Very High Frequency) ช่อง 16 มีขอบเขตหน้าที่ในการควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 16 และควบคุมระบบ AIS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ หรือให้ทำหน้าที่ VHF Marine ช่อง 14 ระบบ VCMS (Vessel Cargo Management System) และโทรศัพท์ มีขอบเขตหน้าที่ในการเฝ้าฟังติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 14 กับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์กับหน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ รวมทั้งป้อนข้อมูลในระบบ VCMS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า งานที่โจทก์ทำเป็นงานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น ที่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามข้อบังคับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการทำงาน การทำงานล่วงเวลา ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด พ.ศ.2555 ข้อ 11.6 และประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (7) หรือไม่ เห็นว่า ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดแต่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำนั้นต้องพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดเป็นงานที่กำหนดไว้ ตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2549 ข้อ 40 (1) ถึง (7) ซึ่งอาจจะเป็นงานที่มีลักษณะและสภาพของงานเช่นเดียวกับงานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติหรือไม่ก็ได้ ประกาศข้อดังกล่าวหาได้กำหนดให้งานที่ลูกจ้างทำในวันและเวลาทำงานปกติกับงานที่ลูกจ้างทำล่วงเวลาหรือล่วงเวลาในวันหยุดต้องต่างกันแต่อย่างใดไม่ ทั้งงานใดจะเป็นงานตามข้อ 40 (1) ถึง (7) ต้องพิจารณาที่ลักษณะและสภาพของงานนั้น ๆ เป็นสำคัญ นายจ้างหามีสิทธิกำหนดให้งานหนึ่งงานใดเป็นงานที่ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกาได้ไม่ สำหรับคดีนี้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงมาว่า ลักษณะการทำงานล่วงเวลาของโจทก์ในวันทำงานปกติและในวันหยุดนั้น ไม่ได้แตกต่างกับการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติของโจทก์ จึงต้องพิจารณาว่างานตามใบกำหนดคุณลักษณะของงาน กับงานที่โจทก์ได้รับคำสั่งให้ทำงานล่วงเวลา เป็นงานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นด้วยกับความเห็นของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่วินิจฉัยว่า งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็น หมายถึงลักษณะหรือสภาพงานที่ลูกจ้างทำนั้น ลูกจ้างต้องประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงานดังกล่าว หากไม่มีงานที่เป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้น ลูกจ้างก็ไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติงาน คงเพียงแต่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่เท่านั้น ดังนี้เมื่อแผนกสื่อสารมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการติดต่อสื่อสารและประสานงานกับเรือสินค้าที่เข้ามาใช้บริการในเขตร่องน้ำเจ้าพระยาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งประกอบด้วยสถานีสื่อสารจำนวน 2 สถานี เครื่องรับส่งวิทยุ VHF/FM ชนิดติดตั้งประจำที่จำนวน 6 เครื่อง ระบบ VTMS จำนวน 2 ชุด ระบบ CCTV จำนวน 2 ชุด และหมายเลขโทรศัพท์จำนวน 2 เครื่อง สำหรับให้บริการด้านข้อมูลเรือสินค้าผ่านเข้าและออกจากร่องน้ำเจ้าพระยาแก่ผู้ใช้บริการทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก รวมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องและบันทึกข้อมูลเรือสินค้าในระบบ VCMS และเมื่อโจทก์ทำงานล่วงเวลาและล่วงเวลาในวันหยุด โจทก์ทำหน้าที่ในการควบคุมข่ายการสื่อสารของ กทท. เฝ้าฟังและติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 16 และควบคุมระบบ AIS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ กับทำหน้าที่ในการเฝ้าฟังติดต่อสื่อสารกับเรือสินค้าในความถี่ Marine Band ช่อง 14 กับเรือสินค้า และให้บริการข้อมูลในระบบบริการเรือทางโทรศัพท์แก่หน่วยงานเกี่ยวข้องในระบบบริการเรือ รวมทั้งป้อนข้อมูลในระบบ VCMS ณ สถานีสื่อสารกรุงเทพ เช่นนี้ลักษณะงานและสภาพงานของแผนกสื่อสารและที่โจทก์ปฏิบัติในเวลาทำงานปกติและในเวลาทำงานล่วงเวลาเป็นงานที่ต้องให้บริการท่าเรือตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ใช่งานที่ลูกจ้างต้องอยู่ประจำการ ณ สถานประกอบกิจการหรือสถานที่ที่นายจ้างกำหนดเพื่อรองานตามหน้าที่ เมื่อมีงานตามหน้าที่ซึ่งเป็นเหตุฉุกเฉินและจำเป็นเกิดขึ้นแล้ว ลูกจ้างจึงจะมีหน้าที่ไปปฏิบัติงาน งานที่โจทก์ทำจึงมีลักษณะเป็นงานทั่วไป หาใช่งานที่ต้องอยู่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินและจำเป็นไม่ ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ3099/2559
primary_red_case_no
พ1801/2560
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000118.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.227/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563