คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2563 ฉบับเต็ม

#649852
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2563 พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์ นาย ฉ. กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 137 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2) จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมพร้อมไม้ประดู่ 12 ท่อน ของกลาง โดยแจ้งว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ซื้อมาจาก ม. ขณะนั้นเจ้าพนักงานยังไม่ได้จับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 แต่อย่างใด เพียงแต่สอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น การจับกุมผู้ต้องหาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 มีเพียงการจับกุมจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ด้วย เพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ในภายหลัง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ตนเองซื้อมาจาก ม. เป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. ซึ่งไม่เป็นความจริง การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 5, 6, 7, 69, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 137 ริบของกลาง กับให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความชั่วคราว จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบของกลาง ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ สำหรับความผิดต่อเจ้าพนักงาน โจทก์อุทธรณ์โดยอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 5 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า ในวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานร่วมกันจับกุมจำเลยที่ 1 พร้อมยึดไม้ประดู่อันยังมิได้แปรรูป 12 ท่อน ปริมาตร 9.88 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งบรรทุกอยู่บนรถบรรทุกหกล้อ คันหมายเลขทะเบียน 70-6209 เชียงใหม่ เป็นของกลาง ตามบันทึกการตรวจสอบ/ตรวจยึด-จับกุม โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ขนไม้ดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 2 เข้าพบเจ้าหน้าที่ป่าไม้และแจ้งว่า ไม้ประดู่ของกลาง 12 ท่อน เป็นไม้ที่จำเลยที่ 2 ซื้อมาจาก ม. ซึ่งเป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. เมื่อ ม. รื้อบ้านเก่าเพื่อสร้างบ้านใหม่ จึงได้ขายเสาไม้ประดู่ของกลางให้แก่จำเลยที่ 2 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยสำหรับข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า การแจ้งดังกล่าวเป็นการแจ้งในฐานะเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยย่อมแจ้งอย่างใดก็ได้ไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมพร้อมไม้ประดู่ 12 ท่อน ของกลาง โดยแจ้งว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ซื้อมาจาก ม. ขณะนั้นเจ้าพนักงานยังไม่ได้จับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการสอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น การจับกุมผู้ต้องหาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 มีเพียงการจับกุมจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ด้วย เพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ในภายหลังเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ตนเองซื้อมาจาก ม. เป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. ซึ่งไม่เป็นความจริง การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง-ธงชัย เสนามนตรี-ชูชีพ ปิณฑะสิริ) ศาลจังหวัดลำปาง - นายสมเกียรติ คำเนตร ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายศรชัย วรานิชสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา สว.(อ)206/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
649852
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำปาง",
        "judge": "นายสมเกียรติ คำเนตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายศรชัย วรานิชสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081951371"
    }
}
date
2563
deka_no
1686/2563
deka_running_no
1686
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง",
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "ชูชีพ ปิณฑะสิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 137"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484",
        "sections": [
            "ม. 69 วรรคสอง (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ฉ. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 5, 6, 7, 69, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 137 ริบของกลาง กับให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย

ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความชั่วคราว

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรคสอง (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ริบของกลาง ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3

โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ สำหรับความผิดต่อเจ้าพนักงาน โจทก์อุทธรณ์โดยอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 5 ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 2 ปี 1 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติว่า ในวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานร่วมกันจับกุมจำเลยที่ 1 พร้อมยึดไม้ประดู่อันยังมิได้แปรรูป 12 ท่อน ปริมาตร 9.88 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งบรรทุกอยู่บนรถบรรทุกหกล้อ คันหมายเลขทะเบียน 70-6209 เชียงใหม่ เป็นของกลาง ตามบันทึกการตรวจสอบ/ตรวจยึด-จับกุม โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ขนไม้ดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ 2 เข้าพบเจ้าหน้าที่ป่าไม้และแจ้งว่า ไม้ประดู่ของกลาง 12 ท่อน เป็นไม้ที่จำเลยที่ 2 ซื้อมาจาก ม. ซึ่งเป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. เมื่อ ม. รื้อบ้านเก่าเพื่อสร้างบ้านใหม่ จึงได้ขายเสาไม้ประดู่ของกลางให้แก่จำเลยที่ 2

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยสำหรับข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า การแจ้งดังกล่าวเป็นการแจ้งในฐานะเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยย่อมแจ้งอย่างใดก็ได้ไม่เป็นความผิดนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมพร้อมไม้ประดู่ 12 ท่อน ของกลาง โดยแจ้งว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ซื้อมาจาก ม. ขณะนั้นเจ้าพนักงานยังไม่ได้จับกุมหรือแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นการสอบปากคำในฐานะพยานเท่านั้น การจับกุมผู้ต้องหาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 มีเพียงการจับกุมจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ด้วย เพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยที่ 2 ในภายหลังเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ตนเองซื้อมาจาก ม. เป็นไม้เสาบ้านเก่าของ ม. ซึ่งไม่เป็นความจริง การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000110.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
สว.(อ)206/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563