คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2563 ฉบับเต็ม

#651511
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2563 บริษัท ช. โจทก์ บริษัท พ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 60 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 โจทก์จัดทำหนังสือมอบอำนาจในวันเดียวกันหลายฉบับ แต่โจทก์แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจมาท้ายฟ้องคดีนี้ผิดพลาดอันถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไป เมื่อโจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนลงมือสืบพยานและขอส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ที่ถูกต้องแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ถือได้ว่าโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของผู้รับมอบอำนาจแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 5 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 ชั่วคราว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้คดีนี้เป็นคดีอาญาโดยโจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์และนายธนุตม์มอบอำนาจช่วงให้นายจรัสหล้า ฟ้องคดีนี้แทน แต่สำเนาหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องระบุว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์ฟ้องคดีแพ่งก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์ฟ้องคดีอาญา โดยเอกสารทั้งสองฉบับจัดทำขึ้น วันที่ 20 สิงหาคม 2555 กรณีเป็นที่เห็นได้ชัดว่า โจทก์แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจมาท้ายฟ้องผิดพลาด อันถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไป เมื่อโจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนลงมือสืบพยานว่า สำเนาหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องเป็นฉบับที่ส่งผิดพลาด และขอส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ ที่โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์ฟ้องคดีอาญาแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ถือได้ว่าโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของผู้รับมอบอำนาจแล้ว เมื่อโจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์และนายธนุตม์มอบอำนาจช่วงให้นายจรัสหล้าฟ้องคดีนี้ตามหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นต้นฉบับของสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ดังกล่าว โดยจำเลยที่ 3 ไม่ได้นำสืบหักล้างเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์และนายธนุตม์มอบอำนาจช่วงให้นายจรัสหล้าฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สุทธินันท์ เสียมสกุล-กึกก้อง สมเกียรติเจริญ-สรศักดิ์ จันเกษม) ศาลแขวงชลบุรี - นายอมร มนต์แก้วกาญจน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุรัตน์ชัย พรายมูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2679/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
651511
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงชลบุรี",
        "judge": "นายอมร มนต์แก้วกาญจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสุรัตน์ชัย พรายมูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081951369"
    }
}
date
2563
deka_no
1732/2563
deka_running_no
1732
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล",
    "กึกก้อง สมเกียรติเจริญ",
    "สรศักดิ์ จันเกษม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 60"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ช."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท พ. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 5 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการของจำเลยที่ 1 ชั่วคราว

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้คดีนี้เป็นคดีอาญาโดยโจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์และนายธนุตม์มอบอำนาจช่วงให้นายจรัสหล้า ฟ้องคดีนี้แทน แต่สำเนาหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องระบุว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์ฟ้องคดีแพ่งก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์ฟ้องคดีอาญา โดยเอกสารทั้งสองฉบับจัดทำขึ้น วันที่ 20 สิงหาคม 2555 กรณีเป็นที่เห็นได้ชัดว่า โจทก์แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจมาท้ายฟ้องผิดพลาด อันถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไป เมื่อโจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนลงมือสืบพยานว่า สำเนาหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องเป็นฉบับที่ส่งผิดพลาด และขอส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ ที่โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์ฟ้องคดีอาญาแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ถือได้ว่าโจทก์แก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของผู้รับมอบอำนาจแล้ว เมื่อโจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์และนายธนุตม์มอบอำนาจช่วงให้นายจรัสหล้าฟ้องคดีนี้ตามหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นต้นฉบับของสำเนาหนังสือมอบอำนาจฉบับใหม่ดังกล่าว โดยจำเลยที่ 3 ไม่ได้นำสืบหักล้างเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายธนุตม์และนายธนุตม์มอบอำนาจช่วงให้นายจรัสหล้าฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000110.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2679/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563