คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4200/2563 ฉบับเต็ม

#655575
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4200/2563 นาย อ. โจทก์ นาย ป. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 138 โจทก์และจำเลยตกลงท้ากันให้ถือเอาผลการตรวจดีเอ็นเอว่า โจทก์และจำเลยเป็นบุตรของ น. หรือจำเลยคนเดียวเป็นบุตรของ น. เป็นข้อแพ้ชนะคดี โดยกำหนดให้แพทย์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ทำการตรวจ อันเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งของคำท้า เมื่อโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ไม่พร้อมให้บริการตรวจดีเอ็นเอ จึงเป็นกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขในคำท้าได้ ศาลชั้นต้นชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป การที่จำเลยฝ่ายเดียวยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ตรวจดีเอ็นเอ เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญของคำท้าและนอกเหนือคำท้า ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ด้วย เพราะคำท้าของคู่ความนั้นจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือยกเลิกได้ก็โดยคู่ความตกลงกันเท่านั้น จำเลยหาอาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือยกเลิกคำท้าแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ไม่ ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นผู้ตรวจดีเอ็นเอแทนตามคำร้องของจำเลย โดยมิได้สอบถามความประสงค์ของโจทก์ก่อนและโจทก์มิได้ตกลงยินยอมด้วย จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ที่อยู่อาศัย) เลขที่ 7994 และ (ที่ทำกิน) เลขที่ 1408 แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา คู่ความตกลงท้ากันว่าโจทก์และจำเลยยินยอมไปตรวจดีเอ็นเอว่า โจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนางนวล หรือไม่ โดยให้แพทย์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ทำการตรวจ หากผลการตรวจปรากฏว่าโจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนางนวล จำเลยยอมแพ้และยินยอมมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เลขที่ 7994 แก่โจทก์ แต่หากผลการตรวจปรากฏว่าจำเลยเป็นบุตรของนางนวลคนเดียว โจทก์ยอมแพ้และยินยอมถอนฟ้อง ถ้าฝ่ายใดไม่ไปตรวจดีเอ็นเอโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ถือว่าข้อเท็จจริงเป็นไปดังที่คู่ความอีกฝ่ายกล่าวอ้าง และฝ่ายที่ไม่ไปตรวจยอมแพ้คดี โดยไม่ติดใจสืบพยานอื่นอีกต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เป็นไปตามที่คู่ความท้ากัน กำหนดนัดตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 5 เมษายน 2561 ต่อมาโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์แจ้งว่าไม่พร้อมให้บริการตรวจดีเอ็นเอ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ทำการตรวจดีเอ็นเอแทน ศาลชั้นต้นอนุญาตและแจ้งคำสั่งให้โจทก์ทราบว่าได้เปลี่ยนสถานที่ตรวจจากเดิมเป็นโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น วันที่ 5 มิถุนายน 2561 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 8 มิถุนายน 2561 เวลา 9 นาฬิกา ศาลชั้นต้นพิจารณา เห็นว่า โจทก์ไม่ได้ไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ตามกำหนดนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร โจทก์ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมไว้รวมสั่งเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนอกคำท้าโดยไม่ชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์และจำเลยตกลงท้ากันให้ถือเอาผลการตรวจดีเอ็นเอว่าโจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนางนวลหรือจำเลยคนเดียวเป็นบุตรของนางนวล เป็นข้อแพ้ชนะคดีโดยกำหนดให้แพทย์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ทำการตรวจ อันเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งของคำท้า เมื่อโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ไม่พร้อมให้บริการตรวจดีเอ็นเอ จึงเป็นกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขในคำท้าได้ ดังนี้ ศาลชั้นต้นชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป การที่จำเลยฝ่ายเดียวยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ตรวจดีเอ็นเอ เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญของคำท้าและนอกเหนือคำท้า ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ด้วย เพราะคำท้าของคู่ความนั้นจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือยกเลิกได้ก็โดยคู่ความตกลงกันเท่านั้น จำเลยหาอาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือยกเลิกคำท้าแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ไม่ ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งอนุญาตให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ตรวจดีเอ็นเอแทนตามคำร้องของจำเลย โดยมิได้สอบถามความประสงค์ของโจทก์ก่อนและโจทก์มิได้ตกลงยินยอมด้วย จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่ได้ไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรและพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น เป็นการพิพากษานอกคำท้าโดยไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กิจชัย จิตธารารักษ์-สุทิน นาคพงศ์-สิริกานต์ มีจุล) ศาลจังหวัดรัตนบุรี - นางสาวจิตรา อินทรหนองไผ่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายลิขิต รัตนประภาพรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.451/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
655575
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดรัตนบุรี",
        "judge": "นางสาวจิตรา อินทรหนองไผ่"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายลิขิต รัตนประภาพรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081950226"
    }
}
date
2563
deka_no
4200/2563
deka_running_no
4200
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "กิจชัย จิตธารารักษ์",
    "สุทิน นาคพงศ์",
    "สิริกานต์ มีจุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย อ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ป."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ที่อยู่อาศัย) เลขที่ 7994 และ (ที่ทำกิน) เลขที่ 1408 แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา คู่ความตกลงท้ากันว่าโจทก์และจำเลยยินยอมไปตรวจดีเอ็นเอว่า โจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนางนวล หรือไม่ โดยให้แพทย์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ทำการตรวจ หากผลการตรวจปรากฏว่าโจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนางนวล จำเลยยอมแพ้และยินยอมมอบต้นฉบับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เลขที่ 7994 แก่โจทก์ แต่หากผลการตรวจปรากฏว่าจำเลยเป็นบุตรของนางนวลคนเดียว โจทก์ยอมแพ้และยินยอมถอนฟ้อง ถ้าฝ่ายใดไม่ไปตรวจดีเอ็นเอโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ถือว่าข้อเท็จจริงเป็นไปดังที่คู่ความอีกฝ่ายกล่าวอ้าง และฝ่ายที่ไม่ไปตรวจยอมแพ้คดี โดยไม่ติดใจสืบพยานอื่นอีกต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เป็นไปตามที่คู่ความท้ากัน กำหนดนัดตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 5 เมษายน 2561 ต่อมาโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์แจ้งว่าไม่พร้อมให้บริการตรวจดีเอ็นเอ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือไปยังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ทำการตรวจดีเอ็นเอแทน ศาลชั้นต้นอนุญาตและแจ้งคำสั่งให้โจทก์ทราบว่าได้เปลี่ยนสถานที่ตรวจจากเดิมเป็นโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น วันที่ 5 มิถุนายน 2561 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องและนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 8 มิถุนายน 2561 เวลา 9 นาฬิกา

ศาลชั้นต้นพิจารณา เห็นว่า โจทก์ไม่ได้ไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ตามกำหนดนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร โจทก์ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมไว้รวมสั่งเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาใหม่

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนอกคำท้าโดยไม่ชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์และจำเลยตกลงท้ากันให้ถือเอาผลการตรวจดีเอ็นเอว่าโจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนางนวลหรือจำเลยคนเดียวเป็นบุตรของนางนวล เป็นข้อแพ้ชนะคดีโดยกำหนดให้แพทย์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ทำการตรวจ อันเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งของคำท้า เมื่อโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ไม่พร้อมให้บริการตรวจดีเอ็นเอ จึงเป็นกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขในคำท้าได้ ดังนี้ ศาลชั้นต้นชอบที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป การที่จำเลยฝ่ายเดียวยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ตรวจดีเอ็นเอ เป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญของคำท้าและนอกเหนือคำท้า ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ด้วย เพราะคำท้าของคู่ความนั้นจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือยกเลิกได้ก็โดยคู่ความตกลงกันเท่านั้น จำเลยหาอาจเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือยกเลิกคำท้าแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ไม่ ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งอนุญาตให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้ตรวจดีเอ็นเอแทนตามคำร้องของจำเลย โดยมิได้สอบถามความประสงค์ของโจทก์ก่อนและโจทก์มิได้ตกลงยินยอมด้วย จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น การที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่ได้ไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรและพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น เป็นการพิพากษานอกคำท้าโดยไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000100.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.451/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563