คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2564 ฉบับเต็ม

#657030
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2564 ธนาคาร ซ. โจทก์ ธนาคาร ก. ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัท ก. กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 45, มาตรา 63, มาตรา 96 (3), มาตรา 110 ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง กรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้โดยขอให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันแล้ว ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) การที่จำเลยที่ 2 เสนอคำขอประนอมหนี้โดยขอชำระเงิน 590,000,000 บาท เพื่อไถ่ถอนจำนองทรัพย์หลักประกันจากผู้ร้องและให้คืนโฉนดที่ดินแก่จำเลยที่ 2 แล้วขอให้ผู้คัดค้านถอนการยึดทรัพย์หลักประกัน ทั้งที่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 ขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้รายที่ 190 เป็นเงิน 174,335,644.93 บาท เจ้าหนี้รายที่ 353 เป็นเงิน 182,019,304.11 บาท ส่วนเจ้าหนี้รายที่ 354 มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเงิน 701,691,757.72 บาท และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันอันมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์หลักประกันก่อนเจ้าหนี้อื่นได้ใช้สิทธิเลือกที่จะให้ผู้คัดค้านจัดการกับทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องด้วยวิธีให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) คำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ที่ขอไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องโดยที่จำเลยที่ 2 กำหนดราคาไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันเองซึ่งผู้ร้องไม่ยินยอมด้วย จึงเป็นคำขอประนอมหนี้ที่กระทบถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน อันเป็นคำขอประนอมหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้คัดค้านไม่อาจดำเนินการจัดประชุมเพื่อเสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติเพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวได้ การจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ของผู้คัดค้านจึงกระทำโดยมิชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด และวันที่ 6 มีนาคม 2549 มีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต่อมาวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ผู้คัดค้านนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 และที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้มีคำสั่งยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นของผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 และให้ผู้คัดค้านไม่เสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาคำขอประนอมหนี้เกี่ยวกับทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องอีก โดยให้ผู้คัดค้านประกาศขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านเรื่องสิทธิออกเสียงลงมติของเจ้าหนี้มีประกันและมติที่ประชุมเจ้าหนี้ในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ให้ผู้คัดค้านเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อปรึกษาว่าควรยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 2 หรือไม่ แล้วดำเนินการต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ผู้ร้องและผู้คัดค้านฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังยุติว่า ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันโดยขอให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นทรัพย์หลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 ผู้คัดค้านยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยประเมินราคาขณะยึดเป็นเงิน 210,920,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลาย โดยมีข้อความปรากฏตามรายงานการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นของผู้คัดค้านฉบับลงวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ดังนี้ "... ข้อ 2 นอกจากหนี้ที่กล่าวในข้อ 1 ข้าพเจ้ายินยอมชำระบรรดาหนี้ที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้แล้ว เป็นจำนวนดังนี้ ข้อ 2.1 เจ้าหนี้มีประกัน ชำระหนี้ด้วยเงิน (รายละเอียดปรากฏตามข้อ 3.1 ถึง 3.4) ภายใน 6 เดือน นับแต่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับคำขอประนอมหนี้ เมื่อชำระหนี้ตามข้อ 2.1 แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถอนการยึดที่ดินหลักประกัน และไถ่ถอนจำนำหุ้น ส่วนจำนวนหนี้ที่เหลือให้ได้รับชำระหนี้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ไม่มีประกัน ตามข้อ 2.2... ข้อ 3.1 เจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 (ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)) ชำระเงินจำนวน 590,000,000 บาท (ห้าร้อยเก้าสิบล้านบาทถ้วน) โดยเมื่อข้าพเจ้าชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้รายนี้ตามข้อ 3.1 ครบถ้วนแล้ว ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งถอนการยึดทรัพย์หลักประกันตามที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และขอให้เจ้าหนี้ไถ่ถอนจำนองทรัพย์หลักประกันที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และคืนโฉนดให้แก่ข้าพเจ้าทันที..." วันที่ 17 ตุลาคม 2561 ผู้คัดค้านนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเพื่อปรึกษาว่าควรยอมรับคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 หรือไม่ ในวันดังกล่าวมีเจ้าหนี้เข้าร่วมประชุม จำนวน 166 ราย ผู้คัดค้านกำหนดสิทธิออกเสียงในการประชุมเจ้าหนี้ของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 เป็น 1 คะแนนเสียง โดยให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190 จำนวนหนี้ 174,335,644.93 บาท มีจำนวนหนี้ในการใช้สิทธิออกเสียง 174,335,644.93 บาท ให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 353 จำนวนหนี้ 182,019,304.11 บาท มีจำนวนหนี้ในการใช้สิทธิออกเสียง 182,019,304.11 บาท และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 354 จำนวนหนี้ 701,691,757.72 บาท มีจำนวนหนี้ในการใช้สิทธิออกเสียง 111,691,757.72 บาท โดยผู้คัดค้านคำนวณสิทธิออกเสียงสำหรับผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 354 โดยนำยอดหนี้ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้บางส่วนไปหักจำนวนเงินตามคำขอประนอมหนี้ที่จำเลยที่ 2 เสนอชำระเพื่อไถ่ถอนหลักประกัน คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 590,000,000 บาท ผลการลงมติปรากฏว่ามีเจ้าหนี้ไม่ยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 2 จำนวน 5 ราย ได้แก่ เจ้าหนี้รายที่ 190, 250, 323, 353 และ 354 และรวมจำนวนหนี้ทั้งหมดแล้วได้ 492,332,668.38 บาท ส่วนเจ้าหนี้ที่ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 มีจำนวน 160 ราย นับเป็นคะแนนเสียง 155 เสียง รวมจำนวนหนี้ทั้งหมดแล้วได้จำนวนหนี้ 3,280,720,611.65 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องในประการแรกว่า การที่ผู้คัดค้านจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเพื่อพิจารณาว่าสมควรยอมรับคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ที่ขอชำระเงินเพื่อไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องโดยมิได้นำทรัพย์หลักประกันออกขายทอดตลาดตามคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง และผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันมิได้ยินยอมชอบหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง กรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 และได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้โดยขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินทรัพย์หลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) การที่จำเลยที่ 2 เสนอคำขอประนอมหนี้โดยเสนอชำระเงิน 590,000,000 บาท เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจากผู้ร้องและให้คืนโฉนดที่ดินแก่จำเลยที่ 2 แล้วขอให้ผู้คัดค้านถอนการยึดทรัพย์หลักประกันที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทั้งที่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 ขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้รายที่ 190 เป็นเงิน 174,335,644.93 บาท เจ้าหนี้รายที่ 353 เป็นเงิน 182,019,304.11 บาท และเจ้าหนี้รายที่ 354 มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเงิน 701,691,757.72 บาท และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันอันมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์หลักประกันก่อนเจ้าหนี้อื่นได้ใช้สิทธิเลือกที่จะให้ผู้คัดค้านจัดการกับทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องด้วยวิธีให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้ในส่วนที่ขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) คำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ที่ขอไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องโดยที่จำเลยที่ 2 กำหนดราคาไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันเองโดยที่ผู้ร้องไม่ยินยอมด้วย จึงเป็นคำขอประนอมหนี้ที่กระทบถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน อันเป็นคำขอประนอมหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้คัดค้านไม่อาจดำเนินการจัดประชุมเพื่อเสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติเพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวได้ การจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ของผู้คัดค้านจึงมิชอบ ฎีกาของผู้ร้องในข้อนี้ฟังขึ้น การที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษาให้เพิกถอนเพียงคำสั่งของผู้คัดค้านเรื่องสิทธิออกเสียงลงมติของเจ้าหนี้มีประกันและมติที่ประชุมเจ้าหนี้ จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เมื่อได้วินิจฉัยไว้ในข้างต้นแล้วว่าการจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 โดยผู้คัดค้านไม่ชอบ กรณีจึงไม่จำต้องพิจารณาฎีกาของผู้ร้องและผู้คัดค้านในประเด็นอื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่จัดการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (ธนาพนธ์ ชวรุ่ง-เกียรติพงศ์ อมาตยกุล-ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์) ศาลล้มละลายกลาง - นางสาวชรยา จิตต์ธรรมวงศ์ - วิเชียร วชิรประทีป แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.31/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
657030
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นางสาวชรยา จิตต์ธรรมวงศ์"
    },
    {
        "court": "- วิเชียร วชิรประทีป",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081949241"
    }
}
date
2564
deka_no
1469/2564
deka_running_no
1469
deka_year
2564
department
แผนก
judges
[
    "ธนาพนธ์ ชวรุ่ง",
    "เกียรติพงศ์ อมาตยกุล",
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 45",
            "ม. 63",
            "ม. 96 (3)",
            "ม. 110"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ซ."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคาร ก."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ก. กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2544 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 เด็ดขาด และวันที่ 6 มีนาคม 2549 มีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต่อมาวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ผู้คัดค้านนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 และที่ประชุมเจ้าหนี้มีมติพิเศษยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 2

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้มีคำสั่งยกเลิกการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นของผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 และให้ผู้คัดค้านไม่เสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาคำขอประนอมหนี้เกี่ยวกับทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องอีก โดยให้ผู้คัดค้านประกาศขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้อง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านเรื่องสิทธิออกเสียงลงมติของเจ้าหนี้มีประกันและมติที่ประชุมเจ้าหนี้ในการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 ให้ผู้คัดค้านเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อปรึกษาว่าควรยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 2 หรือไม่ แล้วดำเนินการต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ผู้ร้องและผู้คัดค้านฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังยุติว่า ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันโดยขอให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นทรัพย์หลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 ผู้คัดค้านยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยประเมินราคาขณะยึดเป็นเงิน 210,920,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลาย โดยมีข้อความปรากฏตามรายงานการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นของผู้คัดค้านฉบับลงวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ดังนี้ "... ข้อ 2 นอกจากหนี้ที่กล่าวในข้อ 1 ข้าพเจ้ายินยอมชำระบรรดาหนี้ที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้แล้ว เป็นจำนวนดังนี้

ข้อ 2.1 เจ้าหนี้มีประกัน ชำระหนี้ด้วยเงิน (รายละเอียดปรากฏตามข้อ 3.1 ถึง 3.4) ภายใน 6 เดือน นับแต่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับคำขอประนอมหนี้ เมื่อชำระหนี้ตามข้อ 2.1 แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถอนการยึดที่ดินหลักประกัน และไถ่ถอนจำนำหุ้น ส่วนจำนวนหนี้ที่เหลือให้ได้รับชำระหนี้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ไม่มีประกัน ตามข้อ 2.2...

ข้อ 3.1 เจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 (ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)) ชำระเงินจำนวน 590,000,000 บาท (ห้าร้อยเก้าสิบล้านบาทถ้วน) โดยเมื่อข้าพเจ้าชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้รายนี้ตามข้อ 3.1 ครบถ้วนแล้ว ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งถอนการยึดทรัพย์หลักประกันตามที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และขอให้เจ้าหนี้ไถ่ถอนจำนองทรัพย์หลักประกันที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และคืนโฉนดให้แก่ข้าพเจ้าทันที..."

วันที่ 17 ตุลาคม 2561 ผู้คัดค้านนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเพื่อปรึกษาว่าควรยอมรับคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 หรือไม่ ในวันดังกล่าวมีเจ้าหนี้เข้าร่วมประชุม จำนวน 166 ราย ผู้คัดค้านกำหนดสิทธิออกเสียงในการประชุมเจ้าหนี้ของผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 เป็น 1 คะแนนเสียง โดยให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190 จำนวนหนี้ 174,335,644.93 บาท มีจำนวนหนี้ในการใช้สิทธิออกเสียง 174,335,644.93 บาท ให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 353 จำนวนหนี้ 182,019,304.11 บาท มีจำนวนหนี้ในการใช้สิทธิออกเสียง 182,019,304.11 บาท และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 354 จำนวนหนี้ 701,691,757.72 บาท มีจำนวนหนี้ในการใช้สิทธิออกเสียง 111,691,757.72 บาท โดยผู้คัดค้านคำนวณสิทธิออกเสียงสำหรับผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 354 โดยนำยอดหนี้ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้บางส่วนไปหักจำนวนเงินตามคำขอประนอมหนี้ที่จำเลยที่ 2 เสนอชำระเพื่อไถ่ถอนหลักประกัน คือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 590,000,000 บาท ผลการลงมติปรากฏว่ามีเจ้าหนี้ไม่ยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลยที่ 2 จำนวน 5 ราย ได้แก่ เจ้าหนี้รายที่ 190, 250, 323, 353 และ 354 และรวมจำนวนหนี้ทั้งหมดแล้วได้ 492,332,668.38 บาท ส่วนเจ้าหนี้ที่ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 มีจำนวน 160 ราย นับเป็นคะแนนเสียง 155 เสียง รวมจำนวนหนี้ทั้งหมดแล้วได้จำนวนหนี้ 3,280,720,611.65 บาท

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องในประการแรกว่า การที่ผู้คัดค้านจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเพื่อพิจารณาว่าสมควรยอมรับคำขอประนอมหนี้หลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ที่ขอชำระเงินเพื่อไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องโดยมิได้นำทรัพย์หลักประกันออกขายทอดตลาดตามคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง และผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันมิได้ยินยอมชอบหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง กรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 และได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้โดยขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดที่ดินทรัพย์หลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) การที่จำเลยที่ 2 เสนอคำขอประนอมหนี้โดยเสนอชำระเงิน 590,000,000 บาท เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจากผู้ร้องและให้คืนโฉนดที่ดินแก่จำเลยที่ 2 แล้วขอให้ผู้คัดค้านถอนการยึดทรัพย์หลักประกันที่ดินโฉนดเลขที่ 206459 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทั้งที่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 190, 353 และ 354 ขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้รายที่ 190 เป็นเงิน 174,335,644.93 บาท เจ้าหนี้รายที่ 353 เป็นเงิน 182,019,304.11 บาท และเจ้าหนี้รายที่ 354 มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเงิน 701,691,757.72 บาท และผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันอันมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์หลักประกันก่อนเจ้าหนี้อื่นได้ใช้สิทธิเลือกที่จะให้ผู้คัดค้านจัดการกับทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องด้วยวิธีให้ผู้คัดค้านขายทอดตลาดทรัพย์หลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้ในส่วนที่ขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) คำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ที่ขอไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันของผู้ร้องโดยที่จำเลยที่ 2 กำหนดราคาไถ่ถอนทรัพย์หลักประกันเองโดยที่ผู้ร้องไม่ยินยอมด้วย จึงเป็นคำขอประนอมหนี้ที่กระทบถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน อันเป็นคำขอประนอมหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้คัดค้านไม่อาจดำเนินการจัดประชุมเพื่อเสนอให้ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติเพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวได้ การจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ของผู้คัดค้านจึงมิชอบ ฎีกาของผู้ร้องในข้อนี้ฟังขึ้น การที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษาให้เพิกถอนเพียงคำสั่งของผู้คัดค้านเรื่องสิทธิออกเสียงลงมติของเจ้าหนี้มีประกันและมติที่ประชุมเจ้าหนี้ จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เมื่อได้วินิจฉัยไว้ในข้างต้นแล้วว่าการจัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 โดยผู้คัดค้านไม่ชอบ กรณีจึงไม่จำต้องพิจารณาฎีกาของผู้ร้องและผู้คัดค้านในประเด็นอื่นเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่จัดการประชุมเจ้าหนี้ครั้งอื่นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2561 เพื่อพิจารณาคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายของจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000092.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.31/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2564