คำสั่งคำร้องที่ 68/2545 ฉบับเต็ม

#65776
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำสั่งคำร้องที่ 68/2545 บริษัท ไทย.ไอ.เค.ไอ.อุตสาหกรรม จำกัด โจทก์ นาย นิคม ทับทิมธงชัย จำเลย บริษัท ไทย.ไอ.เค.ไอ. อุตสาหกรรม จำกัด จำเลย ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ที่ว่า ศาลสั่งงดสืบพยานขัดกับข้อเท็จจริงตามรายงานฯ ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2544 ที่ว่าคู่ความไม่สืบพยาน โดยให้วินิจฉัยจากปากคำพยานเอกสารหมาย ล.1 จึงเป็นอุทธรณ์ฝืนข้อเท็จจริงในสำนวน ส่วนอุทธรณ์อื่นล้วนเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์ โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยาน โจทก์จึงไม่มีโอกาสนำสืบข้อเท็จจริงให้ศาลเห็นตามที่กล่าวอ้าง การที่ศาลสอบข้อเท็จจริงโดยไม่ให้โจทก์ซักค้านในศาลแล้วจดลงในรายงานกระบวนพิจารณาโดยคู่ความไม่ได้ยอมรับการสอบปากคำดังกล่าวว่าได้กระทำโดยชอบหรือไม่ ข้อความที่สอบไว้นั้นถูกต้องชัดแจ้งหรือไม่ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความ ประเด็นที่ว่าโจทก์โอนลูกจ้างจากบริษัทโจทก์ไปยังอีกบริษัทหนึ่ง เมื่อลูกจ้างยินยอมที่จะโอนไปและให้นับอายุงานต่อเนื่องกันถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างลูกจ้างตามฟ้องหรือไม่นั้น ล้วนเป็นข้อกฎหมาย โปรดรับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 38) โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยในฐานะพนักงานตรวจแรงงานที่ 161/2543 ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 32) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 36) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางสอบข้อเท็จจริงจากคู่ความ คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารต่อศาลแรงงานกลาง แล้วคู่ความขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากสำนวนโดยคู่ความไม่สืบพยาน ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวนแล้ว วินิจฉัยว่าโจทก์โอนนางศรีสมควรกับพวกรวม 120 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2543 โดยลูกจ้างต้องสมัครงานใหม่และเริ่มนับอายุงานใหม่ กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์ไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ เนื่องจากโอนกิจการให้บุคคลภายนอก จึงเป็นการเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสอง โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางสั่งให้งดสืบพยานโดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้นั้นไม่ถูกต้อง ความจริงข้อเท็จจริงยังไม่พอที่จะวินิจฉัยคดี หากศาลแรงงานกลางสืบพยานโจทก์ต่อไปข้อเท็จจริงก็จะฟังได้ว่า โจทก์โอนลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างใหม่โดยลูกจ้างยินยอมและนับอายุงานต่อเนื่อง จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างลูกจ้าง โจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น เห็นว่าที่โจทก์อ้างว่าศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยนั้น เป็นการอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสำนวน และเท่ากับเป็นการโต้เถียงว่าศาลแรงงานกลางไม่ควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงในสำนวนตามที่คู่ความขอ จึงเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง ถือเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54วรรคหนึ่ง อุทธรณ์โจทก์ข้อต่อมาจึงไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ___________________________ พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางสอบข้อเท็จจริงจากคู่ความ คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารต่อศาลแรงงานกลาง แล้วคู่ความขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากสำนวนโดยคู่ความไม่สืบพยาน ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวนแล้ว วินิจฉัยว่าโจทก์โอนนางศรีสมควรกับพวกรวม 120 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2543 โดยลูกจ้างต้องสมัครงานใหม่และเริ่มนับอายุงานใหม่ กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์ไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ เนื่องจากโอนกิจการให้บุคคลภายนอก จึงเป็นการเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสอง โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางสั่งให้งดสืบพยานโดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้นั้นไม่ถูกต้อง ความจริงข้อเท็จจริงยังไม่พอที่จะวินิจฉัยคดี หากศาลแรงงานกลางสืบพยานโจทก์ต่อไปข้อเท็จจริงก็จะฟังได้ว่า โจทก์โอนลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างใหม่โดยลูกจ้างยินยอมและนับอายุงานต่อเนื่อง จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างลูกจ้าง โจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น เห็นว่าที่โจทก์อ้างว่าศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยนั้น เป็นการอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสำนวน และเท่ากับเป็นการโต้เถียงว่าศาลแรงงานกลางไม่ควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงในสำนวนตามที่คู่ความขอ จึงเป็นการโต้แย้งการใช้ดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง ถือเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54วรรคหนึ่ง อุทธรณ์โจทก์ข้อต่อมาจึงไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-กมล เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
65776
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082561659"
    }
}
date
2545
deka_no
68/2545
deka_running_no
68
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 118"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 54"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ไทย.ไอ.เค.ไอ.อุตสาหกรรม จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย นิคม ทับทิมธงชัย"
    },
    {
        "role": "ผู้ยื่นคำร้อง",
        "name": "บริษัท ไทย.ไอ.เค.ไอ. อุตสาหกรรม จำกัด จำเลย"
    }
]
long_text
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006023.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำสั่งคำร้อง
year
2545