ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำสั่งคำร้องที่ 70/2545
นาง คูณนุช อินทรกำแหง
โจทก์
นาย กนต์ธี สุโธ
จำเลย
นาง คูณนุช อินทรกำแหง โจทก์
ผู้ยื่นคำร้อง
ป.วิ.อ. มาตรา 219
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งให้รับฎีกาไปโดยผิดหลง จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาเป็นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยโอนที่ดินของตนไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นการเบียดบังซ่อนเร้น ทำให้โจทก์เสียเปรียบและไม่สามารถบังคับคดีเอากับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป
หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้กำหนด 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 77)
โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีโจทก์ฎีกาว่าขอให้ศาลฎีกาไม่ให้รอการลงโทษแก่จำเลย จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจ ในการกำหนดโทษของศาล ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่าจำเลยไม่ผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงในคดีแพ่งแก่โจทก์ทั้งโอนทรัพย์สินของตนไปเป็นของบุคคลอื่น โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์ของจำเลยนั้น ก็เป็นเรื่องการผิดนัดไม่ชำระหนี้ในทางแพ่งไม่ได้เกี่ยวพันกับการกระทำความผิดในคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว
___________________________
พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีโจทก์ฎีกาว่าขอให้ศาลฎีกาไม่ให้รอการลงโทษแก่จำเลย จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจ ในการกำหนดโทษของศาล ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่าจำเลยไม่ผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงในคดีแพ่งแก่โจทก์ทั้งโอนทรัพย์สินของตนไปเป็นของบุคคลอื่น โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์ของจำเลยนั้น ก็เป็นเรื่องการผิดนัดไม่ชำระหนี้ในทางแพ่งไม่ได้เกี่ยวพันกับการกระทำความผิดในคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว
(กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-พูนศักดิ์ จงกลนี-สุพัฒน์ บุญยุบล)
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ