คำสั่งคำร้องที่ 4/2546 ฉบับเต็ม

#65857
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำสั่งคำร้องที่ 4/2546 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นาย จันทร์ คุณฮวย จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 218 ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี และฟังข้อเท็จจริงว่ากัญชาของกลางมีจำนวน 14,000 กรัม การที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้ตรวจพิสูจน์กัญชาของกลางทั้งหมดเพียงแต่สุ่มตรวจ 200 กรัม เท่านั้น ของกลางจำนวน 14,000 กรัมอาจไม่ใช่กัญชาทั้งหมดก็ได้นั้น เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 75วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่อนุญาตให้ฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยข้อ 2.1 ประเด็นที่ว่า โจทก์ยังมิได้ตรวจพิสูจน์กัญชาซึ่งเป็นของกลางทั้งหมด เป็นเพียงการสุ่มตัวอย่างจากของกลางทั้งหมด ของกลางจำนวน12,000 กรัม (ที่ถูกน่าจะเป็น 14,000 กรัม) อาจไม่ใช่กัญชาทั้งหมดก็ได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกา ขอให้มีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้วศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลล่างและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี โดยศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าของกลางเป็นกัญชาจำนวน 14,000 กรัม จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้ตรวจพิสูจน์กัญชาของกลางทั้งหมดเพียงแต่สุ่มตรวจ 200 กรัม เท่านั้น ของกลางจำนวน 14,000 กรัม อาจไม่ใช่กัญชาทั้งหมดก็ได้ ข้อฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมาจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ยกคำร้อง" (ธาดา กษิตินนท์-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์-วัฒนชัย โชติชูตระกูล) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
65857
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082561176"
    }
}
date
2546
deka_no
4/2546
deka_running_no
4
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์",
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 218"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย จันทร์ คุณฮวย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคหนึ่ง, 76 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 75วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่อนุญาตให้ฎีกา ไม่รับฎีกาของจำเลย

จำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยข้อ 2.1 ประเด็นที่ว่า โจทก์ยังมิได้ตรวจพิสูจน์กัญชาซึ่งเป็นของกลางทั้งหมด เป็นเพียงการสุ่มตัวอย่างจากของกลางทั้งหมด ของกลางจำนวน12,000 กรัม (ที่ถูกน่าจะเป็น 14,000 กรัม) อาจไม่ใช่กัญชาทั้งหมดก็ได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งควรได้รับการพิจารณาจากศาลฎีกา ขอให้มีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยด้วย

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้วศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลล่างและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี โดยศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าของกลางเป็นกัญชาจำนวน 14,000 กรัม จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้ตรวจพิสูจน์กัญชาของกลางทั้งหมดเพียงแต่สุ่มตรวจ 200 กรัม เท่านั้น ของกลางจำนวน 14,000 กรัม อาจไม่ใช่กัญชาทั้งหมดก็ได้ ข้อฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมาจึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ยกคำร้อง"
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\006018.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำสั่งคำร้อง
year
2546