คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4636/2543 ฉบับเต็ม

#66169
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4636/2543 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายสมคิด ปัญจเสวี จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 84 การกระทำความผิดใดจะเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป โดยโจทก์มิต้องนำสืบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 84(1)ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 และสภาพความผิดดังกล่าวศาลอาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๕๗, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๔๓ ทวิ, ๑๕๗ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนดไม่น้อยกว่า ๖ เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ ให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน ความผิดฐานอื่นและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๑วินิจฉัยว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่น พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าร้ายแรงและเป็นภัยต่อสังคม โดยโจทก์มิได้สืบพยาน จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิจารณาขึ้นเอง และขัดต่อกระบวนพิจารณาในเรื่องการรับฟังพยานหลักฐานทั้งข้อเท็จจริงนี้มิใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลจะทราบได้เองนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดใดจะเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป โดยโจทก์มิต้องนำสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔(๑) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ และสภาพความผิดดังกล่าวศาลอาจหบิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน. (กมล เพียรพิทักษ์-สมชาย พงษธา-จรัส พวงมณี) ศาลจังหวัดยโสธร - นายฤทธิรงค์ สมอุดร ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสุรชัย เอื้ออารีตระกูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
66169
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยโสธร",
        "judge": "นายฤทธิรงค์ สมอุดร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค ๑",
        "judge": "นายสุรชัย เอื้ออารีตระกูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082072911"
    }
}
date
2543
deka_no
4636/2543
deka_running_no
4636
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "กมล เพียรพิทักษ์",
    "สมชาย พงษธา",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 84"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมคิด ปัญจเสวี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๕๗, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒มาตรา ๔๓ ทวิ, ๑๕๗ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยมีกำหนดไม่น้อยกว่า ๖ เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ ให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน ความผิดฐานอื่นและคำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๑วินิจฉัยว่า จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ขับรถ อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งต่อตนเองและบุคคลอื่น พฤติการณ์แห่งคดีนับว่าร้ายแรงและเป็นภัยต่อสังคม โดยโจทก์มิได้สืบพยาน จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิจารณาขึ้นเอง และขัดต่อกระบวนพิจารณาในเรื่องการรับฟังพยานหลักฐานทั้งข้อเท็จจริงนี้มิใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลจะทราบได้เองนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดใดจะเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมส่วนรวมหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป โดยโจทก์มิต้องนำสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๔(๑) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ และสภาพความผิดดังกล่าวศาลอาจหบิบยกขึ้นวินิจฉัยประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001189.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543