คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8336/2563 ฉบับเต็ม

#662188
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8336/2563 บริษัท ค. โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. ผู้ร้อง นาง พ. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 324 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเนื่องจากจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด โดยขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้ว ขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) การที่ผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้อย่างไรจึงต้องเป็นไปตามกระบวนการในคดีล้มละลาย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของจำเลย และมิได้ทำให้ผู้ร้องเสียสิทธิในการได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้ประกันแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลอดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นได้อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 915,752 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน (วันที่ 10 มกราคม 2535) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์เฉพาะดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 37,984 บาท แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 พร้อมสิ่งปลูกสร้างกรรมสิทธิ์ของจำเลยออกขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ระหว่างพิจารณาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.2305/2560 ของศาลล้มละลายกลาง ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) แล้ว ส่วนโจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นว่า เดิมจำเลยเป็นหนี้กู้ยืมเงินธนาคารอาคารสงเคราะห์โดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 จำนองเป็นประกัน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ฟ้องจำเลยเป็นคดีต่อศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ ธ.2581/2549 คดีถึงที่สุดโดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 ออกขายทอดตลาด หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องขอสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนธนาคารอาคารสงเคราะห์โจทก์เดิม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต แต่จำเลยไม่ชำระหนี้แก่ผู้ร้อง วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในมูลหนี้ไม่มีประกันได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 ของจำเลยเพื่อนำออกขายทอดตลาด ต่อมาวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของจำเลยต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) แล้ว ซึ่งเป็นการขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ การที่ผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้อย่างไรจึงต้องเป็นไปตามกระบวนการในคดีล้มละลาย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของจำเลยและมิได้ทำให้ผู้ร้องเสียสิทธิในการได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นในคดีนี้ได้อีก ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ธนาพนธ์ ชวรุ่ง-สันทัด สุจริต-ชูเกียรติ ดิลกแพทย์) ศาลแพ่ง - นางสาวจรรยา สีเจริญ ศาลอุทธรณ์ - นายประทีป เหมือนเตย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.223/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
662188
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวจรรยา สีเจริญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประทีป เหมือนเตย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081949873"
    }
}
date
2563
deka_no
8336/2563
deka_running_no
8336
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "ธนาพนธ์ ชวรุ่ง",
    "สันทัด สุจริต",
    "ชูเกียรติ ดิลกแพทย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 324"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 96 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ค."
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง พ."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 915,752 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน (วันที่ 10 มกราคม 2535) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์เฉพาะดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 37,984 บาท แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 พร้อมสิ่งปลูกสร้างกรรมสิทธิ์ของจำเลยออกขายทอดตลาด

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น

ระหว่างพิจารณาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.2305/2560 ของศาลล้มละลายกลาง ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) แล้ว ส่วนโจทก์ไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ในเบื้องต้นว่า เดิมจำเลยเป็นหนี้กู้ยืมเงินธนาคารอาคารสงเคราะห์โดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 จำนองเป็นประกัน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ฟ้องจำเลยเป็นคดีต่อศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ ธ.2581/2549 คดีถึงที่สุดโดยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 ออกขายทอดตลาด หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องขอสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนธนาคารอาคารสงเคราะห์โจทก์เดิม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต แต่จำเลยไม่ชำระหนี้แก่ผู้ร้อง วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของจำเลย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3)

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2543 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในมูลหนี้ไม่มีประกันได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 119763 ของจำเลยเพื่อนำออกขายทอดตลาด ต่อมาวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของจำเลยต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) แล้ว ซึ่งเป็นการขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาดทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ยังขาดอยู่ การที่ผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้อย่างไรจึงต้องเป็นไปตามกระบวนการในคดีล้มละลาย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของจำเลยและมิได้ทำให้ผู้ร้องเสียสิทธิในการได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นในคดีนี้ได้อีก ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000097.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.223/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563