คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2562 ฉบับเต็ม

#662460
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2562 นาย ส. โจทก์ นาง ด. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2), มาตรา 246 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 แม้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยโดยเสียค่าธรรมเนียมในการส่งจะไม่ชอบด้วยบทกฎหมาย แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลไม่สามารถส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยได้เพราะไม่พบภูมิลำเนาของจำเลย การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เขียนแผนที่แสดงภูมิลำเนาจำเลยเพื่อประกอบดุลพินิจก่อนจะมีคำสั่งเกี่ยวกับการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยต่อไป จึงเป็นคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แถลงพร้อมแผนที่สังเขป แต่โจทก์แถลงส่งแผนที่ที่ระบุเพียงว่าเป็นตึก 2 ถึง 3 ชั้น โดยไม่ระบุเลขที่บ้านของอาคารดังกล่าว ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้โจทก์แสดงแผนที่ให้ชัดเจนอีกครั้ง โจทก์ก็ยื่นคำแถลงโดยไม่ได้ส่งแผนที่ตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม โจทก์ยื่นคำแถลงและส่งแผนที่ลักษณะเดิม พฤติการณ์ของโจทก์ถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด เป็นการทิ้งอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2), 246พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 บัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าวมาใช้บังคับในศาลชั้นต้น แต่กรณีที่ไม่มีบทบัญญัติใน พ.ร.บ. ดังกล่าวบังคับ ให้คงใช้กฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งบังคับ ซึ่งเมื่อ พ.ร.บ. ดังกล่าว และ ป.วิ.อ. ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการทิ้งอุทธรณ์ไว้โดยเฉพาะ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งประกอบ พ.ร.บ. ดังกล่าว มาตรา 4 จึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187 ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายเพียงว่าจำเลยปกปิดมิให้โจทก์รู้ที่ทำงาน โดยมิได้ระบุถึงวันเวลากระทำความผิดอันเป็นข้อสำคัญให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ทั้งข้อกล่าวหาตามคำบรรยายกับพฤติการณ์ที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดก็มิได้เกี่ยวเนื่องกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่ชัดแจ้งถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ จึงรวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์โจทก์ สำเนาให้จำเลย ให้โจทก์นำส่งใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ การส่งปิดได้ หลังจากนั้นนางรุ่งทิวา เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมชำนาญงานรายงานว่านำหมายแจ้งคำสั่งไปส่งให้จำเลย ณ ภูมิลำเนาตามฟ้องแล้วส่งไม่ได้ เนื่องจากไม่พบภูมิลำเนาตามที่ระบุในหมาย วันที่ 28 สิงหาคม 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันขอให้เจ้าหน้าที่ศาลส่งหมายใหม่หรือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แถลงพร้อมแผนที่สังเขปเสนอต่อศาลภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 31 สิงหาคม 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงส่งแผนที่ระบุเพียงว่าเป็นอาคารตึก 2 ถึง 3 ชั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงแผนที่สังเขปให้ชัดเจนกว่านี้ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 4 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงอ้างว่า เจ้าหน้าที่ศาลที่นำส่งหมายทราบดีถึงที่อยู่ในหมายตามแผนที่ที่โจทก์ส่งต่อศาลแต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่ลงไปสอบถาม ขอให้เรียกเจ้าหน้าที่ศาลมาสอบถาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ต่อมาวันที่ 6 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันขอให้ศาลเรียกเจ้าหน้าที่ศาลมาสอบถามพร้อมกับแนบแผนที่ในลักษณะเดิมต่อศาลอีกครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความศาลอุทธรณ์เนื่องจากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2), 246 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว จึงไม่ได้เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในกำหนดแต่อย่างใด เห็นว่า การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ซึ่งศาลมีหน้าที่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลย แต่แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์โดยเสียค่าธรรมเนียมในการส่งจะไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว แต่เมื่อต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลซึ่งเป็นผู้ส่งทำรายงานต่อศาลว่าไม่สามารถส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยได้เพราะไม่พบภูมิลำเนาของจำเลย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เขียนแผนที่แสดงภูมิลำเนาของจำเลยเสนอต่อศาลเพื่อประกอบดุลพินิจก่อนจะมีคำสั่งเกี่ยวกับการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยต่อไป จึงเป็นคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ หลังจากทราบคำสั่ง โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้โจทก์แถลงพร้อมแผนที่สังเขปภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 31 สิงหาคม 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงส่งแผนที่ระบุเพียงว่าเป็นอาคารตึก 2 ถึง 3 ชั้น แต่ไม่ปรากฏเลขที่บ้านของอาคารตึกดังกล่าว แม้โจทก์บรรยายประกอบแผนที่ว่า เจ้าของบ้านติดบ้านเลขที่เดียว แต่โจทก์ไม่ได้ระบุเลขที่บ้านที่โจทก์อ้างถึงไว้ในแผนที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงแผนที่สังเขปให้ชัดเจนกว่านี้ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 4 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงโดยไม่ได้ส่งแผนที่ตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ต่อมาวันที่ 6 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงและส่งแผนที่ซึ่งมีลักษณะเดิม พฤติการณ์ของโจทก์ตามที่ได้ความดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดเพื่อการนั้นโดยโจทก์ได้ทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ากรณีเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2), 246 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาต้องใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 บัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งพระบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับในศาลชั้นต้น แต่ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัติดังกล่าวบังคับ ให้คงใช้กฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งบังคับ เมื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการทิ้งอุทธรณ์ไว้โดยเฉพาะ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์โดยวินิจฉัยว่าเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามบทกฎหมายข้างต้น จึงเป็นการวินิจฉัยคดีโดยใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงโดยชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปกิต สุวรรณพรหมา-บุญไชย ธนาพันธ์สิน-ชวลิต ยงพาณิชย์) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายทวีวัฒน์ โสวรัตนพงศ์ ศาลอุทธรณ์ - นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.763/2561 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
662460
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นายทวีวัฒน์ โสวรัตนพงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081955066"
    }
}
date
2562
deka_no
2064/2562
deka_running_no
2064
deka_year
2562
department
แผนก
judges
[
    "ปกิต สุวรรณพรหมา",
    "บุญไชย ธนาพันธ์สิน",
    "ชวลิต ยงพาณิชย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 174 (2)",
            "ม. 246"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ด."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 187 ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายเพียงว่าจำเลยปกปิดมิให้โจทก์รู้ที่ทำงาน โดยมิได้ระบุถึงวันเวลากระทำความผิดอันเป็นข้อสำคัญให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ทั้งข้อกล่าวหาตามคำบรรยายกับพฤติการณ์ที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดก็มิได้เกี่ยวเนื่องกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่ชัดแจ้งถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161

โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ จึงรวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์โจทก์ สำเนาให้จำเลย ให้โจทก์นำส่งใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ การส่งปิดได้ หลังจากนั้นนางรุ่งทิวา เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมชำนาญงานรายงานว่านำหมายแจ้งคำสั่งไปส่งให้จำเลย ณ ภูมิลำเนาตามฟ้องแล้วส่งไม่ได้ เนื่องจากไม่พบภูมิลำเนาตามที่ระบุในหมาย วันที่ 28 สิงหาคม 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันขอให้เจ้าหน้าที่ศาลส่งหมายใหม่หรือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แถลงพร้อมแผนที่สังเขปเสนอต่อศาลภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 31 สิงหาคม 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงส่งแผนที่ระบุเพียงว่าเป็นอาคารตึก 2 ถึง 3 ชั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงแผนที่สังเขปให้ชัดเจนกว่านี้ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 4 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงอ้างว่า เจ้าหน้าที่ศาลที่นำส่งหมายทราบดีถึงที่อยู่ในหมายตามแผนที่ที่โจทก์ส่งต่อศาลแต่เจ้าหน้าที่ศาลไม่ลงไปสอบถาม ขอให้เรียกเจ้าหน้าที่ศาลมาสอบถาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ต่อมาวันที่ 6 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันขอให้ศาลเรียกเจ้าหน้าที่ศาลมาสอบถามพร้อมกับแนบแผนที่ในลักษณะเดิมต่อศาลอีกครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ให้ส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ออกจากสารบบความศาลอุทธรณ์เนื่องจากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2), 246 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว จึงไม่ได้เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในกำหนดแต่อย่างใด เห็นว่า การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ซึ่งศาลมีหน้าที่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลย แต่แม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์โดยเสียค่าธรรมเนียมในการส่งจะไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว แต่เมื่อต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลซึ่งเป็นผู้ส่งทำรายงานต่อศาลว่าไม่สามารถส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยได้เพราะไม่พบภูมิลำเนาของจำเลย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เขียนแผนที่แสดงภูมิลำเนาของจำเลยเสนอต่อศาลเพื่อประกอบดุลพินิจก่อนจะมีคำสั่งเกี่ยวกับการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยต่อไป จึงเป็นคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ หลังจากทราบคำสั่ง โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้โจทก์แถลงพร้อมแผนที่สังเขปภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 31 สิงหาคม 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงส่งแผนที่ระบุเพียงว่าเป็นอาคารตึก 2 ถึง 3 ชั้น แต่ไม่ปรากฏเลขที่บ้านของอาคารตึกดังกล่าว แม้โจทก์บรรยายประกอบแผนที่ว่า เจ้าของบ้านติดบ้านเลขที่เดียว แต่โจทก์ไม่ได้ระบุเลขที่บ้านที่โจทก์อ้างถึงไว้ในแผนที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงแผนที่สังเขปให้ชัดเจนกว่านี้ภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ วันที่ 4 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงโดยไม่ได้ส่งแผนที่ตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ต่อมาวันที่ 6 กันยายน 2560 โจทก์ยื่นคำแถลงและส่งแผนที่ซึ่งมีลักษณะเดิม พฤติการณ์ของโจทก์ตามที่ได้ความดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดเพื่อการนั้นโดยโจทก์ได้ทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ากรณีเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2), 246 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาต้องใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 บัญญัติให้นำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งพระบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับในศาลชั้นต้น แต่ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัติดังกล่าวบังคับ ให้คงใช้กฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งบังคับ เมื่อพระราชบัญญัติดังกล่าวและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการทิ้งอุทธรณ์ไว้โดยเฉพาะ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์โดยวินิจฉัยว่าเป็นการทิ้งอุทธรณ์ตามบทกฎหมายข้างต้น จึงเป็นการวินิจฉัยคดีโดยใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงโดยชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000145.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.763/2561
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2562