คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6903/2543 ฉบับเต็ม

#66252
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6903/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายมนูศักดิ์หรือมนูญศักดิ์ ดวงสุ่ยหรือดีสุ่ยหรือดำสุ่ย จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 28, มาตรา 120 ความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว เมื่อพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้ว พนักงานอัยการย่อมมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ.มาตรา 120ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษให้ดำเนินคดีจะเป็นผู้ใดหามีความสำคัญไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๓๕, ๓๓๖ ทวิ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ของผู้เสียหายที่ยังไม่ได้คืนคิดเป็นเงิน ๓๓,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๙) (ที่ถูกมาตรา ๓๓๕ (๙) วรรคแรก) ประกอบด้วยมาตรา ๓๓๖ ทวิให้จำคุก ๔ ปี ๖ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนคิดเป็นเงิน๓๓,๐๐๐ บาท แก่นายจิมมี่ ขันทอง ผู้เสียหายที่แท้จริง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายจิมมี่ ขันทอง ผู้เสียหายและนางสาวตวงเพ็ชร ศรีอำไพได้ว่าจ้างให้จำเลยขับรถยนต์รับจ้างสาธารณะไปส่งที่ท่าอากาศยานดอนเมือง แล้วจำเลยได้ลักเอากระเป๋าเดินทางสีดำใบเล็กซึ่งภายในมีธนบัตรรัฐบาลอังกฤษ น้ำหอมและสมุดบันทึกรวมราคาเป็นเงิน ๓๓,๐๐๐ บาท ตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายเอกสารหมาย จ.๓ ของนายจิมมี่ไป ต่อมานางสาวตวงเพ็ชรได้ติดตามสืบหาจำเลยพบและแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยฐานลักทรัพย์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่านายจิมมี่ ขันทอง ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงมิได้ร้องทุกข์และมิได้มอบหมายให้นางสาวตวงเพ็ชรร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว ดังนั้น เมื่อพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนคดีนี้แล้วพนักงานอัยการย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๒๐ ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษให้ดำเนินคดีจะเป็นผู้ใดหามีความสำคัญไม่ พิพากษายืน. (ปัญญา สุทธิบดี-พูนศักดิ์ จงกลนี-วิชา มหาคุณ) ศาลอาญา - นายประคอง เตกฉัตร ศาลอุทธรณ์ - นายอิสสระ นิ่มละมัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
66252
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายประคอง เตกฉัตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอิสสระ นิ่มละมัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082070805"
    }
}
date
2543
deka_no
6903/2543
deka_running_no
6903
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี",
    "วิชา มหาคุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 28",
            "ม. 120"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมนูศักดิ์หรือมนูญศักดิ์ ดวงสุ่ยหรือดีสุ่ยหรือดำสุ่ย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๓๕, ๓๓๖ ทวิ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ของผู้เสียหายที่ยังไม่ได้คืนคิดเป็นเงิน ๓๓,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๙) (ที่ถูกมาตรา ๓๓๕ (๙) วรรคแรก) ประกอบด้วยมาตรา ๓๓๖ ทวิให้จำคุก ๔ ปี ๖ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนคิดเป็นเงิน๓๓,๐๐๐ บาท แก่นายจิมมี่ ขันทอง ผู้เสียหายที่แท้จริง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง นายจิมมี่ ขันทอง ผู้เสียหายและนางสาวตวงเพ็ชร ศรีอำไพได้ว่าจ้างให้จำเลยขับรถยนต์รับจ้างสาธารณะไปส่งที่ท่าอากาศยานดอนเมือง แล้วจำเลยได้ลักเอากระเป๋าเดินทางสีดำใบเล็กซึ่งภายในมีธนบัตรรัฐบาลอังกฤษ น้ำหอมและสมุดบันทึกรวมราคาเป็นเงิน ๓๓,๐๐๐ บาท ตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายเอกสารหมาย จ.๓ ของนายจิมมี่ไป ต่อมานางสาวตวงเพ็ชรได้ติดตามสืบหาจำเลยพบและแจ้งความดำเนินคดีแก่จำเลยฐานลักทรัพย์

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่านายจิมมี่ ขันทอง ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงมิได้ร้องทุกข์และมิได้มอบหมายให้นางสาวตวงเพ็ชรร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว ดังนั้น เมื่อพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนคดีนี้แล้วพนักงานอัยการย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๒๐ ผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษให้ดำเนินคดีจะเป็นผู้ใดหามีความสำคัญไม่

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001170.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543