คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3819/2563 ฉบับเต็ม

#662631
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3819/2563 นางสาว อ. กับพวก โจทก์ บริษัท ล. กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 360 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 28 (2) การที่จำเลยทั้งสองถมดินและปลูกสร้างอาคารในทางสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับที่พลเมืองใช้ร่วมกัน จนทำให้โจทก์ทั้งสามไม่สามารถใช้สัญจรเข้าออกสู่ทางหลวงแผ่นดิน และใช้เป็นช่องทางระบายน้ำที่ท่วมขังให้ไหลลงสู่ห้วยสวนพริก เป็นเหตุให้น้ำท่วมขังบ้านของโจทก์ทั้งสามจนได้รับความเสียหาย อันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ทั้งสามในอันที่จะใช้ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และถือว่าโจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์ทั้งสามจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 360 ___________________________ โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 360 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่ถูก ไม่ต้องปรับบทมาตรา 30) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 39179 โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 39194, 39195 และ 39196 และโจทก์ที่ 3 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 39190, 39191, 39192 และ 39193 โจทก์ทั้งสามซื้อที่ดินมาจากนางสุมาลี ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินร่วมกับจำเลยที่ 2 และบริษัทอวยชัย แลนด์ส แอนส์ เฮ้าส์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดิน จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และจำเลยที่ 2 ยังเป็นกรรมการของบริษัทอวยชัย แลนด์ส แอนส์ เฮ้าส์ จำกัด เดิมนายซัด เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4082 ทิศใต้จดที่ดินของโจทก์ทั้งสาม นายชัดยกที่ดินทางทิศใต้ของที่ดินแปลงดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 นำดินมาถมทางสาธารณประโยชน์ที่เกิดเหตุปิดกั้นบ้านโจทก์ทั้งสามและปลูกสร้างอาคารชั้นเดียวปิดกั้นบนที่ดินทางสาธารณประโยชน์ที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองถมดินและปลูกสร้างอาคารในทางสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจนทำให้โจทก์ทั้งสามไม่สามารถใช้สัญจรเข้าออกสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 และใช้เป็นช่องทางระบายน้ำที่ท่วมขังให้ไหลลงสู่ห้วยสวนพริก เป็นเหตุให้น้ำท่วมขังบ้านของโจทก์ทั้งสามจนได้รับความเสียหายอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ทั้งสามในอันที่จะใช้ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และถือว่าโจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์ทั้งสามจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (กษิดิ์เดช จีนสลุต-ธราธร ศิลปะโอสถ-ประยูร ณ ระนอง) ศาลจังหวัดหลังสวน - นายสุวนัย ตุลยภักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธนกฤต กมลวัทน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.575/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
662631
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหลังสวน",
        "judge": "นายสุวนัย ตุลยภักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายธนกฤต กมลวัทน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081950358"
    }
}
date
2563
deka_no
3819/2563
deka_running_no
3819
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "ธราธร ศิลปะโอสถ",
    "ประยูร ณ ระนอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 360"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 28 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว อ. กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ล. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 360

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ประกอบมาตรา 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่ถูก ไม่ต้องปรับบทมาตรา 30)

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 39179 โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 39194, 39195 และ 39196 และโจทก์ที่ 3 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 39190, 39191, 39192 และ 39193 โจทก์ทั้งสามซื้อที่ดินมาจากนางสุมาลี ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินร่วมกับจำเลยที่ 2 และบริษัทอวยชัย แลนด์ส แอนส์ เฮ้าส์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดิน จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และจำเลยที่ 2 ยังเป็นกรรมการของบริษัทอวยชัย แลนด์ส แอนส์ เฮ้าส์ จำกัด เดิมนายซัด เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4082 ทิศใต้จดที่ดินของโจทก์ทั้งสาม นายชัดยกที่ดินทางทิศใต้ของที่ดินแปลงดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 นำดินมาถมทางสาธารณประโยชน์ที่เกิดเหตุปิดกั้นบ้านโจทก์ทั้งสามและปลูกสร้างอาคารชั้นเดียวปิดกั้นบนที่ดินทางสาธารณประโยชน์ที่เกิดเหตุ

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองถมดินและปลูกสร้างอาคารในทางสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจนทำให้โจทก์ทั้งสามไม่สามารถใช้สัญจรเข้าออกสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 และใช้เป็นช่องทางระบายน้ำที่ท่วมขังให้ไหลลงสู่ห้วยสวนพริก เป็นเหตุให้น้ำท่วมขังบ้านของโจทก์ทั้งสามจนได้รับความเสียหายอันเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ทั้งสามในอันที่จะใช้ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และถือว่าโจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์ทั้งสามจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000101.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.575/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563