คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2563 ฉบับเต็ม

#662883
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2396/2563 บริษัท ย. โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 87, มาตรา 142 (5) จำเลยที่ 1 ได้นำสัญญายืมถังบรรจุก๊าซฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาแล้วมีการส่งสัญญายืมถังบรรจุก๊าซไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของ ส. แล้วลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ตามเอกสารท้ายคำร้องของจำเลย การที่โจทก์นำสัญญายืมถังบรรจุก๊าซมาฟ้องคดีนี้เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต แม้ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ที่บัญญัติว่า "ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้น เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้" แต่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้ศาลยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างตามบทกฎหมายดังกล่าวจะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ คดีนี้จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า ส. ไม่ได้ลงชื่อในสัญญายืมถังบรรจุก๊าซ คดีจึงไม่มีประเด็นว่าสัญญายืมถังบรรจุก๊าซเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ แม้ต่อมามีการนำเอกสารดังกล่าวไปฟ้องคดีอาญา ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากพยานนอกประเด็นพิพาทไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบและเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 ศาลจะรับฟังมาเป็นปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนถังบรรจุก๊าซที่ยืมไปแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาแทนเป็นเงิน 3,392,450 บาท กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขาดประโยชน์จากการที่โจทก์ไม่ได้ใช้ถังบรรจุก๊าซที่ยืมไปในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของราคาถังบรรจุก๊าซดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะคืนถังบรรจุก๊าซหรือชำระราคาถังบรรจุก๊าซเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การ แก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ฟ้องแย้ง และแก้ไขฟ้องแย้ง บังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย 612,470 บาท แก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองคืนถังบรรจุก๊าซทั้งหมดที่ยืมไปแก่โจทก์หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงิน 3,392,450 บาท และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขาดประโยชน์จากการที่โจทก์ไม่ได้ใช้ถังบรรจุก๊าซที่ยืมไปในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของราคาถังบรรจุก๊าซทั้งหมด 3,392,450 บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 มกราคม 2559) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะคืนถังบรรจุก๊าซหรือชำระราคาถังบรรจุก๊าซเสร็จสิ้นแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์เฉพาะในส่วนฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับฟ้องแย้งทั้งสองศาลและค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับฟ้องโจทก์ชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยสุจริตหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ได้นำสัญญายืมถังบรรจุก๊าซฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 707/2560 ของศาลชั้นต้น และมีการส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของนายเสน่ห์ แล้วลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน การที่โจทก์นำสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าวมาฟ้องคดีนี้จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เห็นว่า แม้ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) บัญญัติว่า "ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้น เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้" แต่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้ศาลยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างตามบทกฎหมายดังกล่าวจะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ เช่น ได้จากพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องนำสืบในประเด็นหรือได้จากเอกสารพยานที่มีกฎหมายบังคับให้คู่ความที่กล่าวอ้างต้องแสดง เป็นต้น คดีนี้จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การต่อสู้ว่านายเสน่ห์ไม่ได้ลงชื่อในสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าว คดีจึงไม่มีประเด็นว่าสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ ทั้งนายสุมลตรี พยานของจำเลยทั้งสองก็เบิกความไว้ด้วยว่า "นายเสน่ห์เกรงว่าหากไม่ลงชื่อในสัญญา นายชัชพลไม่สามารถแจ้งให้โจทก์ส่งนำแก๊สให้ข้าฯ ได้ และจำเลยที่ 1 จะไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ จึงจำต้องยอมลงชื่อในสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าว" แม้ต่อมามีการนำเอกสารดังกล่าวไปฟ้องคดีอาญา ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากพยานนอกประเด็นพิพาทไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบและเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกระบวนพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ศาลจะรับฟังมาเป็นปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ ฉะนั้น ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตโดยอ้างผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่าง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (จรัญ รัตตมณี-สิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล-สนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์) ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายพิสิฐ เลิศธรรมชัย ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายประพัฒน์ ไพทยาภรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.6/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
662883
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสวรรคโลก",
        "judge": "นายพิสิฐ เลิศธรรมชัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายประพัฒน์ ไพทยาภรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081950959"
    }
}
date
2563
deka_no
2396/2563
deka_running_no
2396
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "จรัญ รัตตมณี",
    "สิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล",
    "สนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 87",
            "ม. 142 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ย."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองคืนถังบรรจุก๊าซที่ยืมไปแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาแทนเป็นเงิน 3,392,450 บาท กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขาดประโยชน์จากการที่โจทก์ไม่ได้ใช้ถังบรรจุก๊าซที่ยืมไปในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของราคาถังบรรจุก๊าซดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะคืนถังบรรจุก๊าซหรือชำระราคาถังบรรจุก๊าซเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การ แก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ฟ้องแย้ง และแก้ไขฟ้องแย้ง บังคับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย 612,470 บาท แก่จำเลยทั้งสอง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองคืนถังบรรจุก๊าซทั้งหมดที่ยืมไปแก่โจทก์หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงิน 3,392,450 บาท และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าขาดประโยชน์จากการที่โจทก์ไม่ได้ใช้ถังบรรจุก๊าซที่ยืมไปในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของราคาถังบรรจุก๊าซทั้งหมด 3,392,450 บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 22 มกราคม 2559) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะคืนถังบรรจุก๊าซหรือชำระราคาถังบรรจุก๊าซเสร็จสิ้นแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์เฉพาะในส่วนฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับฟ้องแย้งทั้งสองศาลและค่าฤชาธรรมเนียมเกี่ยวกับฟ้องโจทก์ชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยสุจริตหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ได้นำสัญญายืมถังบรรจุก๊าซฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 707/2560 ของศาลชั้นต้น และมีการส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของนายเสน่ห์ แล้วลงความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน การที่โจทก์นำสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าวมาฟ้องคดีนี้จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เห็นว่า แม้ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) บัญญัติว่า "ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้น เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้" แต่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งเป็นข้อยกเว้นให้ศาลยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีได้โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างตามบทกฎหมายดังกล่าวจะต้องเป็นข้อกฎหมายที่ได้มาจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ เช่น ได้จากพยานหลักฐานเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องนำสืบในประเด็นหรือได้จากเอกสารพยานที่มีกฎหมายบังคับให้คู่ความที่กล่าวอ้างต้องแสดง เป็นต้น คดีนี้จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การต่อสู้ว่านายเสน่ห์ไม่ได้ลงชื่อในสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าว คดีจึงไม่มีประเด็นว่าสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ ทั้งนายสุมลตรี พยานของจำเลยทั้งสองก็เบิกความไว้ด้วยว่า "นายเสน่ห์เกรงว่าหากไม่ลงชื่อในสัญญา นายชัชพลไม่สามารถแจ้งให้โจทก์ส่งนำแก๊สให้ข้าฯ ได้ และจำเลยที่ 1 จะไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ จึงจำต้องยอมลงชื่อในสัญญายืมถังบรรจุก๊าซดังกล่าว" แม้ต่อมามีการนำเอกสารดังกล่าวไปฟ้องคดีอาญา ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดจากพยานนอกประเด็นพิพาทไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบและเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกระบวนพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ศาลจะรับฟังมาเป็นปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ ฉะนั้น ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตโดยอ้างผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่าง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไม่วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000106.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.6/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563