คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7685/2543 ฉบับเต็ม

#66300
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7685/2543 นายเรวัตร เรืองสูง ป.อ. มาตรา 58, มาตรา 78 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และกำหนดเงื่อนไขให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี และจำเลยได้กระทำผิดคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษไว้ ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและมิได้ขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับคดีนี้มาท้ายฟ้อง แต่ก็เป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาล ตาม ป.อ.มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงให้นำโทษจำคุก 3 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๔ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง จำคุก ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า... ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจ ซึ่งได้อ่านให้จำเลยฟังแล้วและจำเลยมิได้คัดค้านรวมทั้งมิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งแต่อย่างใด ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๒,๕๐๐ บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี และกำหนดเงื่อนไขให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๒๕๐/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑ และจำเลยได้กระทำผิดคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษไว้ ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและมิได้ขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับคดีนี้มาท้ายฟ้อง แต่ก็เป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ( ฉบับที่ ๑๐ ) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔ จึงให้นำโทษจำคุก ๓ เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๒๕๐/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ รวมเป็นโทษจำคุก ๙ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘. นายพอพันธุ์ คิดจิตต์ ผู้ช่วยฯ ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (สกนธ์ กฤติยาวงศ์-ทองหล่อ โฉมงาม-ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ) ศาลจังหวัดระนอง - นายวิระพล เทียนบก ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
66300
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระนอง",
        "judge": "นายวิระพล เทียนบก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082069737"
    }
}
date
2543
deka_no
7685/2543
deka_running_no
7685
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "สกนธ์ กฤติยาวงศ์",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 58",
            "ม. 78"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 64"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "เรืองสูง",
        "name": "นายเรวัตร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๔

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง จำคุก ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ เดือน

จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน

จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า... ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจ ซึ่งได้อ่านให้จำเลยฟังแล้วและจำเลยมิได้คัดค้านรวมทั้งมิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งแต่อย่างใด ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๒,๕๐๐ บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี และกำหนดเงื่อนไขให้คุมความประพฤติของจำเลยโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๒๕๐/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๑ และจำเลยได้กระทำผิดคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษไว้ ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องและมิได้ขอให้บวกโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับคดีนี้มาท้ายฟ้อง แต่ก็เป็นกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ( ฉบับที่ ๑๐ ) พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔ จึงให้นำโทษจำคุก ๓ เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๒๕๐/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ รวมเป็นโทษจำคุก ๙ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘.

นายพอพันธุ์ คิดจิตต์ ผู้ช่วยฯ

ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001160.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543