คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3676/2563 ฉบับเต็ม

#663404
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3676/2563 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นาย ส. จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 158 มิได้บังคับให้ฟ้องต้องบรรยายระบุเจาะจงวันที่และเดือนซึ่งเกิดการกระทำผิด ทั้งเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงหรือรายละเอียด กฎหมายบัญญัติเพียงให้โจทก์กล่าวมาพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องระบุเวลาการกระทำผิดของจำเลยว่าประมาณปีใด โดยฟ้องโจทก์บรรยายด้วยว่า ไม่ปรากฏแน่ชัดถึงวันที่และเดือนที่จำเลยกระทำความผิด จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่เกี่ยวกับเวลาเท่าที่จะบรรยายได้ มิได้ประสงค์เอาเปรียบในเชิงคดี การที่จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยรายละเอียดจะนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในชั้นพิจารณาต่อไป แสดงว่าจำเลยเข้าใจฟ้องโจทก์ได้ดีและสามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ฟ้องโจทก์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 แล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม (เดิม) (ที่ถูก (เดิม แก้ไขปี 2550)) และมาตรา 277 วรรคสาม (ที่ถูก ที่แก้ไขใหม่ปี 2558) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 10 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 50 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 7 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 35 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า เด็กหญิง พ. ผู้เสียหาย เป็นบุตรนาย ธ. กับนางสาว อ. นาย ธ. เป็นบุตรนาง ส. จำเลยเป็นสามีใหม่นาง ส. ซึ่งพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านของนาง ส. วันที่ 12 มีนาคม 2561 นางสาว อ. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยกล่าวหาว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายหลายครั้งที่บ้านของนาง ส. ดังกล่าว ต่อมาวันที่ 2 สิงหาคม 2561 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยตามหมายจับนำส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยตามฟ้อง ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการที่ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุเจาะจงวันที่และเดือนที่จำเลยกระทำผิด ทำให้จำเลยเสียเปรียบไม่สามารถต่อสู้คดีได้นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 มิได้บังคับให้ฟ้องต้องบรรยายระบุเจาะจงวันที่และเดือนซึ่งเกิดการกระทำผิด ทั้งเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงหรือรายละเอียด กฎหมายบัญญัติเพียงให้โจทก์กล่าวมาพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องระบุเวลาการกระทำผิดของจำเลยว่าประมาณปีใด โดยฟ้องโจทก์บรรยายด้วยว่า ไม่ปรากฏแน่ชัดถึงวันที่และเดือนที่จำเลยกระทำความผิด จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่เกี่ยวกับเวลาเท่าที่จะบรรยายได้ มิได้ประสงค์เอาเปรียบในเชิงคดี การที่จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยรายละเอียดจะนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในชั้นพิจารณาต่อไป แสดงว่าจำเลยเข้าใจฟ้องโจทก์ได้ดีและสามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว อนึ่ง ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 โดยมาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา 277 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงใช้กฎหมายที่ใช้บังคับขณะกระทำผิดบังคับแก่จำเลยตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา พิพากษายืน (สมชัย ฑีฆาอุตมากร-นิติ เอื้อจรัสพันธุ์-ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางวาสนา พูลโภคา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายนิรัตน์ ฟูกาญจนานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.839/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
663404
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นางวาสนา พูลโภคา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายนิรัตน์ ฟูกาญจนานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081950456"
    }
}
date
2563
deka_no
3676/2563
deka_running_no
3676
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย ฑีฆาอุตมากร",
    "นิติ เอื้อจรัสพันธุ์",
    "ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ส."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม (เดิม) (ที่ถูก (เดิม แก้ไขปี 2550)) และมาตรา 277 วรรคสาม (ที่ถูก ที่แก้ไขใหม่ปี 2558) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 10 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 50 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 7 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 35 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า เด็กหญิง พ. ผู้เสียหาย เป็นบุตรนาย ธ. กับนางสาว อ. นาย ธ. เป็นบุตรนาง ส. จำเลยเป็นสามีใหม่นาง ส. ซึ่งพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านของนาง ส. วันที่ 12 มีนาคม 2561 นางสาว อ. ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยกล่าวหาว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายหลายครั้งที่บ้านของนาง ส. ดังกล่าว ต่อมาวันที่ 2 สิงหาคม 2561 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยตามหมายจับนำส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาจำเลยตามฟ้อง ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการที่ว่า ฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุเจาะจงวันที่และเดือนที่จำเลยกระทำผิด ทำให้จำเลยเสียเปรียบไม่สามารถต่อสู้คดีได้นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 มิได้บังคับให้ฟ้องต้องบรรยายระบุเจาะจงวันที่และเดือนซึ่งเกิดการกระทำผิด ทั้งเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงหรือรายละเอียด กฎหมายบัญญัติเพียงให้โจทก์กล่าวมาพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องระบุเวลาการกระทำผิดของจำเลยว่าประมาณปีใด โดยฟ้องโจทก์บรรยายด้วยว่า ไม่ปรากฏแน่ชัดถึงวันที่และเดือนที่จำเลยกระทำความผิด จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่เกี่ยวกับเวลาเท่าที่จะบรรยายได้ มิได้ประสงค์เอาเปรียบในเชิงคดี การที่จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยรายละเอียดจะนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในชั้นพิจารณาต่อไป แสดงว่าจำเลยเข้าใจฟ้องโจทก์ได้ดีและสามารถต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว

อนึ่ง ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ.2562 โดยมาตรา 5 ให้ยกเลิกความในมาตรา 277 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงใช้กฎหมายที่ใช้บังคับขณะกระทำผิดบังคับแก่จำเลยตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000102.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.839/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563