คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1799/2563 ฉบับเต็ม

#663572
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1799/2563 นาย พ. โจทก์ บริษัท ศ. จำเลย ป.อ. มาตรา 47 ป.พ.พ. มาตรา 150, มาตรา 172 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 22 (2) พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 11, มาตรา 12, มาตรา 29 แผ่นป้ายโฆษณาของจำเลยข้อความว่า "ให้เงินกู้ค่ะ มีบ้านมีรถเงินสดทันใจ ไม่โอนเล่ม ไม่จดจำนอง" และ "ให้เงินกู้ จัด 2 แสน รถยนต์ไม่ต้องโอน ทะเบียนรถทุกชนิด รถไถ โฉนดบ้าน ที่ดิน คอนโด" แม้ป้ายโฆษณาจะระบุให้ติดต่อกับสาขาของจำเลยคนละสาขา แต่ก็เป็นการโฆษณากิจการให้เงินกู้ของจำเลย เมื่อโจทก์เข้าทำธุรกรรมทางการเงินกับจำเลยเนื่องมาจากการโฆษณาตามแผ่นป้ายดังกล่าว จึงถือว่าแผ่นป้ายโฆษณาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาระหว่างโจทก์ผู้บริโภคกับจำเลยผู้ประกอบธุรกิจ ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 11 เมื่อรถที่โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยเป็นรถแทรกเตอร์ขุดตักประเภทเดียวกับที่ระบุในแผ่นป้ายโฆษณาว่าไม่โอนเล่ม การที่จำเลยให้โจทก์กู้เงินโดยทำสัญญาเช่าซื้อและมีการโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์ให้แก่จำเลยจึงไม่เป็นไปตามที่โฆษณา การโฆษณาดังกล่าวของจำเลยถือได้ว่าเป็นข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการตามมาตรา 22 (2) แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ถือเป็นโฆษณาโดยใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมมีลักษณะเป็นการลวงผู้บริโภคซึ่งมีโทษทางอาญาตามมาตรา 47 อันเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเกิดจากการกระทำที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 โจทก์ย่อมไม่อาจอ้างเป็นเหตุฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ และต้องคืนทรัพย์สินต่อกันตามบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้ จำเลยจึงต้องส่งมอบรถแทรกเตอร์คันพิพาทคืนแก่โจทก์และโจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่รับมาจากจำเลยทั้งหมดให้แก่จำเลย โดยต้องนำเงินที่โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยไปแล้ว มาหักออกจากจำนวนที่โจทก์ต้องรับผิด และเมื่อการคืนทรัพย์สินหรือเงินอันเกิดจากโมฆะกรรม ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติให้ต้องใช้ดอกเบี้ย ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ต้องคืน แต่มีอำนาจเพิกถอนรายการจดทะเบียนอันเกิดจากนิติกรรมอันเป็นโมฆะนั้นเสียได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์หมายเลขทะเบียน ตค 4442 สุโขทัย ให้จำเลยส่งมอบรถแทรกเตอร์คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 3,000,000 บาท ให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์ 7,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 7,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับขอให้ศาลกล่าวในคำพิพากษาว่าสงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายในอนาคตและขอให้กำหนดค่าเสียหายในเชิงลงโทษให้แก่โจทก์นอกจากความเสียหายที่แท้จริงด้วย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกาโดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถแทรกเตอร์หมายเลขทะเบียน ตค 4442 สุโขทัย จำเลยประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการสินเชื่อ โจทก์ไปขอกู้เงินจำเลย 300,000 บาท พนักงานจำเลยให้โจทก์ส่งมอบใบคู่มือจดทะเบียนรถและโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์ให้แก่จำเลยและให้โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อโดยมีเงื่อนไขผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ 24 งวด งวดละ 19,795 บาท หลังทำสัญญาโจทก์ผ่อนชำระเพียง 10 งวดเศษ แล้วผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อจนครบระยะเวลาตามสัญญา จำเลยจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาและให้โจทก์ส่งมอบรถแทรกเตอร์คืน ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2556 จำเลยติดตามยึดรถแทรกเตอร์คืนจากโจทก์ได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยมีผลใช้บังคับหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์กับจำเลย ทั้งมีการผ่อนชำระเงินค่าเช่าซื้อมาถึง 10 งวดเศษแล้วก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามแผ่นป้ายโฆษณาของจำเลย แผ่นแรกระบุข้อความว่า บริษัทศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) ให้เงินกู้ค่ะ มีบ้านมีรถเงินสดทันใจ ไม่โอนเล่ม ไม่จดจำนอง และแผ่นที่ 2 ภาพที่ 1 ด้านบนระบุข้อความว่า ให้เงินกู้ จัด 2 แสน รถยนต์ไม่ต้องโอน ส่วนภาพที่ 2 ด้านล่างระบุข้อความว่า ให้เงินกู้ค่ะ ทะเบียนรถทุกชนิด รถไถ โฉนดบ้าน ที่ดิน คอนโด แม้แผ่นป้ายโฆษณาทั้งสองแผ่นดังกล่าวจะระบุรายละเอียดให้ติดต่อกับสาขาของจำเลยคนละสาขา และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อคนละหมายเลขก็ตาม แต่แผ่นป้ายโฆษณาทั้งสองแผ่นล้วนแล้วแต่เป็นการโฆษณากิจการของจำเลยที่ระบุให้เงินกู้โดยไม่มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่า เฉพาะสาขาใด อย่างไร ประกอบกับจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าเงื่อนไขตามแผ่นป้ายโฆษณาแต่ละแผ่นเป็นเงื่อนไขของแต่ละสาขาแยกต่างหากจากกัน ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวกันทุกสาขา ทั้งที่จำเลยมีภาระการพิสูจน์ถึงการให้บริการที่อยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของจำเลยที่เป็นฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 29 ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามที่โจทก์นำสืบซึ่งได้ความว่า ก่อนที่โจทก์และจำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อ โจทก์เข้าติดต่อทำธุรกรรมทางการเงินกับจำเลยเนื่องจากการโฆษณาตามแผ่นป้ายทั้งแผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2 ดังกล่าว แผ่นป้ายโฆษณาดังกล่าวจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาระหว่างโจทก์ผู้บริโภคกับจำเลยผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 11 เมื่อรถที่โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยเป็นรถแทรกเตอร์ ลักษณะขุดตักซึ่งปรากฏภาพรถประเภทเดียวกันในแผ่นป้ายโฆษณาแผ่นแรกที่ระบุว่าไม่โอนเล่ม ซึ่งต่างจากภาพรถที่ปรากฏในแผ่นป้ายโฆษณาแผ่นที่ 2 ภาพที่ 1 ที่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไป การที่โจทก์ไปติดต่อขอกู้เงินกับจำเลยแล้วจำเลยให้โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อและมีการโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์ให้แก่จำเลยนั้นจึงไม่เป็นไปตามการโฆษณาของจำเลย การโฆษณาดังกล่าวของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการตามมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 อันเป็นการโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคมีลักษณะเป็นการลวงผู้บริโภคซึ่งมีโทษทางอาญาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 47 และเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งยังเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยผู้ประกอบธุรกิจใช้สิทธิไม่สุจริตโดยไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 12 ด้วย การทำสัญญาเช่าซื้อ ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเกิดจากการกระทำที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และเมื่อสัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ โจทก์ย่อมไม่อาจอ้างเป็นเหตุฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ เพราะโมฆะกรรมถือว่าเสียเปล่ามาแต่เริ่มแรกเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยมีการทำสัญญากัน และหากจะต้องมีการคืนทรัพย์สิน จำต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับตามมาตรา 172 วรรคสอง อันมีผลให้จำเลยจะต้องส่งมอบรถแทรกเตอร์กลับคืนให้แก่โจทก์และโจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่รับมาจากจำเลยไปแล้วทั้งหมดแก่จำเลย ซึ่งข้อนี้โจทก์นำสืบว่า โจทก์ได้รับเงินจากจำเลย 291,000 บาท โดยจำเลยไม่อาจหักล้างให้ฟังเป็นอย่างอื่น โจทก์จึงต้องรับผิดคืนเงินจำนวนดังกล่าว แต่เมื่อได้ความจากนายมงคล ผู้รับมอบอำนาจจำเลยเบิกความว่า โจทก์ชำระเงินคืนให้แก่จำเลยไปแล้ว 213,950 บาท ตามการ์ดลูกหนี้ประกอบกับการชำระหนี้ของโจทก์ ไม่ได้ความว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ หรือเป็นการชำระหนี้โดยฝ่าฝืนข้อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีจึงต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวมาหักออกจากจำนวนที่โจทก์ต้องรับผิด และในการคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรมซึ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่งนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติให้ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ย และคดีนี้จำเลยมิได้ฟ้องแย้งหรือมีคำขอให้โจทก์ต้องรับผิดคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย ศาลย่อมไม่อาจพิพากษาให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่โจทก์จะต้องคืนแก่จำเลยได้ นอกจากนี้เมื่อนิติกรรมเป็นโมฆะอันถือเสมือนว่าไม่มีนิติกรรม ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนรายการจดทะเบียนอันเกิดจากนิติกรรมอันเป็นโมฆะนั้นเสียได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนรถแทรกเตอร์ (รย.13) ลักษณะ รถขุดตัก หมายเลขทะเบียน ตค 4442 สุโขทัย หมายเลขตัวถัง YN19065 หมายเลขเครื่องยนต์ 6D31-045505 และให้จำเลยส่งมอบรถแทรกเตอร์คันดังกล่าวคืนแก่โจทก์ กับให้โจทก์คืนเงิน 77,050 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 (วีรวิทย์ สายสมบัติ-ประมวญ รักศิลธรรม-ทองธาร เหลืองเรืองรอง) ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายอดุลย์ ญาณกิตติ์กูร ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายทวีศักดิ์ จิวะวิทูรกิจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ผบ.(พ)153/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
663572
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุโขทัย",
        "judge": "นายอดุลย์ ญาณกิตติ์กูร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายทวีศักดิ์ จิวะวิทูรกิจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081951280"
    }
}
date
2563
deka_no
1799/2563
deka_running_no
1799
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "วีรวิทย์ สายสมบัติ",
    "ประมวญ รักศิลธรรม",
    "ทองธาร เหลืองเรืองรอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 47"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 172"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 22 (2)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551",
        "sections": [
            "ม. 11",
            "ม. 12",
            "ม. 29"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย พ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ศ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์หมายเลขทะเบียน ตค 4442 สุโขทัย ให้จำเลยส่งมอบรถแทรกเตอร์คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 3,000,000 บาท ให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์ 7,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 7,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับขอให้ศาลกล่าวในคำพิพากษาว่าสงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายในอนาคตและขอให้กำหนดค่าเสียหายในเชิงลงโทษให้แก่โจทก์นอกจากความเสียหายที่แท้จริงด้วย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกาโดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถแทรกเตอร์หมายเลขทะเบียน ตค 4442 สุโขทัย จำเลยประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการสินเชื่อ โจทก์ไปขอกู้เงินจำเลย 300,000 บาท พนักงานจำเลยให้โจทก์ส่งมอบใบคู่มือจดทะเบียนรถและโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์ให้แก่จำเลยและให้โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อโดยมีเงื่อนไขผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ 24 งวด งวดละ 19,795 บาท หลังทำสัญญาโจทก์ผ่อนชำระเพียง 10 งวดเศษ แล้วผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อจนครบระยะเวลาตามสัญญา จำเลยจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาและให้โจทก์ส่งมอบรถแทรกเตอร์คืน ต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม 2556 จำเลยติดตามยึดรถแทรกเตอร์คืนจากโจทก์ได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงประการเดียวว่า สัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยมีผลใช้บังคับหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์กับจำเลย ทั้งมีการผ่อนชำระเงินค่าเช่าซื้อมาถึง 10 งวดเศษแล้วก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามแผ่นป้ายโฆษณาของจำเลย แผ่นแรกระบุข้อความว่า บริษัทศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) ให้เงินกู้ค่ะ มีบ้านมีรถเงินสดทันใจ ไม่โอนเล่ม ไม่จดจำนอง และแผ่นที่ 2 ภาพที่ 1 ด้านบนระบุข้อความว่า ให้เงินกู้ จัด 2 แสน รถยนต์ไม่ต้องโอน ส่วนภาพที่ 2 ด้านล่างระบุข้อความว่า ให้เงินกู้ค่ะ ทะเบียนรถทุกชนิด รถไถ โฉนดบ้าน ที่ดิน คอนโด แม้แผ่นป้ายโฆษณาทั้งสองแผ่นดังกล่าวจะระบุรายละเอียดให้ติดต่อกับสาขาของจำเลยคนละสาขา และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อคนละหมายเลขก็ตาม แต่แผ่นป้ายโฆษณาทั้งสองแผ่นล้วนแล้วแต่เป็นการโฆษณากิจการของจำเลยที่ระบุให้เงินกู้โดยไม่มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่า เฉพาะสาขาใด อย่างไร ประกอบกับจำเลยมิได้นำสืบให้เห็นว่าเงื่อนไขตามแผ่นป้ายโฆษณาแต่ละแผ่นเป็นเงื่อนไขของแต่ละสาขาแยกต่างหากจากกัน ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวกันทุกสาขา ทั้งที่จำเลยมีภาระการพิสูจน์ถึงการให้บริการที่อยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของจำเลยที่เป็นฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 29 ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามที่โจทก์นำสืบซึ่งได้ความว่า ก่อนที่โจทก์และจำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อ โจทก์เข้าติดต่อทำธุรกรรมทางการเงินกับจำเลยเนื่องจากการโฆษณาตามแผ่นป้ายทั้งแผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 2 ดังกล่าว แผ่นป้ายโฆษณาดังกล่าวจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาระหว่างโจทก์ผู้บริโภคกับจำเลยผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 11 เมื่อรถที่โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยเป็นรถแทรกเตอร์ ลักษณะขุดตักซึ่งปรากฏภาพรถประเภทเดียวกันในแผ่นป้ายโฆษณาแผ่นแรกที่ระบุว่าไม่โอนเล่ม ซึ่งต่างจากภาพรถที่ปรากฏในแผ่นป้ายโฆษณาแผ่นที่ 2 ภาพที่ 1 ที่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั่วไป การที่โจทก์ไปติดต่อขอกู้เงินกับจำเลยแล้วจำเลยให้โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อและมีการโอนกรรมสิทธิ์รถแทรกเตอร์ให้แก่จำเลยนั้นจึงไม่เป็นไปตามการโฆษณาของจำเลย การโฆษณาดังกล่าวของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการตามมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 อันเป็นการโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคมีลักษณะเป็นการลวงผู้บริโภคซึ่งมีโทษทางอาญาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 47 และเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งยังเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าจำเลยผู้ประกอบธุรกิจใช้สิทธิไม่สุจริตโดยไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 12 ด้วย การทำสัญญาเช่าซื้อ ระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเกิดจากการกระทำที่ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และเมื่อสัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะ โจทก์ย่อมไม่อาจอ้างเป็นเหตุฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ เพราะโมฆะกรรมถือว่าเสียเปล่ามาแต่เริ่มแรกเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยมีการทำสัญญากัน และหากจะต้องมีการคืนทรัพย์สิน จำต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับตามมาตรา 172 วรรคสอง อันมีผลให้จำเลยจะต้องส่งมอบรถแทรกเตอร์กลับคืนให้แก่โจทก์และโจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่รับมาจากจำเลยไปแล้วทั้งหมดแก่จำเลย ซึ่งข้อนี้โจทก์นำสืบว่า โจทก์ได้รับเงินจากจำเลย 291,000 บาท โดยจำเลยไม่อาจหักล้างให้ฟังเป็นอย่างอื่น โจทก์จึงต้องรับผิดคืนเงินจำนวนดังกล่าว แต่เมื่อได้ความจากนายมงคล ผู้รับมอบอำนาจจำเลยเบิกความว่า โจทก์ชำระเงินคืนให้แก่จำเลยไปแล้ว 213,950 บาท ตามการ์ดลูกหนี้ประกอบกับการชำระหนี้ของโจทก์ ไม่ได้ความว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ หรือเป็นการชำระหนี้โดยฝ่าฝืนข้อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีจึงต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวมาหักออกจากจำนวนที่โจทก์ต้องรับผิด และในการคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรมซึ่งเป็นเงินจำนวนหนึ่งนั้น ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติให้ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ย และคดีนี้จำเลยมิได้ฟ้องแย้งหรือมีคำขอให้โจทก์ต้องรับผิดคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย ศาลย่อมไม่อาจพิพากษาให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่โจทก์จะต้องคืนแก่จำเลยได้ นอกจากนี้เมื่อนิติกรรมเป็นโมฆะอันถือเสมือนว่าไม่มีนิติกรรม ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนรายการจดทะเบียนอันเกิดจากนิติกรรมอันเป็นโมฆะนั้นเสียได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนรถแทรกเตอร์ (รย.13) ลักษณะ รถขุดตัก หมายเลขทะเบียน ตค 4442 สุโขทัย หมายเลขตัวถัง YN19065 หมายเลขเครื่องยนต์ 6D31-045505 และให้จำเลยส่งมอบรถแทรกเตอร์คันดังกล่าวคืนแก่โจทก์ กับให้โจทก์คืนเงิน 77,050 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000109.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ผบ.(พ)153/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563