คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2563 ฉบับเต็ม

#663663
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2563 นาง ว. ผู้ร้อง บริษัท ม. ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 882 ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 เมื่ออนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดว่า การกระทำความผิดของ บ. เป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย ดังนั้น ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ที่ผู้ร้องส่งมอบรถยนต์ให้แก่ บ. กับพวก ในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของอุบายที่ บ. กับพวก วางแผนไว้เพื่อประสงค์จะลักทรัพย์ตามที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด แต่ในการนี้ บ. กับพวก ยังมิได้ลงมือแย่งการครอบครองหรือเอารถยนต์ไปจากผู้ร้อง ไม่อาจถือได้ว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ลักทรัพย์สำเร็จ แต่ถือได้ว่าวันที่ร้องทุกข์เป็นวันที่ผู้ร้องถูก บ. กับพวกลักรถยนต์ไปอันเป็นวันวินาศภัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 วรรคหนึ่ง เมื่อผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาทในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 จึงไม่เป็นการยื่นคำเสนอข้อพิพาทเมื่อพ้นกำหนด 2 ปี นับแต่วันวินาศภัย คดีของผู้ร้องจึงไม่ขาดอายุความ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยโดยปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้องและปรากฏต่อศาลว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน กรณีจึงมีเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 68/2560 หมายเลขแดงที่ 666/2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 68/2560 หมายเลขแดงที่ 666/2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ขต 9708 นครราชสีมา โดยเช่าซื้อมาจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และเอาประกันภัยไว้กับผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ผู้ร้องนำรถยนต์ดังกล่าวไปมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท โดยได้รับค่าเช่าเดือนละ 27,000 บาท ต่อมาเดือนเมษายน 2558 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท ไม่ชำระค่าเช่ารถ และผู้ร้องรวมทั้งผู้ให้เช่ารถหลายรายไม่สามารถติดตามรถคืนได้ ผู้ร้องไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เป็นโจทก์ฟ้อง นายบัญชา เป็นจำเลยที่ 1 นายเฉลิมเกียรติ เป็นจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาข้อหาฉ้อโกง คดีดังกล่าวนี้มีผู้เสียหายรวม 14 คน ระหว่างพิจารณานายบัญชาหลบหนี ศาลจังหวัดนครราชสีมาพิพากษาว่า นายเฉลิมเกียรติซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุก 4 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี และให้คืนรถยนต์หรือใช้ราคาแทนให้แก่ผู้เสียหายแต่ละราย คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องไม่สามารถติดตามรถยนต์คันของผู้ร้องที่เช่าซื้อคืนได้ ผู้ร้องจึงเรียกให้ผู้คัดค้านในฐานะผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ผู้คัดค้านยกเหตุว่ากรณีไม่อยู่ในความคุ้มครอง ผู้คัดค้านจึงไม่ต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า กรณีมีเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือไม่ เห็นว่า นายบัญชากับนายเฉลิมเกียรติ มีพฤติการณ์เผยแพร่ ประกาศ ชักชวนว่าบุคคลทั้งสองดำเนินธุรกิจของห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท ให้ผู้มีนำรถยนต์ไปให้เช่าเพื่อใช้ในโครงการวางท่อก๊าซในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และอีกหลายจังหวัดโดยให้ค่าตอบแทนเป็นค่าเช่ารถยนต์ ผู้ร้องหลงเชื่อ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ผู้ร้องจึงนำรถยนต์ไปมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ทเช่า ในตอนแรกห้างดังกล่าวชำระค่าเช่าให้ผู้ร้องในอัตราเดือนละ 27,000 บาท ขณะนั้นยังไม่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตแต่อย่างใด จนกระทั่งเดือนเมษายน 2557 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท หยุดชำระค่าเช่าและเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2558 ผู้ร้องทราบว่า รถยนต์ของตนที่มอบให้ห้างดังกล่าวเช่าสูญหายไป ผู้ร้องและผู้เสียหายอีกหลายรายพากันไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปราม จากนั้นได้ส่งเรื่องร้องทุกข์ของผู้ร้องและผู้เสียหายอื่นไปให้สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พื้นที่รับผิดชอบสอบสวนต่อ เมื่ออนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดว่า การกระทำความผิดของนายบัญชาเป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย ดังนั้น ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ที่ผู้ร้องส่งมอบรถยนต์ให้แก่นายบัญชากับพวกในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของอุบายที่นายบัญชากับพวกวางแผนไว้ เพื่อประสงค์จะลักทรัพย์ตามที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด แต่ในการนี้นายบัญชากับพวกยังมิได้ลงมือแย่งการครอบครองหรือเอารถยนต์ไปจากผู้ร้อง ไม่อาจถือได้ว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ลักทรัพย์สำเร็จ แต่ถือได้ว่าวันที่ร้องทุกข์เป็นวันที่ผู้ร้องถูกนายบัญชากับพวกลักรถยนต์ไปอันเป็นวันวินาศภัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคหนึ่ง เมื่อผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาทในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 จึงไม่เป็นการยื่นคำเสนอข้อพิพาทเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย คดีของผู้ร้องจึงไม่ขาดอายุความ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยโดยปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้องและปรากฏต่อศาลว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน กรณีจึงมีเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 68/2560 หมายเลขแดงที่ 666/2560 ของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ (ปวีณณา ศรีวงษ์-สมพงษ์ เหมวิมล-สุนทร เฟื่องวิวัฒน์) ศาลแพ่ง - นายสรวิศ รักษ์มณี - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.145/2562 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
663663
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสรวิศ รักษ์มณี"
    },
    {
        "court": "-",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081952255"
    }
}
date
2563
deka_no
920/2563
deka_running_no
920
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "ปวีณณา ศรีวงษ์",
    "สมพงษ์ เหมวิมล",
    "สุนทร เฟื่องวิวัฒน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 882"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 40"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง ว."
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัท ม."
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 68/2560 หมายเลขแดงที่ 666/2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 68/2560 หมายเลขแดงที่ 666/2560 ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ขต 9708 นครราชสีมา โดยเช่าซื้อมาจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และเอาประกันภัยไว้กับผู้คัดค้าน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ผู้ร้องนำรถยนต์ดังกล่าวไปมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท โดยได้รับค่าเช่าเดือนละ 27,000 บาท ต่อมาเดือนเมษายน 2558 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท ไม่ชำระค่าเช่ารถ และผู้ร้องรวมทั้งผู้ให้เช่ารถหลายรายไม่สามารถติดตามรถคืนได้ ผู้ร้องไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เป็นโจทก์ฟ้อง นายบัญชา เป็นจำเลยที่ 1 นายเฉลิมเกียรติ เป็นจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาข้อหาฉ้อโกง คดีดังกล่าวนี้มีผู้เสียหายรวม 14 คน ระหว่างพิจารณานายบัญชาหลบหนี ศาลจังหวัดนครราชสีมาพิพากษาว่า นายเฉลิมเกียรติซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุก 4 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 2 ปี และให้คืนรถยนต์หรือใช้ราคาแทนให้แก่ผู้เสียหายแต่ละราย คดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องไม่สามารถติดตามรถยนต์คันของผู้ร้องที่เช่าซื้อคืนได้ ผู้ร้องจึงเรียกให้ผู้คัดค้านในฐานะผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ผู้คัดค้านยกเหตุว่ากรณีไม่อยู่ในความคุ้มครอง ผู้คัดค้านจึงไม่ต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า กรณีมีเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการหรือไม่ เห็นว่า นายบัญชากับนายเฉลิมเกียรติ มีพฤติการณ์เผยแพร่ ประกาศ ชักชวนว่าบุคคลทั้งสองดำเนินธุรกิจของห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท ให้ผู้มีนำรถยนต์ไปให้เช่าเพื่อใช้ในโครงการวางท่อก๊าซในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และอีกหลายจังหวัดโดยให้ค่าตอบแทนเป็นค่าเช่ารถยนต์ ผู้ร้องหลงเชื่อ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ผู้ร้องจึงนำรถยนต์ไปมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ทเช่า ในตอนแรกห้างดังกล่าวชำระค่าเช่าให้ผู้ร้องในอัตราเดือนละ 27,000 บาท ขณะนั้นยังไม่ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตแต่อย่างใด จนกระทั่งเดือนเมษายน 2557 ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท หยุดชำระค่าเช่าและเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2558 ผู้ร้องทราบว่า รถยนต์ของตนที่มอบให้ห้างดังกล่าวเช่าสูญหายไป ผู้ร้องและผู้เสียหายอีกหลายรายพากันไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปราม จากนั้นได้ส่งเรื่องร้องทุกข์ของผู้ร้องและผู้เสียหายอื่นไปให้สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พื้นที่รับผิดชอบสอบสวนต่อ เมื่ออนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดว่า การกระทำความผิดของนายบัญชาเป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย ดังนั้น ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 ที่ผู้ร้องส่งมอบรถยนต์ให้แก่นายบัญชากับพวกในนามห้างหุ้นส่วนจำกัด สามสหายทรานสปอร์ท แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของอุบายที่นายบัญชากับพวกวางแผนไว้ เพื่อประสงค์จะลักทรัพย์ตามที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด แต่ในการนี้นายบัญชากับพวกยังมิได้ลงมือแย่งการครอบครองหรือเอารถยนต์ไปจากผู้ร้อง ไม่อาจถือได้ว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ลักทรัพย์สำเร็จ แต่ถือได้ว่าวันที่ร้องทุกข์เป็นวันที่ผู้ร้องถูกนายบัญชากับพวกลักรถยนต์ไปอันเป็นวันวินาศภัย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคหนึ่ง เมื่อผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาทในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 จึงไม่เป็นการยื่นคำเสนอข้อพิพาทเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีนับแต่วันวินาศภัย คดีของผู้ร้องจึงไม่ขาดอายุความ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยโดยปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้องและปรากฏต่อศาลว่าการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน กรณีจึงมีเหตุเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 68/2560 หมายเลขแดงที่ 666/2560 ของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000119.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.145/2562
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563