คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8725/2563 ฉบับเต็ม

#664214
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8725/2563 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย ธ. โจทก์ร่วม นาย ช. จำเลย ป.อ. มาตรา 44/1 ป.พ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.อ. มาตรา 46 คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตาม ป.อ. มาตรา 44/1 ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ดังนั้น สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาเกี่ยวกับค่าสินไหมทดแทนในคดีส่วนแพ่งต้องถือคดีส่วนอาญาเป็นหลัก หากคดีส่วนอาญาขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา คดีส่วนแพ่งก็ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา ฉะนั้น จำเลยจึงไม่จำต้องขออนุญาตฎีกาในคดีส่วนแพ่ง และการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญา และให้ส่งคำร้องขออนุญาตฎีกาในคดีส่วนแพ่งดังกล่าวมาให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งจึงเป็นการไม่ชอบ จึงให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นเฉพาะในส่วนที่ให้ส่งคำร้องขออนุญาตฎีกาในคดีส่วนแพ่งมาให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง และเมื่อคดีส่วนอาญาขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรมีคำสั่งใหม่เป็นรับฎีกาในคดีส่วนแพ่งของจำเลย และหยิบยกขึ้นวินิจฉัยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนลงไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการก่อน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 92, 288 และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาตัวในโรงพยาบาล 79,445 บาท ค่าขาดรายได้ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพการงานได้ในระหว่างรักษาตัวและพักฟื้นร่างกาย 7 เดือน เดือนละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 700,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในภายหลัง 120,000 บาท รวมค่าเสียหาย 899,445 บาท จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม เนื่องจากโจทก์ร่วมเป็นฝ่ายก่อเหตุด่าว่าท้าทายจำเลยจนเป็นเหตุให้จำเลยบันดาลโทสะ และค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ร่วมเรียกมานั้น สูงเกินส่วน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) (เดิม) ให้จำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 8 เดือน ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมในคดีส่วนอาญา ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 105,645 บาท แก่นายธนวัฒน์ และให้คืนค่าขึ้นศาลในอนาคต 100 บาท แก่นายธนวัฒน์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้เสียหาย กับนายการัณย์ภัทรและพวกรวม 6 คน ไปนั่งรับประทานอาหารและดื่มสุราที่ร้านของนางสุนันทา ต่อมาขณะเรียกเก็บเงินนายการัณย์ภัทรบอกให้พนักงานเสิร์ฟไม่ต้องเก็บเงินส่วนที่เป็นเศษอีก 7 บาท พนักงานเสิร์ฟทำสีหน้าไม่พอใจและพูดทำนองว่าจะออกเงินส่วนนี้ให้ก็ได้ ทำให้นายการัณย์ภัทรและผู้เสียหายไม่พอใจ นายการัณย์ภัทรไปต่อว่านางสุนันทาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์และขอให้เรียกพนักงานเสิร์ฟคนดังกล่าวมาขอโทษ เมื่อนายการัณย์ภัทรเดินออกจากร้าน ผู้เสียหายกลับเข้ามาในร้านและต่อว่านางสุนันทาในเรื่องเดิมอีก จำเลยซึ่งกำลังซ่อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนางสุนันทาอยู่ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายหลายครั้งได้รับบาดเจ็บ สำหรับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่มีคู่ความฎีกา ความผิดดังกล่าวจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่า ขณะพูดคุยกับนางสุนันทาเรื่องการบริการของพนักงานเสิร์ฟได้ยินเสียงตะโกนว่า "มึงเก๋ามาจากไหนมาร้านกู" หันมาเห็นจำเลยเงื้ออาวุธมีดฟันที่ศีรษะจึงยกแขนขึ้นบัง จำเลยฟันผู้เสียหายอีกหลายครั้ง โดยมีนายศรีรัตน์ นางสาวสิริพร นางสาวณัฏฐณิชา เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกัน ทั้งยังปรากฏตามบันทึกคำให้การ ที่นางสุนันทารับว่าให้การไว้ ก็ได้ความว่า ขณะผู้เสียหายยืนต่อว่าตนเพื่อนผู้เสียหายเข้ามาห้ามปรามดึงตัวผู้เสียหายผลักหรือชกกระเด็นไป แม้ผู้เสียหายยืนยันให้ขอโทษและตบโต๊ะที่นั่งอยู่ จำเลยนั่งอยู่ด้านหลังพูดว่า เรื่องยังไม่จบอีกหรือ หลังจากนั้นเห็นเลือดของผู้เสียหาย ซึ่งคำให้การที่นางสุนันทารับว่าให้การหลังเกิดเหตุ 2 สัปดาห์ นับเป็นระยะเวลาที่มีโอกาสทบทวนรายละเอียดเหตุการณ์ หากมีเห (รังสรรค์ กุลาเลิศ-เกียรติพงศ์ อมาตยกุล-ถมรัตน์ เลิศไพรวัน) ศาลอาญา - นายชาญคณิต ตันพิริยะกุล ศาลอุทธรณ์ - นายอร่าม เสนามนตรี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1895/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
664214
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายชาญคณิต ตันพิริยะกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอร่าม เสนามนตรี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081949743"
    }
}
date
2563
deka_no
8725/2563
deka_running_no
8725
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "รังสรรค์ กุลาเลิศ",
    "เกียรติพงศ์ อมาตยกุล",
    "ถมรัตน์ เลิศไพรวัน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 44/1"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 247"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 46"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นาย ธ."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ช."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 92, 288 และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่ารักษาตัวในโรงพยาบาล 79,445 บาท ค่าขาดรายได้ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพการงานได้ในระหว่างรักษาตัวและพักฟื้นร่างกาย 7 เดือน เดือนละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 700,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในภายหลัง 120,000 บาท รวมค่าเสียหาย 899,445 บาท

จำเลยให้การในคดีส่วนแพ่งว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม เนื่องจากโจทก์ร่วมเป็นฝ่ายก่อเหตุด่าว่าท้าทายจำเลยจนเป็นเหตุให้จำเลยบันดาลโทสะ และค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ร่วมเรียกมานั้น สูงเกินส่วน

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีส่วนแพ่งให้เป็นพับ

โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) (เดิม) ให้จำคุก 6 เดือน เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 8 เดือน ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมในคดีส่วนอาญา ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 105,645 บาท แก่นายธนวัฒน์ และให้คืนค่าขึ้นศาลในอนาคต 100 บาท แก่นายธนวัฒน์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้เสียหาย กับนายการัณย์ภัทรและพวกรวม 6 คน ไปนั่งรับประทานอาหารและดื่มสุราที่ร้านของนางสุนันทา ต่อมาขณะเรียกเก็บเงินนายการัณย์ภัทรบอกให้พนักงานเสิร์ฟไม่ต้องเก็บเงินส่วนที่เป็นเศษอีก 7 บาท พนักงานเสิร์ฟทำสีหน้าไม่พอใจและพูดทำนองว่าจะออกเงินส่วนนี้ให้ก็ได้ ทำให้นายการัณย์ภัทรและผู้เสียหายไม่พอใจ นายการัณย์ภัทรไปต่อว่านางสุนันทาที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์และขอให้เรียกพนักงานเสิร์ฟคนดังกล่าวมาขอโทษ เมื่อนายการัณย์ภัทรเดินออกจากร้าน ผู้เสียหายกลับเข้ามาในร้านและต่อว่านางสุนันทาในเรื่องเดิมอีก จำเลยซึ่งกำลังซ่อมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนางสุนันทาอยู่ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายหลายครั้งได้รับบาดเจ็บ สำหรับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่มีคู่ความฎีกา ความผิดดังกล่าวจึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัสตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความยืนยันว่า ขณะพูดคุยกับนางสุนันทาเรื่องการบริการของพนักงานเสิร์ฟได้ยินเสียงตะโกนว่า "มึงเก๋ามาจากไหนมาร้านกู" หันมาเห็นจำเลยเงื้ออาวุธมีดฟันที่ศีรษะจึงยกแขนขึ้นบัง จำเลยฟันผู้เสียหายอีกหลายครั้ง โดยมีนายศรีรัตน์ นางสาวสิริพร นางสาวณัฏฐณิชา เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกัน ทั้งยังปรากฏตามบันทึกคำให้การ ที่นางสุนันทารับว่าให้การไว้ ก็ได้ความว่า ขณะผู้เสียหายยืนต่อว่าตนเพื่อนผู้เสียหายเข้ามาห้ามปรามดึงตัวผู้เสียหายผลักหรือชกกระเด็นไป แม้ผู้เสียหายยืนยันให้ขอโทษและตบโต๊ะที่นั่งอยู่ จำเลยนั่งอยู่ด้านหลังพูดว่า เรื่องยังไม่จบอีกหรือ หลังจากนั้นเห็นเลือดของผู้เสียหาย ซึ่งคำให้การที่นางสุนันทารับว่าให้การหลังเกิดเหตุ 2 สัปดาห์ นับเป็นระยะเวลาที่มีโอกาสทบทวนรายละเอียดเหตุการณ์ หากมีเห
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000096.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1895/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563