คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3459/2564 ฉบับเต็ม

#664297
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3459/2564 นาย ณ. กับพวก โจทก์ นาย ป. จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 352 วรรคห้า, มาตรา 357, มาตรา 358 วรรคสอง, มาตรา 359 วรรคสี่ คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุดพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนการโอนที่ดินและบ้านบนที่ดินโฉนดดังกล่าวที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนาง ส. โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลย หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ดังนี้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาล โจทก์ก็สามารถดำเนินการโดยใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 357 โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดี และที่ศาลพิพากษาให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยนั้น ก็มิใช่การพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนแก่โจทก์ทั้งสามโดยตรง โจทก์ทั้งสามจึงยังมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนหนี้ค่าใช้จ่ายนี้ หากจำเลยไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่าย ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ทั้งสามที่จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนไปก่อน แล้วค่าใช้จ่ายที่โจทก์ทั้งสามได้จ่ายไปนี้ย่อมถือเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์ทั้งสามจะบังคับคดีต่อไปตามนัย ป.วิ.พ. มาตรา 352 วรรคห้า มาตรา 358 วรรคสอง และมาตรา 359 วรรคสี่ เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามได้ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินและบ้านบนที่ดินโฉนดดังกล่าว กรณีจึงยังไม่มีเหตุที่จะออกหมายบังคับคดี เพื่อยึดอายัดทรัพย์ของจำเลยบังคับคดีนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินและบ้านตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาพร้อมออกคำบังคับให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 บนที่ดินโฉนดดังกล่าวที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้รับอนุญาตให้ฎีกา แต่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามขอให้ออกคำบังคับ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับตามคำขอของโจทก์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 โดยมีข้อความว่า "ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าวที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยตามที่โจทก์ทั้งสามตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นเงินจำนวน 296,680 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก..." จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นว่าเป็นการออกคำบังคับที่ไม่ถูกต้องเพราะไม่ตรงตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นออกคำบังคับโดยมิชอบ ประกอบกับศาลออกคำบังคับตามคำร้องของโจทก์ทั้งสาม หากจำเลยเห็นว่าคำบังคับดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยควรยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว หากศาลชั้นต้นมีคำสั่งอย่างใดและจำเลยไม่เห็นชอบด้วย จำเลยจึงจะมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์คำสั่ง การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำบังคับที่จำเลยกล่าวอ้างว่าศาลออกโดยมิชอบ ถือได้ว่าเป็นการยื่นอุทธรณ์ที่มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของจำเลยก่อน จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โจทก์ทั้งสามยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 โดยในหมายบังคับคดีมีข้อความว่า "ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าว ที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยตามที่โจทก์ทั้งสามตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 296,680 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก..." วันที่ 30 สิงหาคม 2562 จำเลยยื่นคำร้องว่า ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาให้จำเลยต้องวางเงินค่าใช้จ่าย 296,680 บาท การที่ศาลชั้นต้นออกคำบังคับฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2562 ให้จำเลยชำระเงิน 296,680 บาท เป็นการออกคำบังคับที่ไม่เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คำบังคับดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยได้อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งออกคำบังคับไว้แล้ว ถือว่าคำบังคับยังไม่มีผลทางกฎหมายจนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือคำสั่งถึงที่สุด จึงไม่มีเหตุที่โจทก์ทั้งสามจะขอให้ออกหมายบังคับคดี ขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 21 สิงหาคม 2562 และเพิกถอนคำบังคับฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2562 และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 276 วรรคหนึ่ง ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสามฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีเหตุเพิกถอนหมายบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุด พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 บนที่ดินโฉนดดังกล่าวที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก กับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์สั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ดังนี้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ก็สามารถดำเนินการโดยใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 357 โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดี และที่ศาลพิพากษาให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยนั้น ก็มิใช่การพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนแก่โจทก์ทั้งสามโดยตรง โจทก์ทั้งสามจึงยังมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนหนี้ค่าใช้จ่ายนี้ หากจำเลยไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่าย ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ทั้งสามที่จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนไปก่อน แล้วค่าใช้จ่ายที่โจทก์ทั้งสามได้จ่ายไปนี้ย่อมถือเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์ทั้งสามจะบังคับคดีต่อไปตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 352 วรรคห้า มาตรา 358 วรรคสอง และมาตรา 359 วรรคสี่ เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามได้ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 บนที่ดินโฉนดดังกล่าวตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีจึงยังไม่มีเหตุที่จะออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดอายัดทรัพย์ของจำเลยบังคับคดีนำเงินมาชำระแก่โจทก์ทั้งสามเป็นค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินและบ้านตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิกถอนหมายบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล-ภัทรศักดิ์ วรรณแสง-สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล) ศาลแพ่ง - นางสาวจิราพร คกาทอง ศาลอุทธรณ์ - นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.390/2564 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
664297
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางสาวจิราพร คกาทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081948517"
    }
}
date
2564
deka_no
3459/2564
deka_running_no
3459
deka_year
2564
department
แผนก
judges
[
    "อำพันธ์ สมบัติสถาพรกุล",
    "ภัทรศักดิ์ วรรณแสง",
    "สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 352 วรรคห้า",
            "ม. 357",
            "ม. 358 วรรคสอง",
            "ม. 359 วรรคสี่"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ณ. กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ป."
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาพร้อมออกคำบังคับให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 บนที่ดินโฉนดดังกล่าวที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีถึงที่สุดโดยคู่ความมิได้รับอนุญาตให้ฎีกา แต่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามขอให้ออกคำบังคับ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับตามคำขอของโจทก์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 โดยมีข้อความว่า "ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าวที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยตามที่โจทก์ทั้งสามตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นเงินจำนวน 296,680 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก..."

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นว่าเป็นการออกคำบังคับที่ไม่ถูกต้องเพราะไม่ตรงตามคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นออกคำบังคับโดยมิชอบ ประกอบกับศาลออกคำบังคับตามคำร้องของโจทก์ทั้งสาม หากจำเลยเห็นว่าคำบังคับดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยควรยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว หากศาลชั้นต้นมีคำสั่งอย่างใดและจำเลยไม่เห็นชอบด้วย จำเลยจึงจะมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์คำสั่ง การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งโดยมิได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำบังคับที่จำเลยกล่าวอ้างว่าศาลออกโดยมิชอบ ถือได้ว่าเป็นการยื่นอุทธรณ์ที่มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของจำเลยก่อน จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง

วันที่ 20 สิงหาคม 2562 โจทก์ทั้งสามยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562 โดยในหมายบังคับคดีมีข้อความว่า "ให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินดังกล่าว ที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยตามที่โจทก์ทั้งสามตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 296,680 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก..."

วันที่ 30 สิงหาคม 2562 จำเลยยื่นคำร้องว่า ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาให้จำเลยต้องวางเงินค่าใช้จ่าย 296,680 บาท การที่ศาลชั้นต้นออกคำบังคับฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2562 ให้จำเลยชำระเงิน 296,680 บาท เป็นการออกคำบังคับที่ไม่เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คำบังคับดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยได้อุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งออกคำบังคับไว้แล้ว ถือว่าคำบังคับยังไม่มีผลทางกฎหมายจนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือคำสั่งถึงที่สุด จึงไม่มีเหตุที่โจทก์ทั้งสามจะขอให้ออกหมายบังคับคดี ขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 21 สิงหาคม 2562

ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 21 สิงหาคม 2562 และเพิกถอนคำบังคับฉบับลงวันที่ 9 เมษายน 2562 และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 276 วรรคหนึ่ง ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสามฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีเหตุเพิกถอนหมายบังคับคดีหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาถึงที่สุด พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 บนที่ดินโฉนดดังกล่าวที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุภาพ โอนให้แก่จำเลย ให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลย หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก กับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์สั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ดังนี้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ก็สามารถดำเนินการโดยใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 357 โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดี และที่ศาลพิพากษาให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยนั้น ก็มิใช่การพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนแก่โจทก์ทั้งสามโดยตรง โจทก์ทั้งสามจึงยังมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนหนี้ค่าใช้จ่ายนี้ หากจำเลยไม่ได้จ่ายค่าใช้จ่าย ย่อมเป็นหน้าที่ของโจทก์ทั้งสามที่จะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนไปก่อน แล้วค่าใช้จ่ายที่โจทก์ทั้งสามได้จ่ายไปนี้ย่อมถือเป็นหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์ทั้งสามจะบังคับคดีต่อไปตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 352 วรรคห้า มาตรา 358 วรรคสอง และมาตรา 359 วรรคสี่ เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามได้ชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 81677 และบ้านเลขที่ 17/41 บนที่ดินโฉนดดังกล่าวตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีจึงยังไม่มีเหตุที่จะออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดอายัดทรัพย์ของจำเลยบังคับคดีนำเงินมาชำระแก่โจทก์ทั้งสามเป็นค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินและบ้านตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิกถอนหมายบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000086.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.390/2564
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2564