คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8674/2563 ฉบับเต็ม

#664338
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8674/2563 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นางสาว จ. จำเลย ป.อ. มาตรา 1 (9), มาตรา 265 (เดิม), มาตรา 266 (1), มาตรา 268 ใบทะเบียนพาณิชย์เป็นเอกสารราชการที่รัฐต้องการควบคุมพาณิชยกิจบางประเภทให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อประโยชน์ทางสถิติและเพื่อทราบหลักฐานการประกอบพาณิชยกิจของผู้ประกอบการค้า อันจะใช้เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการพาณิชย์ อุตสาหกรรม และปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น มิใช่เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ ตามความหมายใน ป.อ. มาตรา 1 (9) การที่จำเลยปลอมใบทะเบียนพาณิชย์และใช้เอกสารดังกล่าว จึงไม่เป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และไม่เป็นการใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 266, 268 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1) (ที่ถูก มาตรา 266 (1) (เดิม)), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) (ที่ถูก มาตรา 266 (1) (เดิม)), จำเลยใช้เอกสารสิทธิ (ที่ถูก เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม) ที่ตนเป็นผู้ปลอมขึ้นเอง จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) (ที่ถูก มาตรา 266 (1) (เดิม)) ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า "เอกสารสิทธิ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ แต่ใบทะเบียนพาณิชย์เป็นเอกสารราชการที่รัฐต้องการควบคุมพาณิชยกิจบางประเภทให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อประโยชน์ทางสถิติและเพื่อทราบหลักฐานการประกอบพาณิชยกิจของผู้ประกอบการค้า อันจะใช้เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการพาณิชย์ อุตสาหกรรม และปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ใบทะเบียนพาณิชย์จึงมิใช่เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ ตามความหมายในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) การที่จำเลยปลอมใบทะเบียนพาณิชย์และใช้เอกสารดังกล่าว จึงไม่เป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และไม่เป็นการใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม คงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 (เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (เดิม) โดยเมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารราชการนั้น จึงลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (เดิม) แต่กระทงเดียวเท่านั้น แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่สามารถลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามมาตรา 266 (1) (เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) (เดิม) ตามที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษได้ เมื่อความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 (เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (เดิม) อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยกระทำความผิดมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท จึงมีอายุความฟ้องคดี 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (3) จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 เกินกำหนด 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมยืนตามกันมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อฟ้องโจทก์ขาดอายุความศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215, 225 ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง (ประยูร ณ ระนอง-ชัยเจริญ ดุษฎีพร-โสภณ โรจน์อนนท์) ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายสมควร รักพินิจ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรวุฒิ เชาวลิต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2125/2563 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
664338
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญบุรี",
        "judge": "นายสมควร รักพินิจ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุรวุฒิ เชาวลิต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081949744"
    }
}
date
2563
deka_no
8674/2563
deka_running_no
8674
deka_year
2563
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "ชัยเจริญ ดุษฎีพร",
    "โสภณ โรจน์อนนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (9)",
            "ม. 265 (เดิม)",
            "ม. 266 (1)",
            "ม. 268"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว จ."
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 265, 266, 268

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1) (ที่ถูก มาตรา 266 (1) (เดิม)), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) (ที่ถูก มาตรา 266 (1) (เดิม)), จำเลยใช้เอกสารสิทธิ (ที่ถูก เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม) ที่ตนเป็นผู้ปลอมขึ้นเอง จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) (ที่ถูก มาตรา 266 (1) (เดิม)) ตามมาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า "เอกสารสิทธิ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ แต่ใบทะเบียนพาณิชย์เป็นเอกสารราชการที่รัฐต้องการควบคุมพาณิชยกิจบางประเภทให้ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อประโยชน์ทางสถิติและเพื่อทราบหลักฐานการประกอบพาณิชยกิจของผู้ประกอบการค้า อันจะใช้เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมการพาณิชย์ อุตสาหกรรม และปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ใบทะเบียนพาณิชย์จึงมิใช่เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ ตามความหมายในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) การที่จำเลยปลอมใบทะเบียนพาณิชย์และใช้เอกสารดังกล่าว จึงไม่เป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และไม่เป็นการใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม คงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 (เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (เดิม) โดยเมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารราชการนั้น จึงลงโทษฐานใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (เดิม) แต่กระทงเดียวเท่านั้น แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่สามารถลงโทษจำเลยฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมตามมาตรา 266 (1) (เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) (เดิม) ตามที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษได้ เมื่อความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 (เดิม), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (เดิม) อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยกระทำความผิดมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท จึงมีอายุความฟ้องคดี 10 ปี นับแต่วันกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (3) จำเลยกระทำความผิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 เกินกำหนด 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมยืนตามกันมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เมื่อฟ้องโจทก์ขาดอายุความศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215, 225 ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000096.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2125/2563
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2563